ข่าว

ศาลปค.สั่งพิศิษฐ์นั่งรรท.ผู้ว่าสตง.ได้

ศาลปค.สั่งพิศิษฐ์นั่งรรท.ผู้ว่าสตง.ได้

15 ต.ค. 2553

ศาลปกครองกลางเปิดทาง “พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส” รักษาการผู้ว่า สตง. ทำหน้าที่ต่อ หลังตุลาการเจ้าของสำนวนใช้อำนาจที่ประชุมใหญ่ ศปค.สส. สั่งทุเลาบังคับการปฏิบัติตามคำสั่ง “คุณหญิงจารุวรรณ” ถอนการแต่งตั้ง "พิศิษฐ์" นั่ง รรท.ผู้ว่า สตง. ไว้ชั่วคราวจนกว่ามีคำสั่ง

ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 15 ต.ค.53 นายสมชัย วัฒนการุณ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง พร้อมองค์คณะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ 184/2553 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2553 ที่คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่า สตง. ผู้ถูกฟ้องคดี ออกคำสั่งเรื่องยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้รักษาราชการแทนผู้ว่า สตง. ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น

โดยคดีนี้ นายพิศิษฐ์ รองผู้ว่า สตง. ได้ร้องสอดและขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวในคดีหมายเลขดำ 1306/2553 ที่นายปราโมทย์ โชติมงคล ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ยื่นฟ้องคุณหญิงจารุวรรณ เรื่องออกคำสั่ง สตง.ที่ 184/2553 ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากเห็นว่าผู้ถูกฟ้องพ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.53 แล้วเพราะมีอายุครบ 65 ปี ที่ต้องเกษียณอายุ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2542

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงคดีนี้ผู้ถูกฟ้องได้ออกคำสั่ง สตง.ที่ 184/2553 ภายหลังจากที่อายุครบ 65 ปี ตาม ม.34 (2) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่น ที่บัญญัติเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งตามวาระไว้ ประกอบกับคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีความเห็นต่อข้อหารือของ สตง.เรื่องการพ้นจากตำแหน่งว่าหากการพ้นจากตำแหน่งผู้ว่า สตง.ไม่ใช่การพ้นตามวาระก็จะต้องเป็นไปตามที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินกำหนดไว้

ดังนั้นจาก พ.ร.บ.ดังกล่าวและความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาแสดงให้เห็นว่าการของคำสั่งของผู้ถูกฟ้องน่าจะมีปัญหาความชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งหลังจากที่ผู้ถูกฟ้องออกคำสั่ง สตง.ที่ 184/2553 แล้ว ผู้ถูกฟ้องยังเห็นว่าตนเองต้องปฎิบัติหน้าที่ผู้ว่า สตง.ไปพรางก่อน ซึ่งได้มีการออกคำสั่งต่างๆตามมาอีก เช่น การยกเลิกคำสั่งของผู้ร้องสอดคดีนี้เมื่อเดือนกันยายน 2553 ที่แจ้งว่าคำสั่งของผู้ร้องสอด ลงวันที่ 13 ก.ย.53 ไม่มีผลตามกฎหมายเนื่องจากผู้ถูกฟ้องได้ออกคำสั่งยกเลิกการแต่งตั้งผู้ร้องสอดให้รักษาราชการแทน ขณะที่ผู้ร้องสอดได้ใช้อำนาจในฐานะรักษาราชการแทนผู้ว่า สตง.ออกคำสั่งต่างๆด้วย เช่น การออกหนังสือสั่งห้ามข้าราชการและลูกจ้าง สตง.เปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการให้แก่ผู้ถูกฟ้อง การให้สำนักงานบริหารงานกลางตรวจสอบและรับมอบสถานที่พัสดุครุภัณฑ์ และยานพาหนะคืนจากผู้ถูกฟ้องและการย้ายข้าราชการจำนวน 12 ราย

จากการกระทำของผู้ถูกฟ้องและผู้ร้องสอดดังกล่าวสร้างความสับสนให้กับข้าราชการและลูกจ้างสตง. และทำให้หน่วยงานรับตรวจและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเกิดความสับสนหน้าที่ไปด้วย ซึ่งถือเป็นอุปสรรคทำให้ภาระหน้าที่การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของแผ่นดินของสตง.ขาดประสิทธิภาพ เพราะข้าราชการไม่ทราบว่าจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาคนใด หากปล่อยให้สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินการต่อไปย่อมทำให้การตรวจสอบของสตง.ต้องล่าช้า ส่งผลกระทบหรือความเสียหายที่จะตามมาหลายประการและอาจร้ายแรงจนยากแก่การแก้ไขภายหลัง ขณะที่การสั่งทุเลาบังคับตามคำสั่ง สตง.ที่ 184/2553 ดังกล่าวก็ไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐ หรือบริการสาธารณะแต่อย่างใด ศาลจึงอาศัยอำนาจตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543 ข้อ 71 และ 72 มีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับคำสั่ง สตง.ดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราวก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ส่วนที่ผู้ร้องสอดขอให้ศาลกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา หรือกำหนดการคุ้มครองประโยชน์ของราชการเพื่อให้ผู้ถูกฟ้องคดีหยุดทำการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นศาลเห็นว่า เมื่อศาลได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับคำสั่ง สตง.ดังกล่าวแล้ว ผู้ร้องสอดย่อมมีอำนาจในฐานะผู้รักษาราชการแทน ผู้ว่า สตง.ที่จะมีคำสั่งตามอำนาจหน้าที่เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆที่มีมาตลอดและปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตได้เอง โดยศาลไม่จำเป็นต้องมีคำสั่งตามคำขอของผู้ร้องสอดดังกล่าว จึงมีคำสั่งให้ยกคำขอของผู้ร้องสอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีที่มีการยื่นฟ้องคุณหญิงจารุวรรณ ผู้ว่า สตง. นั้น องค์คณะตุลาการศาลปกครอง กำหนดนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกในวันที่ 19 ต.ค.นี้ เวลา 10.00 น. เพื่อให้คู่ความแถลงปิดคดีด้วยวาจาและลายลักษณ์ และให้ตุลาการแถลงคดี ทำความเห็นเสนอองค์คณะตามขั้นตอน โดยจะนัดฟังคำพิพากษาในวันเดียวกันที่ 19 ต.ค. เวลา 13.30 น.
 
“พิศิษฐ์-จารุวรรณ”เผยรับคำสั่งศาลปกครองแล้ว

 นายพิศิษฐ์ กล่าวภายหลังรับทราบคำสั่งศาลปกครองกลางที่ให้ทุเลาการบังคับคำสั่งยกเลิกการแต่งตั้ง รรท.สตง.ว่า หลังจากที่ได้รับคำสั่งศาลเมื่อช่วงบ่าย ตนได้แจ้งผลให้รองผู้ว่า สตง. และผู้ตรวจการ และข้าราชการส่วนใหญ่รับทราบแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ตนจะได้ปฏิบัติหน้าที่ฐานะรักษาการผู้ว่า สตง. ได้อย่างไม่ต้องกังวลว่าจะมีการแทรกแซงใด ๆ และการตรวจสอบของ สตง. จะได้เดินหน้าต่อไปโดยไม่สะดุด ขณะที่เจ้าหน้าที่ทั้งภายในและภายนอกองค์กรก็ไม่ต้องเกิดความสับสนที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง

 ด้านคุณหญิงจารุวรรณกล่าวว่า  ได้รับทราบคำสั่งของศาลแล้ว ส่วนจะมีการยื่นเรื่องอุทธรณ์ต่อหรือไม่ คงจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทนายความส่วนตัวจัดการ