ข่าว

‘พล.อ.ชัยสิทธิ์’ประกาศลงส.ส.ราชบุรี

‘พล.อ.ชัยสิทธิ์’ประกาศลงส.ส.ราชบุรี

16 ต.ค. 2553

"พล.อ.ชัยสิทธิ์" ประกาศลงชิง ส.ส.ราชบุรี ด้านแรลลี่คนเสื้อแดงจากเชียงใหม่ไปอยุธยากร่อย ยอดต่ำกว่าเป้า ตร.กรุงเก่าเข้าตรวจเข้ม หวั่นคนร้ายแฝงตัวก่อเหตุรุนแรง ขณะที่"จตุพร" โผล่เมืองคอนวางแผนเลือกตั้ง

(16ต.ค.) พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารบก และอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ชอบการเมือง แต่เห็นว่าสถานการณ์ขณะนี้แย่ จึงต้องการลงมาช่วย โดยจะลงสมัครพื้นที่ จ.ราชบุรี เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เคยรับราชการ ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากในการเจาะพื้นที่ ส่วนพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เห็นว่าควรส่งพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ลงไปดูแลโดยเฉพาะเรื่องการวางตัวข้าราชการว่านอกลู่นอกทางหรือไม่

 ส่วนแนวคิดการตั้งรัฐบาลพรรคเดียวของเพื่อไทย นั้น พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า ยังเป็นเรื่องที่อยู่อีกไกล ซึ่งเบื้องต้นนั้นขอให้ได้เสียงข้างมาก และจับมือกับพรรคร่วมรัฐบาลจัดตั้งรัฐบาลก็พอ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.01 น. วันนี้ ที่สี่แยกดอนจั่น หน้าสถานีตำรวจทางหลวง กองกำกับการ 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กลุ่มคนเสื้อแดง 50 คน นำโดยนายศรีวรรณ จันทร์ผง แกนนำ นปช.แดงเชียงใหม่ ได้ร่วมกันส่งขบวนแรลลี่แดงไปร่วมกิจกรรม "ตาสว่างยิ่งกว่าเดิม" จาก จ.เชียงใหม่ มุ่งหน้าไป จ.พระนครศรีอยุธยา

 ขบวนแรลลี่ของ จ.เชียงใหม่ ได้แก่ รถยนต์กว่า 30 คัน แบ่งเป็นรถเก๋ง 12 คัน รถกระบะ 15 คัน รถตู้ 3  คัน และรถเครื่องเสียง 1 คัน โดยมีคนเสื้อแดงร่วมเดินทางไปกว่า 100 คน โดยจะไปสมทบกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่แยกดอยติ จ.ลำพูน

 นายศรีวรรณกล่าวว่า ขบวนแรลลี่ นปช.แดง จากเชียงใหม่ จะไปรวมกับลำพูน จากนั้นจะออกเดินทางไปแวะพักที่ จ.ลำปาง และไปร่วมขึ้นเวทีปราศรัยของคนเสื้อแดงที่ จ.กำแพงเพชร ก่อนมุ่งหน้าสู่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อร่วมกิจกรรม "ตาสว่างยิ่งกว่าเดิม" ตามกำหนด  
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนออกเดินทางเจ้าของรถทุกคันจะได้รับสติกเกอร์และเงินจำนวน 2,000 บาท เป็นค่าน้ำมันรถ พร้อมทั้งติดธงสีแดงสัญลักษณ์ความจริงวันนี้ที่รถทุกคัน ซึ่งศูนย์ประสานงานกลาง นปช.เชียงใหม่ เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทาง และจำนวนผู้เดินทางต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่แกนนำระบุไว้ว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 100 คัน

 ต่อมาเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละท้องที่ ซึ่งอยู่รอบเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ตั้งจุดตรวจความมั่นคงบนถนนสายหลักที่มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา รวม 20 จุด เน้นย้ำให้ตรวจรถบรรทุกถังแก๊ส และรถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง วัตถุไวไฟ ยางรถยนต์ โดยมีการถ่ายภาพทำประวัติคนขับ และจดทะเบียนรถ อย่างเข้มงวดทั้งนี้เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น ในช่วงที่จะมีการชุมนุมของคนเสื้อแดง ในวันที่ 16-17 ตุลาคม โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองร้อยปราบจลาจลเตรียมพร้อม 500 นาย

 ส่วนที่สนามกีฬากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บรรดาพ่อค้าแม่ค้าเริ่มนำเต็นท์และแผงร้านค้าไปตั้งบริเวณใกล้กับสถานที่จัดการชุมนุม ซึ่งได้ตั้งเวทีเอาไว้ที่สนามฟุตบอล 2 ด้านหลังสนามยิงปืน

  แกนนำกลุ่ม นปช.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ในวันที่ 16 ตุลาคม กลุ่มผู้ร่วมชุมนุมจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ กทม. จะเดินทางไปรวมกันที่บริเวณอนุสรณ์สถานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา ในเวลาประมาณ 17.00 น. จากนั้นบางส่วนจะเดินทางเข้าไปที่สนามกีฬากลางจังหวัด เพื่อเตรียมร่วมกิจกรรม โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. มีกำหนดจะขึ้นเวทีเวลา 22.00 น. วันที่ 17 ตุลาคม คาดว่าจะมีคนมาร่วมไม่น้อยกว่า 2,000 คน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง ได้เดินทางมาที่ "เขาพลายดำรีสอร์ท" ต.ทุ่งใส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ของนายธีรศักดิ์ นาคแก้ว น้าชาย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดงอีกคนที่ถูกคุมขังในคดีก่อการร้าย โดยมีรายงานว่า นายจตุพรเดินทางมาถึงตั้งแต่เช้าวันที่ 15 ตุลาคม เพื่อเตรียมความพร้อมสู้ศึกการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สุราษฎร์ธานี โดยมี
นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย และนายจิรายุศ นวเกศ แกนนำคนเสื้อแดงจาก จ.สตูล เดินทางเข้าพบนายจตุพรด้วย

 แหล่งข่าวในพื้นที่เปิดเผยว่า นายจตุพรได้ต่อสายพูดคุยเพื่อรายงานสถานการณ์การเลือกตั้งต่อปลายสายที่เป็นผู้หญิงด้วยท่าทีนอบน้อม และยอมรับว่าต้องไม่พ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้อย่างแน่นอน แต่ก็ชี้ว่าคนสุราษฎร์ไม่เอานายสุเทพแล้ว แต่ยังให้พรรคประชาธิปัตย์อยู่ ทั้งนี้ สำหรับยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สุราษฎร์ธานี ของพรรคเพื่อไทย คือจะต้องทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ หรือหากมีการเลือกตั้งจะต้องถ่วงรั้ง กกต.ให้มีประกาศผลให้ช้าที่สุด รับรองการเลือกตั้งช้าที่สุด และพยายามที่จะหาหลักฐานในการทุจริตการเลือกตั้งให้ได้ รวมทั้งหาคดีที่เกี่ยวข้องกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์มาร้องเรียน และคัดค้านผลการเลือกตั้งให้ได้