
"ยอมเจ็บเพื่อลูก"
หลายปีมาแล้วที่ไม่ได้เจอ "เสี่ยเปี๊ยก" หรือ พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.สำเหร่ เคยพบกันครั้งสุดท้าย สมัยที่ยังเป็นนายเวรของ พล.ต.ต.พีรพล สุนทรเกตุ อดีต ผบก.ปปป. และอดีต ผบก.ดพ. กระจอกข่าว เห็นหน้าเสี่ยเปี๊ยกครั้งแรกแทบจำไม่ได้ เพราะรูปร่างทรวดทรงยังด
ตั้งแต่ พ.ต.อ.มานพ เล่าเรียนจบจากรั้วโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 27 มาต่อโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 43 เคยผ่านงานบู๊และบุ๋นมาโชกโชนตั้งแต่เป็น รอง สว.สภ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี โยกมาเป็น รอง สว.จร.สน.สมเด็จเจ้าพระยา แล้วเป็นนายเวร พล.ต.ต.พีรพล ก่อนขึ้นเป็น สว.จร.สน.บางมด เป็น รองผกก.ป.สน.บางมด แล้วโยกขึ้นเป็น ผกก.สน.ประชาชื่น ผกก.สน.สุทธิสาร และเป็น ผกก.สน.สำเหร่ ในปัจจุบัน พ.ต.อ.มานพ ยังเป็นที่รักใคร่ของผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะคอยให้คำแนะนำพูดคุยปรึกษายามลูกน้องมีปัญหาอยู่เสมอ (แต่ถ้าขอยืมเงินคงคิดหนัก อิอิ)
ส่วนการทำงานของ พ.ต.อ.มานพ เคยสร้างวีรกรรมฮาๆ คงต้องยืมวลีเด็ด "ทำไปได้" จากรายการ "คดีเด็ด" มาการันตีความฮา แม้แรกๆ ไม่ยอมปริปากแต่ทนการรบเร้าของกระจอกข่าวไม่ไหว (ฮา)
"อย่าขำนะ เรื่องนี้แค่เสียฟอร์มเล็กน้อย สมัยที่เป็นรองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สน.บางมด ออกตรวจช่วงกลางคืนทุกวัน มีอยู่วันหนึ่งรับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ผู้เสียหาย สั่งลูกน้องสกัดจับจนกระทั่งทราบว่าคนร้ายหนีลงน้ำ จึงวิทยุขอรถไฟฟ้าส่องสว่างมาเพื่อส่องไฟหาคนร้าย ผมก็ตะโกนบอกคนร้ายที่ลอยคอว่าให้ยกมือขึ้น แต่คนร้ายยกมือเดียว ก็ย้ำอีกว่าให้ยกสองมือ คนร้ายไม่ยอม ตอนนั้นคิดว่ามืออีกข้างของคนร้ายต้องถือปืนอยู่แน่ๆ ผมก็ตะโกนให้ยกมือขึ้นทั้งสองข้างอีก แต่คนร้ายใช้มือที่ยกไปหยิบแขนเสื้ออีกด้านหนึ่งจนเห็นแขนข้างที่ด้วน พร้อมพูดผมยอมแล้วๆ แขนเทียมผมหล่นหายไปตอนไหนไม่รู้ตอนวิ่งหนีตำรวจ (ฮา)" พ.ต.อ.มานพ เล่าอย่างอารมณ์ดี
ระหว่างที่กระจอกข่าวกำลังหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง สังเกตเห็น "เสี่ยเปี๊ยก" ยกมือซ้ายขึ้นแล้วใช้ลูบที่ข้อมือตัวเองหลายครั้ง ด้วยความสงสัยใคร่รู้จึงรบเร้าสอบถามแต่ "เสี่ยเปี๊ยก" กลับอมยิ้มมองไปที่รูปที่ผนังห้อง ซึ่งเป็นรูป นตท.พัชรพล สุคนธ์ธนพัฒน์ ลูกชายสุดเท่ ที่กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนเตรียมทหารรุ่น 52 ปีที่ 3
"เวลาไปไหนมาไหนสาวๆ ไม่ได้มองพ่อนะ มองแต่ลูกชายที่ทั้งหล่อทั้งสมาร์ทสูง 175 ซม." พ.ต.อ.มานพ เล่าถึงคนในภาพ กระจอกข่าวยังงงๆ แล้วเกี่ยวอะไรกับการที่ต้องลูบข้อมือซ้ายที่เป็นรอยแผลเล็กๆ ตลอดเวลา
พ.ต.อ.มานพ จึงเฉลยว่า ปกติไม่ค่อยเจอลูกชายเท่าไหร่ เพราะลูกชายต้องอยู่โรงเรียนประจำ แต่พอลูกกลับบ้านบอกอยากกินเบค่อน พ่อก็ทำอาหารไม่เก่ง เห็นลูกอยากกินจึงสวมวิญญาณพ่อครัวจำเป็น พอทอดไข่ดาวเสร็จ ก็ทอดเบค่อนต่อ แต่ลืมไปว่าใส่น้ำมันเยอะแถมกำลังเดือดพล่าน พอใส่เบค่อนลงไปน้ำมันก็กระเด็นใส่แขนจนแดงไปหมด ทำให้ผิวหนังที่ข้อมือพองอีกด้วย
"ลูกชายเห็นรอยแผล ก็พูดอย่างซึ้งใจว่า อาหารมื้อนี้แม้ว่าไม่อร่อย แต่ก็มีคุณค่ามาก เพราะแลกด้วยความเจ็บปวดของพ่อ มีคุณค่าจริง" พ.ต.อ.มานพ ยังจดจำคำพูดประทับใจลูกชายคนนี้ และบอกอีกว่า วันหน้าก็ยอมเจ็บตัวอีกเพื่อลูก!!



