
ศอฉ.ยันไม่สกัดแดงยื่นหนังสือยูเอ็น
ศอฉ.ไม่สกัดแดงยื่นหนังสือเลขายูเอ็นฯ มอบบช.น.คุมเข้มประสานแกนแดง เผยแดงระดม 5 พันคนจากกทม.-เชียงใหม่เคลื่อนชุมนุมอยุธยา เชื่อไม่รุนแรง มอบกทม.-สันติบาลทำแผนป้องเหตุร้าย ด้านกทม.ติดตั้งซีซีทีวีเพิ่ม 385 จุด คาด 7 - 10 วันเสร็จ ด้านกอ.รมน.มอบผู้ว่าฯอยุธยาคุ
(15ต.ค.) ที่กองทัพบก พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน แถลงผลประชุมศอฉ.ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมในฐานะผอ.ศอฉ.เป็นประธานในการประชุม ว่า ที่ประชุมกทม.และเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลได้รายงานความคืบหน้าการติดตั้งกล้องซีซีทีวีจำนวน 385 จุดเพิ่มเติมเพื่อความจำเป็น ตามที่ผอ.ศอฉ.ได้สั่งการ ซึ่งทางบช.น.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบรายละเอียดเห็นว่า อยู่ในแผนงานการดำเนินการของ กทม. 105 จุด ส่วนอีก 280 จุดที่ต้องเร่งดำเนินการติดตั้งต่อไป คาดว่า 7-10 วันจะเสร็จสิ้น ในส่วนการประสานงานระหว่าง บชน.กับ กทม.ได้ดำเนินการกำหนดแผนงานที่ชัดเจนอีกระดับ คือ การประสานงานระดับผู้บริหารของกทม. กับผู้บริหารของบชน. ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 ติดต่อกับหัวหน้าสำนักงานเขตต่าง ๆ ของกทม. และ ในสำนักงานเขตจะติดกับสถานีตำรวจต่าง ๆ โดยตรง
ที่ประชุมยังได้หารือถึงการเดินทางของเลขาธิการสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ที่จะเดินทางมาประเทศไทยในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ทางผอ.ศอฉ.ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลเป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลรักษาความปลอดภัยในการประสานงานภาพรวม และอยากให้คนไทยร่วมเป็น เจ้าภาพช่วยกันดูแลสอดส่องเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้การเดินทางของเลขายูเอ็นฯเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพราะถือว่าเป็นหน้าตาของประเทศ ส่วนการยื่นหนังสือต่อเลขายูเอ็นฯของกลุ่มพลังทางการเมืองนั้นสามารถไปยื่นหนังสือได้ตามสิทธิรัฐธรรมนูญ เราไม่ได้สกัดกั้นอะไร แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย กติกา อย่าลืมว่า เป็นภาพลักษณ์ของประเทศ โดยจะให้ทาง บชน.ประสานกับแกนนำในการยื่นหนังสือ
ที่ประชุมยังพูดถึงการจัดกิจกรรมทางการเมืองในวันที่ 16-17 ต.ค.โดยจะจัดแรลลี่จากจังหวัดต่าง ๆ มารวมกันที่ จ.อยุธยา ทั้งในกทม.และ จ.เชียงใหม่ โดยจะมีผู้ร่วมกิจกรรมประมาณ 5,000 คน ซึ่งทางผอ.ศอฉ.ได้สั่งการให้ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)ร่วมกับตำรวจสันติบาล ดำเนินการจัดทำแผนป้องกันการสร้างสถานการณ์ และการก่อเหตุความวุ่นวาย อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาการชุมนุมเรียบร้อยด้วยดี แต่ยังไม่มีแกนนำการชุมนุมที่ชัดเจน โดยมอบหมายให้หน่วยงานด้านความมั่นคงไปประสานกับผู้จัดกิจกรรมเพื่อสามารถควบคุมมวลชนให้อยู่ในกรอบที่ตกลงกันไว้ ซึ่งที่ประชุมไม่ได้กังวลว่าจะเกิดความวุ่นวาย เพียงแต่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเตรียมการให้ดี
เมื่อถามว่า ผอ.ศอฉ.กำชับดีเอสไอให้ระวังเรื่องการให้ข่าวกระทบต่อความสัมพันธ์กับกัมพูชาหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปแล้ว เท่าที่พูดคุยในที่ประชุมเมื่อครั้งที่ผ่านมา นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้แจงว่าข้อมูลที่ชี้แจงกับสื่อมวลชนเป็นการรายงานจากการสอบสวนของผู้ที่ถูกกันไว้เป็นพยาน
ด้านพล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษก กอ.รมน.กล่าวถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ จ.อยุธยา ในวันที่ 16-17 ต.ค.นี้ ว่า กอ.รมน.ส่วนกลางได้สั่งการให้ กอ.รมน.จังหวัด และ กอ.รมน.ภาค จัดทำแผนในการรักษาความเรียบร้อยในระหว่างการชุมนุม โดยประสานงานร่วมกับตำรวจสันติบาลในพื้นที่ ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น ผอ.รมน.กำกับดูแลและสั่งการการดำเนินงานของแต่ละส่วน ทั้งในส่วนการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย การตั้งจุดตรวจสกัดเพื่อตรวจสอบวัตถุอันตรายที่อาจนำมาใช้ก่อเหตุในพื้นที่ รวมทั้งการประเมินเส้นทางการจราจรที่ผู้ชุมนุมจะใช้เดินทางเคลื่อนไหว เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนในพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับความเดือดร้อน
“ไม่เป็นห่วงการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งนี้ เพราะเชื่อว่าเจ้าหน้าที่สามารถดูแลและควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรงได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ กอ.รมน.จากส่วนกลางได้สั่งการให้ กอ.รมน.จังหวัดและ กอ.รมน.ภาค จัดทำแผนรองรับเพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ของตนเองอยู่แล้ว หลังมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยประสานงานกับจังหวัดใกล้เคียง เพื่อตรวจสอบว่าพื้นที่ใดเป็นจุดล่อแหลม หรือเป็นพื้นที่ที่มีการจัดกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งอาจสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างสถานการณ์หรือสร้างความรุนแรงจากกลุ่มไม่หวังดี นอกจากนี้ยังได้ติดตามข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหว รวมทั้งได้ประสานงานกับผู้ชุมนุมในในพื้นที่ตลอดเวลา และได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมว่ากิจกรรมทางการเมืองใดที่สามารถดำเนินการได้หรือดำเนินการไม่ได้ ซึ่งผู้ชุมนุมในพื้นที่ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี”โฆษกกอ.รมน.กล่าว
พล.ต.ดิฏฐพร กล่าวว่า หากการชุมนุมมีความบานปลายหรือเกินกำลังที่กอ.รมน.จังหวัดและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลควบคุมได้ ก็สามารถประสานงานไปยังจังหวัดทหารบกในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อขอกำลังสนับสนุนได้ ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในครั้งนี้อยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นผอ.รมน. เป็นคนสั่งการและประเมินสถานการณ์ในภาพรวม



