ข่าว

มาร์คถกก.ตร.เลื่อนตั้งนายพลน้อย31ต.ค.

มาร์คถกก.ตร.เลื่อนตั้งนายพลน้อย31ต.ค.

15 ต.ค. 2553

“อภิสิทธิ์”นั่งหัวโต๊ะประธาน ก.ตร.ครั้งแรก มีมติขยายเวลาแต่งตั้งนายพลน้อยไปถึง 31 ต.ค.คาดประชุมแต่งตั้งภายในสัปดาห์หน้า ปฏิเสธย้ายล้างบางตำรวจเสื้อแดง ยันให้โอกาสทุกคน ยึดตามก.ม.ความเป็นธรรม พร้อมรับหลักการณ์ยกระดับสถานีตำรวจ 286 สถานี ด้านผบ.ตร.ยันไม่มีเ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)  เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 15 ตุลาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) เป็นครั้งแรก โดยเมื่อนายอภิสิทธิ์เดินทางมาถึงได้มีกองเกียรติยศให้การต้อนรับ นายอภิสิทธิ์ ได้ตรวจแถวกองเกียรติยศ และวางพานพุมสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ราชการที่ 4 จากนั้นก็ได้ไปรับประทานอาหารร่วมกับ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.และข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่

จากนั้นเวลา 13.00 น.นายอภิสิทธิ์ ก็ได้เข้าประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ โดยมีรองผบ.ตร.และก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง การประชุมได้เสร็จสิ้นเมื่อเวลา 15.00 น.นายอภิสิทธิ์ได้เชิญเจ้าหน้าที่ออกจากร้องประชุมเหลือเพียงก.ตร.คุยนอกรอบกันประมาณ 10 นาที

นายอภิสิทธิ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุมก.ตร.ได้ขอมติขยายเวลาการแต่งตั้งระดับผบก.- รองผบช.ๆ ถึงสิ้นเดือน คาดว่าจะประชุมก.ตร.ครั้งนี้ได้ก่อนวันที่ 31 ต.ค.นี้ การขอขยายเวลาเพื่อให้การโยกย้ายในครั้งนี้เป็นไปตามกฎระเบียบการแต่งตั้งให้รัดกุม เนื่องจากบัญชีผู้มีคุณสมบัติเหมาะและเอกสารคำชี้แจงต่างๆในหลายพื้นที่ยังไม่เรียบร้อยจึงต้องขอขยายเวลา ตอนแรกคิดว่าจะทัน เมื่อได้คุยกับผบ.ตร.แล้วไม่ทันก็ต้องขยายเพื่อทำการแต่งตั้งให้ดีที่สุด ไม่ให้กระทบสิทธิประโยชน์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนร้องตำรวจสตม.ที่มีร้องเรียนนั้นเป็นเรื่องเก่าแล้วเป็นวาระการแต่งตั้ง ตั้งแต่ปี 2552 ไม่เกี่ยวกัน สำหรับปัญหาการร้องเรียนการแต่งตั้งนั้นตนไม่ทราบ แต่ไม่สามารถเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาได้เพราะตนเองไม่ได้เป็นคนทำ การทำการแต่งตั้งโยกย้ายของตนเองนั้นจะไม่ทำให้ผิดหวัง โดยได้เน้นย้ำว่า ข้าราชการไม่ได้เป็นของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งจะติดตามรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งไม่ได้  การแต่งตั้งหากไม่ดีคนที่เดือดร้อนก็คือตนเอง แต่งตั้งมาแล้วทำงานไม่ดีทำงานไม่ได้ตนเองก็โดนด่า  หากการแต่งตั้งมีการร้องเรียนขอความเป็นธรรมเกิดขึ้นตนเองก็จะสอบถามผบ.ตร.ว่าไม่ดีไม่ถูกต้องอย่างไร กระทบกับหน้าที่การงานตรงไหน ต้องเข้าใจว่าก.ตร.แต่ละท่านไม่ได้รู้ข้อมูลขอองทุกคน ซึ่งต้องนี้คณะกรรมการคัดเลือกก็ต้องดูแลให้ถูกต้องเหมาะสม

