ข่าว

สื่อเขมรเตรียมพบ“อภิสิทธิ์"17ต.ค.นี้

สื่อเขมรเตรียมพบ“อภิสิทธิ์"17ต.ค.นี้

15 ต.ค. 2553

“สื่อเขมร” เตรียมพบ “อภิสิทธิ์" 17 ต.ค.นี้ “รมต.สำนักนายกฯ” เผยเขมรไม่ติดใจ ข่าว “นักรบแดง” ตกลงกันแล้วไม่เข้าใจอะไรให้ยกหูหากันได้ นายกฯพร้อมแจงถ้า “ฮุนเซน” ติดใจข่าวนักรบแดงฝึกอาวุธในเขมร ย้ำหน่วยงานต้องระวังการให้ข่าว

 (15ต.ค.)นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการเดินทางไปพบรมต.ข่าวสารและสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาซึ่งได้มีข้อตกลงร่วมกันในการกระชับความสัมพันธ์หลายเรื่อง ซึ่งเรื่องหนึ่งคือการฮอทไลน์สายตรงเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกันก็ใช้ประโยชน์พอสมควร รวมทั้งการเชิญผู้สื่อข่าวกัมพูชามาประเทศไทย

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ก็เห็นชอบ จึงได้ติดต่อประสานงานโดยสื่อมวลชนกัมพูชาจะเดินทางมาประเทศไทยในวันที่ 17 ต.ค.นี้ โดยจะมีกำหนดการเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีและพบกับสื่อมวลชนไทย จึงขอบอกว่าความคืบหน้าในการสร้างความเข้าใจได้เดินหน้าและทำกันต่อเนื่อง

            ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการคุยถึงนักรบแดงไปฝึกรบที่กัมพูชาหรือไม่ รมต.สำนักนายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้คุยเพราะมีความชัดเจนในตัวของมันเอง และนายกรัฐมนตรีไทยได้พูดถึงข้อเท็จจริงต่างๆไปแล้ว ซึ่งทางกัมพูชาก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะเขาเข้าใจ ซึ่งเราได้ตกลงกันแล้วว่าเรามีความไม่เข้าใจอะไรให้ยกหูหากันได้ ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้โทรศัพท์มาสอบถามตน ในส่วนของเราเองนายกฯได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าเรามีอย่างไร รัฐบาลก็ไม่ได้ไปกล่าวหาใคร จึงไม่มีอะไรถึงขั้นต้องทำความเข้าใจกัน

     ผู้สื่อข่าวถามว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังยืนยันว่ามีการแอบฝึกกองกำลังในกัมพูชา นายองอาจ กล่าวว่า ความชัดเจนมันมีอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว

 ด้านนายอภิสิทธิ์  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ตำหนิรัฐบาลไทยว่าเล่นเกมการเมือง โดยนำกัมพูชามาเกี่ยวข้องด้วยจากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ให้ข่าวว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์ 11 คน ไปฝึกอาวุธที่ประเทศกัมพูชา ว่า เขาพูดการออกมาให้ข่าวของดีเอสไอ ทั้งนี้ ตนคิดว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องทำหนังสือชี้แจงฝ่ายกัมพูชา เพราะตนให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ไปแล้ว

 ตนเชื่อว่าเขารับทราบแล้วว่ารัฐบาลไทยได้พูดชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลไม่เคยกล่าวหาอะไรต่อประเทศเพื่อนบ้าน และรัฐบาลได้ย้ำแล้วว่าการให้ข่าวของผู้ปฏิบัตินั้น ขอให้มีความระมัดระวังและคำนึงถึงความสัมพันธ์ ซึ่งถือเป็นการแสดงเจตนาที่เพียงพอแล้วจากรัฐบาลไทย   ส่วนการที่จะพูดคุยกับสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรี นั้น ตนจะต้องพบกับสมเด็จฯฮุน เซน อีกหลายรอบในปีนี้ ซึ่งถ้าเขาติดใจในเรื่องนี้ ตนก็อธิบายได้ แต่ถ้าเขาไม่ติดใจ เราคงจะไปสนใจเรื่องอื่นมากกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันดีขึ้นในอนาคต

 เมื่อถามว่าถ้าการสอบสวนของดีเอสไอมีการขยายผลและพบว่าเรื่องนี้มีหลักฐานเพียงพอ คิดว่าจะต้องขอความร่วมมือไปยังฝ่ายกัมพูชาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ดีเอสไอยังไม่ได้สรุปมา ตนจึงตอบไม่ได้จนกว่าจะทราบผลสรุป