
"น้องโม"ลุ้น 10 สมัย แชมป์ยิมนาสติกไทย
"น้องโม" ธาราทิพย์ ศรีดี ราชินียิมนาสติกลีลาลุ้นแชมป์ 10 สมัย ในยิมนาสติกชิงแชมป์ประเทศไทยครั้งที่ 30 วันที่ 26-31 ต.ค. ที่ ม.เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก จ.ชลบุรี ด้าน "สวัสดิ์ โสภะ" นายกสมาคมยิมนาสติกไทยห่วงการให้คะแนนเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 "กวางโจวเกมส
นายสวัสดิ์ โสภะ นายกสมาคมยิมนาสติกแห่งประเทศไทย เป็นประธานแถลงข่าวการจัดการแข่งขัน "ออมสินยิมนาสติกลีลา และแอโรบิกยิมนาสติกชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย" ครั้งที่ 30 ประจำปี 2553 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ โรงแรมอเล็กซานเดอร์ โดยการแข่งขันจะมีวันที่ 26-31 ตุลาคม ที่ ม.เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก จ.ชลบุรี แบ่งออกเป็นยิมนาสติกลีลา 3 รุ่นอายุ คือ รุ่นยุวชน รุ่นเยาวชน และรุ่นประชาชน ส่วนยิมนาสติกแอโรบิกแบ่งเป็น 2 รุ่นอายุ คือ รุ่นเยาวชน และรุ่นประชาชน
อย่างไรก็ตามไฮไลท์สำคัญในรายการนี้คงเป็นการโชว์ลีลาของนักยิมนาสติกทีมชาติไทยชุดสู้ศึกกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน ทั้ง 11 คน แยกเป็นยิมนาสติกศิลป์ 7 คน และยิมนาสติกลีลา 4 คน เพื่อเช็กฟิตความพร้อมช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเดินทางไปล่าเหรียญรางวัล โดยเฉพาะ "น้องโม" ธาราทิพย์ ศรีดี ราชินียิมนาสติกลีลาเบอร์ 1 ไทยเจ้าของแชมป์รายการนี้มาแล้ว 9 สมัย หากครั้งนี้สามารถคว้าแชมป์ได้อีกจะสร้างสถิติเป็นนักกีฬาที่คว้าแชมป์ 10 สมัยคนแรกทันที
นายสวัสดิ์ เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมช่วงโค้งสุดท้ายของนักกีฬาชุดลุย "กวางโจวเกมส์" ว่าขณะนี้นักกีฬาทุกคนมีความพร้อมเต็มที่ ทุกคนสภาพร่างกายสมบูรณ์เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ล่าสุดสมาคมได้ส่ง วีณา โชคเผ่าอำไพ กับ ราชวัตร แก้วปัญญา ไปร่วมการแข่งขันยิมนาสติกศิลป์ชิงแชมป์โลก 2010 ระหว่างวันที่ 8-20 ตุลาคมนี้ ที่เมืองร็อตเตอร์ดัม ประเทศฮอลแลนด์ เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้าก่อน "กวางโจวเกมส์" ที่สำคัญรายการนี้จะเป็นการควอลิฟายเพื่อค้นหานักกีฬาไปโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่ประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะถ้าหากนักกีฬาคนใดคนหนึ่งสามารถทำผลงานติดอยู่ 1 ใน 36 คนสุดท้ายได้ และในปีถัดไปการแข่งขันที่ญี่ปุ่นก็ยังรักษาผลงานติดอยู่ 1 ใน 36 คนสุดท้ายได้อีก ก็จะคว้าตั๋วใบสุดท้ายโดยอัตโนมัติไปร่วมศึก "ลอนดอนเกมส์" ทันที
นายกสมาคมยิมนาสติกไทย ยังกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามศึกเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ ตนมีความเป็นห่วงเรื่องการตัดสินให้คะแนนมากพอสมควร เพราะกีฬาชนิดนี้ใช้สายตาในการตัดสินชี้ขาด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับท่วงท่าลีลาความยากง่ายของท่าทางต่างๆ ที่นักกีฬาจะเอาไปแสดงโชว์ว่ามีความยากง่ายมากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงสายตาของผู้ตัดสินแต่ละคนไม่เท่ากัน จึงเกรงว่าอาจเกิดปัญหาเรื่องนี้กับนักกีฬาไทยได้ ทั้งนี้แม้ตัวเองจะมีตำแหน่งเป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารสหพันธ์ยิมนาสติกนานาชาติก็ตาม แต่เรื่องการให้คะแนนไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่าย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับมาตรฐานและหลักเกณฑ์ตามที่สหพันธ์ยิมนาสติกนานาชาติได้กำหนดไว้ ส่วนตัวได้กำชับนักกีฬาทุกคนให้ตั้งใจเต็มที่ นึกเสียว่าเป็นการฝึกซ้อมในชีวิตประจำวันเพื่อไม่กดดันตัวเอง



