ข่าว

ทุจริตคอมฯพ่นพิษ"มงคล"ไม่รับปลัดมท.

ทุจริตคอมฯพ่นพิษ"มงคล"ไม่รับปลัดมท.

17 ต.ค. 2553

โครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์พ่นพิษ"มงคล" แถลงไม่รับตำแหน่งปลัดมหาดไทย เตรียมเรียก บริษัท คู่สัญญาเจรจายกเลิกสัญญาจันทร์นี้ ด้าน“โฆษกมท.” จวกดีเอสไอสอบสวนไม่เป็นธรรม รับใช้การเมือง เรียกสอบ“วงศ์ศักดิ์”คู่กรณีฝ่ายเดียว ตั้งคำถามถึงมาตรฐานงานสอบสวน

(16ต.ค.) ที่ห้องประชุมกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เมื่อเวลา 14.30 น. นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกกระทรวงมหาดไทย และนายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง ร่วมแถลงข่าวกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งสำนวนคดีทุจริตการเช่าระบบคอม พิว เตอร์การจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน มูลค่า 3,490 ล้านบาท ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

 นายศุภชัย กล่าวว่า จากข่าวที่ว่า ดีเอสไอ.ส่งสำนวนคดีทุจริตคอมพิวเตอร์ให้ ป.ป.ช. พร้อมระบุว่า นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และผู้บริหารระดับสูง อาจมีส่วนร่วมในการทุจริต ตนได้รับมอบหมายใช้ชี้แจงแทน รมว.มหาดไทย ว่า กรณีดังกล่าวกระทำไปด้วยความสุจริต โดยตัวของรมว.มหาดไทยมั่นใจในความบริสุทธิ์ และตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมา ดีเอสไอ.ไม่เคยเรียก รมว.มหาดไทย เข้าชี้แจงหรือสอบปากคำ ก่อนส่งสำนวน สิ่งที่เกิดขึ้นจึงแสดงถึงความไม่ปกติ ที่ไม่เปิดให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ใช้สิทธิชี้แจง แต่ดีเอสไอ ได้สอบปากคำของผู้ร้องคือนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิพานิชย์ อดีตอธิบดีกรมการปกครองเพียงฝ่ายเดียว สำนวนการสอบสวนของ ดีเอสไอ จึงมีลักษณะฟังความข้างเดียว ไม่เป็นธรรมแก่ รมว.มหาดไทย

 นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ตนทราบมาว่าคำร้องของนายวงศ์ศักดิ์ ไม่เกี่ยวพันธ์ถึง รมว.มหาดไทย แต่ดีเอสไอสรุปสำนวนโดยรวบเอา รมว.มหาดไทย เข้าไปด้วยจึงถือเป็นการใช้ดุลยพินิจที่น่าสงสัยว่ามีเหตุผลและพยานหลักฐานใด ตนขอตั้งข้อสังเกตว่านายวงศ์ศักดิ์ อยู่ระหว่างการตั้งกรรมการสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรง จากการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ถูกย้ายจากอธิบดีกรมการปกครองไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย โดยนายวงศ์ศักดิ์ เชื่อว่าถูกฝ่ายการเมืองกลั่นแกล้ง จึงถือว่านายวงศ์ศักดิ์มีความคิดที่เป็นปฏิปักษ์ต่อฝ่ายการเมือง การที่ดีเอสไอฟังปากคำจากนายวงศ์ศักดิ์พียงฝ่ายเดียว จึงเป็นข้อมูลที่มีอคติ และมุ่งร้ายต่อรมว.มหาดไทย และมิใช่การให้ข้อมูลด้วยความสุจริต หากมาตรฐานการสอบสวนของ ดีเอสไอเป็นเช่นนี้ จะเป็นที่น่าเชื่อถือและยอมรับจากประชาชนได้อย่างไร เพราะแม้แต่ รมว.มหาดไทย ยังได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ประชาชนและข้าราชการชั้นผู้น้อยจะได้รับการปฏิบัติอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากันเอง โดยเฉพาะผู้รับผิดชอบดีเอสไอ ซึ่งขณะนี้ถูกตั้งข้อสงสัยจากสื่อมวลชนและประชาชนจำนวนมาก ว่ากำลังทำงานผิดไปจากเจตนารมณ์ของการก่อตั้งดีเอสไอ และตกเป็นเครื่องมือรับใช้ผู้มีอำนาจ ทำร้าย ทำลาย ผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมือง

 “การที่ดีเอสไอ ตัดสินไปล่วงหน้าว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องกระทำการทุจริต ทั้งที่สำนวนเพิ่งถูกส่งถึง ป.ป.ช. ซึ่งรมว.มหาดไทยและผู้เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องร้องขอความเป็นธรรมจาก ป.ป.ช. เพื่อนำหลักฐานเข้าชี้แจงแสดงความบริสุทธิ์ อย่างไรก็ตามในระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช. ตัวของรมว.มหาดไทย ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ เช่นเดียวกับ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีกหลายคนที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ของป.ป.ช. ซึ่งยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ จนกว่าป.ป.ช. จะชี้มูลความผิด ดังนั้นจึงควรใช้บรรทัดฐานเดียวกัน แต่ขอยืนยันว่า รมว.มหาดไทย ยังเคารพกฎเหล็ก 9 ข้อของนายกรัฐมนตรีทุกประการ” นายศุภชัย กล่าว

