
ฝนกระหน่ำ2ชม.น้ำท่วมกทม.หลายจุด
กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นช่วง 1-2 วันนี้ ขณะที่กรุงเทพฝนตกหนักช่วงเที่ยง ทำผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงรอบทำเนียบ ต่างวิ่งหนีหลบฝนกระเจิง ขอนแก่นพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านพังนับร้อย
(31มี.ค.) ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 4 เรื่องพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนอบอ้าว ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 31 มีนาคม - 1 เมษายนนี้ จึงขอให้ประชาชนในบริเวณที่กล่าวมาระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้
โดยขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง หรือใต้ต้นไม้สูงเด่น ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งควรงดใช้เครื่องมือสื่อสาร หรือวัตถุที่อาจเป็นสื่อนำไฟฟ้าในขณะที่ เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง
สำหรับคลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ลงไปถึงนราธิวาส มีกำลังค่อนข้างแรงโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ขอให้ชาวเรือระวังอันตรายในการเดินเรือช่วงวันที่ 31 มีนาคม - 2 เมษายนนี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้(31มี.ค.) เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักทั่วกรุงเทพ และมีฟ้าร้องเป็นช่วงๆ ทำให้ผู้ชุมนุมบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ชุมนุมขับไล่รัฐบาล และยังเรียกร้องให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งฝนหลงฤดูตกลงมาทำให้ผู้ชุมนุม พ่อค้าแม่ค้าที่เข็นรถเข็นเข้ามาขายของ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างหนีหาที่หลบฝนตามเต็นท์ที่ตั้งเอาไว้
ฝนกระหน่ำ2ชม.น้ำท่วมกทม.หลายจุด
นายสัญญา ชีนิมิตร รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ(สนน.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า จากที่พายุฝนพัดกระหน่ำหลายพื้นที่ใน กทม.เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้(31มี.ค.) เป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง ทำให้ปริมาณน้ำฝนที่สะสมมากสุดอยู่บริเวณสถานีสูบน้ำคลองมอญ ฝั่งธนบุรี มีปริมาณน้ำฝน 110 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง และที่สถานีสูบน้ำเทเวศร์ มีปริมาณน้ำฝน 70 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง
อย่างไรก็ตามสภาพฝนที่ตกลงมาอย่างหนักบวกกับมีพายุพัดกระหน่ำ ทำให้มีน้ำเอ่อล้นถนนราชวงศ์ ถนนลาดหญ้า โดยจุดที่ท่วมระดับเดียวกับฟุตบาธ คือ ถนนสุขุม ซอย 62 พื้นที่ฝนตกอยู่ใกล้กับริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้การระบายน้ำบนถนนดังกล่าวเป็นไปอย่างล่าช้า เบื้องต้นได้สั่งให้เจ้าหน้าที่พร่องน้ำในคลองต่างๆ ของพื้นที่ชั้นในแล้ว เช่น คลองผดุงกรุงเกษม คลองหลอด คลองวัดราชนัดดา คลองแสนแสบ และคลองบางซื่อ เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาแล้ว
รายงานข่าวจากศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร ( ศูนย์วิทยุฯจราจร ) แจ้งว่า หลังจากฝนตกต่อเนื่องติดต่อกันนานกว่า 3 ชั่วโมง ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก เกิดน้ำท่วมขังบนผิวจราจรหลายจุด อาทิ แยกถนนเจริญกรุง แยกเสือป่า จุดกลับรถถนนบรมราชชนนี ใต้สะพานบริเวณสายใต้เก่า เกิดไฟฟ้าดับหลายจุด อาทิ ย่านทองหล่อ อโศก และในเขตปทุมวันหลายจุด นอกจากนี้ยังเกิดอุบัติเหตุ รถยนต์ชนกันบนถนนพระราม 4 รวม 14 คันรวด เนื่องจากถนนลื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจจุดเกิดเหตุ ทำให้การจราจรบนถนนพระราม 4 กลับสู่สภาพปกติแล้ว
ขอนแก่นพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านพังนับร้อย
เมื่อช่วงดึกวันที่ 31 มี.ค.52 ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เป็นเหตุให้บ้านเรือนชาวบ้านพังเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.พระลับ หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 19 อ.เมือง จ.ขอนแก่น ถูกพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำบ้านเรือนชาวบ้านพังเสียหายนับร้อยหลังคาเรือน บางบ้านถูกพายุพัดบ้านพังทับรุยนต์และรถจักรยานยนต์พังยับ ชาวบ้านต้องช่วยกันรื้อบ้านเพื่อนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ออกมา
นายสมประสงค์ สีทาโส ผญบ.บ้านผือ หมู่ที่ 2 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 04.00 น.ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงจนเกิดพายุลมหนุนพัดบ้านเรือนชาวบ้านในหมู่บ้านพังนับร้อยหลังคาเรือน บางบ้านถูกพายุพัดเอาหลังคาออกทั้งหลัง ปลิวว่อนตกใส่บ้านเรือนชาวบ้านใกล้เคียง จนทำให้ชาวบ้านวุ่นทั้งหมู่บ้าน ต้องหนีออกมาจากบ้านเพื่อหาที่หลบซ่อน เนื่องจากลมแรงมาหวั่นเกรงว่าบ้านจะพังทับจนมีอันตรายเกิดขึ้น