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการล้างบางตำรวจเสื้อแดงเพื่อเตรียมการเลือกตั้งหรือไม่ นายอภิอสิทธิ์ กล่าวว่า  ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เชื่อว่าข้าราชการส่วนใหญ่ทำงานสนองรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย  ถึงแม้ว่าแต่ละคนอาจจะมีการฝักใฝ่การเมืองแต่ต้องไม่กระทบต่อหน้าที่ อย่างข้าราชการที่ทำงานกับตนเยอะไปที่ไม่ได้ฟักใฝ่รัฐบาล บางคนด่าก็มี แต่ก็ทำงานในหน้าที่ไม่เอาเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องก็ไม่ทีปัญหา ตนเองให้โอกาสทุกคน

ด้านพล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ได้ขอมติก.ตร.เพื่อขยายเวลาการแต่งตั้งระดังผบก.รองผบช.ออกไปถึงวันที่ 31 ตุลาคม โดยคาดว่าจะสามารถประชุมก.ตร.เพื่อแต่งตั้งได้ภายในวันที่ 21- 22 ต.ค.นี้ โดยที่ผ่านมาติดสถานการณ์การชุมนุมและวันตำรวจทำให้หลายบช.ไม่สามารถส่งบัญชีได้ทัน ตนเองต้องให้มาตรา 54(2) ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบและเสนอความเห็นให้ก.ตร.เพราะการแต่งตั้งจำนวนมากๆสำคัญที่ต้องมีการตรวจสอบให้บัญชีมีความถูกต้องเหมาะสม ซึ่งไม่ถือว่าเป็นการล้วงลูกเป็นการทำได้ตามกฎหมายที่ระบุไว้

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นเพราะมีเด็กฝากนักการเมืองหรือไม่ทำให้การแต่งตั้งไม่ลงตัวต้องเลื่อนออกไป พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวต่อว่า  ยืนยันไม่มีการฝากจากนักการเมือง ไม่มีนักการเมืองของตำแหน่งแต่อย่างใด แต่ที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง  คนที่จะได้เลื่อนตำแหน่งใหม่มีความอาวุโสมากก็ไปอยู่ในที่ที่มีปริมาณมาก หากผู้ที่มีความอาวุโสน้อยแล้วได้รับการแต่งตั้งไปดูแลงานที่มีปริมาณมากก็ต้องมีความสามารถโดดเด่น เป็นพิเศษ

ขณะที่พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า นอกจากเรื่องการขยายเวลาการแต่งตั้งแล้ววันนี้ก.ตร.ได้พิจารณาวาระการยกระดับสถานีโรงพักที่มีสารวัตรใหญ่เป็นหัวหน้าสถานียกระดับให้มีผกก.เป็นหัวหน้าสถานี จำนวน 142 โรงพัก และจากโรงพักที่มีสารวัตรเป็นหัวหน้าสถานีให้ยกระดับมีสารวัตรใหญ่เป็นหัวหน้าสถานีจะนวน 144 โรงพัก ซึ่งก.ตร.ก็อนุมัติในหลักการแล้ว และให้ตร.ดำเนินการกลับไปดูเหตุผลประกอบการพิจารณาตลอกจนหลักเกณฑ์ในการประเมินโรงพักมีที่จะได้รับการยกระดับ นอกจากนั้นให้ไปดูว่าหากโรงพักทั้งหมดได้รับการยกระดับจะมีตำแหน่งใหม่เกิดขึ้น 1144 ตำแหน่ง ซึ่งก็ต้องไปดูว่าสารวัตรใหญ่ หรือสารวัตรหัวหน้าสถานีมีคุณสมบัติพร้อมที่จะเลื่อนขึ้นในโรงพักตัวเองหรือไม่อย่างไร ซึ่งขั้นตอนตร.ก็ต้องไปดำเนินการเพื่อจัดคุณสมบัติเหล่านี้ เพื่อเสนอก.ตร.พิจารณาในครั้งถัดไป