 ด้านนายมงคล กล่าวว่า รมว.มหาดไทย ได้มอบหมายให้ตนเจรจายกเลิกสัญญากับบริษัทคู่สัญญาให้เช่าระบบคอมพิวเตอร์ เนื่องจากการทำสัญญาครั้งนี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีผู้ได้รับผลประโยชน์ ซึ่งไม่เป็นความจริง ตนยืนยันว่า การทำสัญญาเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ แต่รมว.มหาดไทย ต้องการแสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ใจจึงสั่งการให้ตนไปเจรจายกเลิกสัญญา โดยตนจะเชิญบริษัทคู่สัญญามาหารือกันในวันที่ 18 ต.ค.นี้ เวลา 14.30 น. ซึ่งจะต้องรอดูท่าทีของบริษัทด้วยว่าจะยอมยกเลิกสัญญา เพื่อเปิดให้มีการประมูลใหม่หรือไม่ แต่เชื่อว่าบริษัทคู่สัญญาจะต้องฟ้องร้องแน่นอน แต่ตนมั่นใจในความสุจริต จึงไม่กลัว

 นายมงคล กล่าวอีกว่า สำหรับกระบวนการประกวดราคาเช่าคอมพิวเตอร์ได้ดำเนินการตามขั้นตอน เสร็จสิ้นก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง เมื่อวันที่ 28 เม.ย.53 เมื่อโครงการเช่าคอมพิวเตอร์ได้รับความเห็นชอบจาก รมว.มหาดไทย ตนจึงได้ส่งเรื่องให้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณให้ความเห็นชอบตามกระบวนการ และได้ส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญา เมื่อได้รับความเห็นชอบตนยังรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่กรมการปกครอง ตั้งคณะกรรมการสอบสวน จนได้รับรายงานว่าการประกวดราคาเป็นไปโดยชอบ จึงได้ลงนามในสัญญา เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา ข้อเท็จจริงดังกล่าวยืนยันได้ว่าตนไม่เคยทำให้ราชการเสียหาย แต่ได้รักษาผลประโยชน์ของทางราชการ เนื่องจากสัญญาเช่าระบบคอมพิวเตอร์เดิม หมดอายุลงตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.53 บริษัท ซีดีจี ได้เรียกเงินค่าบำรุงรักษาและดูแลระบบ เดือนละ 17 ล้านบาท หรือคิดเป็นเงินกว่า 150 ล้านบาท หากไม่เซ็นสัญญาก็จะเสียหายเพิ่มขึ้น แต่เมื่อกระทรวงมหาดไทย ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ตนจึงได้สั่งให้ชะลอการดำเนินการไว้ จนกว่ากรรมการจะสอบสวนเสร็จสิ้น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวยืนยันถึงความโปร่งใสในการเช่าระบบคอมพิวเตอร์เสร็จสิ้นลง นายมงคลก็ได้ขึ้นไปที่โต๊ะแถลงข่าวอีกครั้งหนึ่ง โดยเป็นการแถลงข่าวไม่ขอรับตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ตามที่ ครม.มีมติเห็นชอบ โดยนายมงคลให้เหตุผลถึงการไม่ขอรับตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่ามีอดีตข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยไม่พอใจ ที่ตนได้รับการเสนอชื่อให้ขึ้นเป็นปลัดกระทรงงมหาดไทย จนทำให้ภาพลักษณ์ของกระทรวงเสียหายนำไปสู่ความขัดแย้ง แตกแยกและอาจเป็นปัญหาต่อการทำงาน ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงาน ของกระทรวงมหาดไทยเดินหน้าต่อไปได้ตนจึงตัดสินใจทำหนังสือถึง รมว.มหาดไทย เมื่อคืนวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ตนไม่มีความทะเยอทะยาน อยากจะเป็นอะไรนอกเหนือไปจากนายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัด การขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองก็ถือว่าสูงสุดแล้ว จึงไม่มีการประสงค์จะรับตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยตนพร้อมจะเป็นอะไรก็ได้ ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาจะสั่งการ และไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด ก็ทำประโยชน์ให้กระทรวงมหาดไทยได้

 “เบื้องต้นผมได้รายงานการตัดสินใจต่อรมว.มหาดไทยแล้ว โดยรมว.มหาดไทยไม่ได้พูดอะไร เพราะขณะนี้มีการชะลอ การแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยอยู่ จึงไม่อยากให้ผู้บังคับบัญชาต้องห่วงหรือกังวลกับตัวผม การเป็นข้าราชการแต่งตั้งตัวเองไม่ได้ ทำได้แค่แสดงออกกับผู้บังคับบัญชาว่าไม่ต้องกังวลกับเรา ที่ผ่านมาไม่มีใครมากดดันและผู้บังคับบัญชาก็ให้กำลังใจตลอด หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ รมว.มหาดไทย โดยผมจะปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมการปกครองต่อไป” นายมงคล กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้นลง นายมงคลระบุว่าจะเดินทางไปยื่นจดหมายต่อ รมว.มหาดไทย ทันที