ในขณะเดียวกันขณะที่เกิดพายุพัดกระหน่ำในหมู่บ้าน ก็ทำให้บ้านเรือนของชาวบ้านหลายรายพังลงมาทั้งหลัง ทับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างภายในบ้านพังเสียหายจำนวนมาก โชคดีที่ชาวบ้านหลบหนีออกมาจากมาทันไม่มีใครได้รับอันตราย เช่นบ้านเลขที่ 271 ม.2 ของ นางติ๋ม เมืองกลั่น ที่อยู่ท้ายหมู่บ้านถูกพายุพัดพังทั้งหลังทับรถยนต์ ฟอร์ด เรนเจอร์ โฟวิลว์ และรถจัหรยานยนต์ ที่จอดอยู่ใต้ถุนบ้านพังเสียหายจำนวนมาก
ทั้งนี้จากการสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนชาวบ้านที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำนั้น คาดว่าคงไม่ต่ำกว่า 2 ล้าน เนื่องจากบ้านหลายหลังถูกพายุพัดล้มลง หากมีการสร้างขึ้นใหม่ต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ได้เร่งสำรวจความเสียหายเบื้อต้นแล้ว เพื่อนำเรื่องเสนอต่อเทศบาลตำบลพระลับและผู้ว่าฯขอนแก่น เพื่อยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยในครั้งนี้
ด้าน นางติ๋ม กล่าวว่า ขณะที่เกิดพายุหมุนพัดบ้านได้ยินเสียงลมกระทบกับหลังคาบ้านแรงมาก หวั่นเกรงว่าจะเกิดอันตรายจึงได้เรียกลูกๆออกจากบ้านไปหลบอยู่ในครัวหลังบ้าน และไม่พายุก็พัดบ้านพังลงทั้งหลังทับรถยนต์และจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ ซึ่งโชคดีมากที่พาลูกๆหลบหนีออกมาก่อน ไม่เช่นนั้นทุกคนคงถูกบ้านทับและได้รับอันตรายแน่ ซึ่งความเสียหายในครั้งนี้คาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท
ขณะที่ นางสุพรรัตน์ แสงมาลี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ขอนแก่น กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากภายุในครั้งนี้ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจความเสียหาย โดยหากบ้านไหนถูกพายุพัดพังเสียหายมากเกือบทั้งหลัง ก็จะนำเรื่องเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่ออนุมัติงบประมาณให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
พายุพัดถล่ม3อำเภอในจังหวัดพิษณุโลก
เมื่ช่วงเวลา 08.00-09.00 น.วันที่ 31 มีนาคม เกิดพายุฝนฟ้าคะนองในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอวัดโบสถ์ และอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก หลังจากคืนที่ผ่านอากาศร้อนอบอ้าว ด้วยอิทธิพลหย่อมความกดอากาศสูง แรงลมส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหลายหลายจุด
โดย ที่อำเภอวัดโบสถ์ มีต้นไม้ล้มขวางเส้นทางท่างาม - บ้านยาง เจ้าหน้าที่ต้องใช้เลื่อยยนต์เคลียร์พื้นที่ให้รถสามารถสัญจรได้ ขณะที่แรงลมได้พัดหลังคาโรงจอดรถโรงพยาบาลวัดโบสถ์พังลงมา เสียหายใช้การไม่ได้
ขณะที่ นายอำเภอวัดโบสถ์ได้ให้ฝ่ายป้องกันเร่งสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนราษฏรที่ได้รับรายงานเบื้องต้นว่า มีบ้านถูกต้นไม้ล้มทับ 2 หลังในเขตหมู่ที่ 5 ตำบลบ้านยาง อำเภอวัดโบสถ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พายุได้พัดผ่านจากอำเภอวัดโบสถ์ เข้าสู่อำเภอวังทอง แรงลมส่งผลให้ต้นสะเดาขนาดใหญ่ โค่นทับบ้านนายเชาวลิต เถื่อนศรี อายุ 52 ปี เลขที่ 99 / 2 หมู่ที่ 7 บ้านเนินคลี ตำบลชัยนาม อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ส่งผลให้หลังคากระเบื้องได้รับความเสียหาย ข้าวของเครื่องใช้ถูกพายุฝนพัดเปียกเสียหายเช่นกัน
โดยเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน นายปรีชา เรืองจันทน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายกิตติพงษ์ ศิริสานนท์ นายอำเภอวังทอง นายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก ได้เดินทางมาตรวจสอบเพื่อให้ความช่วยเหลือ
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้ปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านนายเชาวลิต ช่วยใช้ขวานตัดทอนกิ่งไม้บนหลังคา และช่วยนำรถเครนมาเคลียร์ซากกิ่งไม้ออกจากหลังคาบ้านนายเชาวลิต พร้อมกับสั่งการให้ อบต.ชัยนาม และนายอำเภอวังทอง เร่งให้ความช่วยเหลือจัดหาอุปกรณ์ก่อสร้างมาซ่อมแซมบ้านให้
นายปรีชา กล่าวว่า พายุฤดูร้อนเช้าวันที่ 31 มีนาคม กำลังให้ทุกอำเภอเร่งสำรวจความเสียหายและรายงานเข้ามาที่จังหวัดเพื่อเร่งออกช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน และช่วงนี้ยาวไปจนถึงช่วงสงกรานต์ ขอฝากเตือนให้ประชาชนระมัดระวังพายุฤดูร้อนเป็นพิเศษ เพราะมีหย่อมความกดอากาศสูงจากจีนแผ่เข้ามามีอิทธิพลกับพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน โดยเฉพาะการระวังต้นไม้ ที่อยู่ใกล้บ้านและมีสภาพผุกร่อน ให้เร่งตัดทอนกิ่งหรือโค่นทิ้ง จะช่วยลดความเสียหายได้มาก



