
'ฟ็อกซ์ นิวส์'คนดูสูงสุดช่วยคนงานชิลี
ฟ็อกซ์ นิวส์ สามารถเรียกคนดูได้สูงสุดในบรรดาเคเบิล ทีวี ในช่วงสุดท้ายของการชวยเหลือคนงานเหมืองชิลี ขณะที่คนงาน 3 คนจาก ทั้งหมด 33 คนออกจากโรงพยาบาลแล้ว
(15ต.ค.) ศึกชิงคนดูในช่วงการถ่ายทอดสดช่วงสุดท้ายของปฏิบัติการช่วยเหลือคนงานเหมืองทองคำ และทองแดงของชิลี 33 คน เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ปรากฎว่า สถานีโทรทัศน์ ฟ็อกซ์ นิวส์ สามารถเรียกผู้ชมได้ 7 ล้านคน โดยในช่วงเวลา 20.00 น. มีผู้ชมติดตามความเคลื่อนไหว ผ่านทางช่องฟ็อกซ์ นิวส์ 7,066 ล้านคน ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายที่คนงานเหมืองได้รับการช่วยเหลือ ส่วนในช่วงไพร์ม ไทม์ส สามารถเรียกคนดูได้ 4,862 คน
นีลเซ่น มีเดีย รีเสิร์ช ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าว เป็นตัวแทนของการครองเรตติ้งสูงสุดของฟ็อกซ์ นิวส์ ของปี 2553 และเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุด นับตั้งแต่คืนเลือกตั้งประธานาธิบดี 2008
ตอนนี้ ฟ็อกซ์ นิวส์ กลายเป็นสถานีโทรทัศน์ที่ครองใจผู้ชมมากที่สุดในบรรดาเคเบิล ทีวี ในช่วงการออกอากาศเวลา 20.00 น. ไปแล้ว ส่วน CNN ตามมาเป็นที่สอง มีผู้ชม 2,671 ล้านคน และMSNBC ที่ไม่ได้ถ่ายทอดสดการช่วยเหลือคนงานเหมืองในช่วงสุดท้าย มีผู้ชมเฉลี่ย 1,097 ล้านคน แต่ในช่วงไพร์ม ไทม์ ที่มีคนอยู่หน้าจอโทรทัศน์มากที่สุดนั้น CNN เรียกความสนใจจากผู้ชมได้ 2,364 คน อยู่อันดับ 2 ส่วน MSNBC อยู่อันดับ 3 มีผู้ชม 920,000 คน
ถ้าดูจากสภาพการณ์โดยรวม ฟ็อกซ์ นิวส์ ก็เป็นผู้ชนะในช่วงออกอากาศยามกลางคืนเช่นกันโดยมีผู้ชม 1,754 ล้านคน ในช่วง 20.00 น. ขณะที่ CNN มีผู้ชม 8 แสนคน และ MSNBC มีผู้ชม298,000 คน ส่วนในช่วงไพร์ม ไทม์ ฟ็อก นิวส์ มีผู้ชม 1,254 ล้านคน , CNN 705,000 คน และMSNBC 293,000 คน แต่ถ้าวัดจากภาพรวมทั้งหมดของอากาศตลอดทั้งวัน CNN มาเป็นอันดับ1 ได้ผู้ชม 507,000 คน , ฟ็อกซ์ นิวส์ 497,000 คน และ MSNBC 160,000 คน
ขณะที่คนงานเหมืองชิลี 3 คนออกจากโรงพยาบาลในเมืองโคปิอาโป ด้วยรถของทางราชการท่ามกลางการอารักขาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเมื่อวาน โดยมีกลุ่มช่างภาพไล่ตามเก็บภาพคนงาน และเอดิสัน เปน่า หนึ่งในคนงานที่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้หลังผ่านการตรวจร่างกายแล้วสุขภาพแข็งแร่งดี บอกกับกลุ่มนักข่าวและเจ้าหน้าที่อื่นๆว่า เขาหวังว่าจะไม่ต้องกลับมาที่นี่อีกและขอบคุณมากที่เชื่อว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ เขาบอกด้วยว่าพวกเขาไม่ใช่ป็อป สตาร์ แต่เป็นคนธรรมดาเท่านั้น
คนงานทั้ง 33 คนเข้ารับการตรวจร่างกายหลังจากใช้ชีวิตอยู่ใต้ดินในเหมืองซานโฮเซ่นานกว่าสองเดือนจนกระทั่งได้รับการช่วยเหลือด้วยปฏิบัติการกู้ภัยครั้งประวัติศาสตร์ที่ไร้อุบัติเหตุหรือความผิดพลาดตลอดกว่า 22 ชั่วโมงตั้งแต่คืนวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น และแพทย์อนุญาตให้คนที่มีปัญหาสุขภาพน้อยที่สุดกลับบ้านได้ แต่โดยรวมทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงดีเกินคาด แม้มีบางคนมีปัญหาเกี่ยวกับฟันหรือป่วยเป็นปอดอักเสบ
ประธานาธิบดีเซบาสเตียน ปิเนร่าของชิลี ซึ่งเฝ้าต้อนรับคนงานเหมืองที่กลับขึ้นสู่พื้นดินตลอดปฏิบัติการกู้ภัย ได้ไปเยี่ยมคนงานทั้งหมดที่โรงพยาบาลด้วยเมื่อวาน และเชิญทีมคนงานซึ่งมีอดีตนักเตะทีมชาติ แฟรงค์ โลบอส อยู่ด้วย เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลกับทีมของทำเนียบประธานาธิบดีในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ พร้อมกับปล่อยมุกตลกว่าผู้ชนะจะได้เข้าไปอยู่ในทำเนียบประธานาธิบดี ส่วนผู้แพ้จะต้องลงไปในเหมือง
พร้อมกันนี้เขาสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงกฎข้อบังคับเพื่อคุ้มครองแรงงานมากขึ้น และไม่ปล่อยให้คนงานต้องเผชิญกับสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย และจะส่งบิลค่าใช้จ่ายในการกู้ภัยที่คาดว่าจะสูงถึง 300 ถึง 600 ล้านบาทไปยังบริษัทที่เป็นเจ้าของเหมือง
ริชาร์ด วิญาโรเอล Richard Villaroel ช่างกล วัย 27 ปี ให้สัมภาษณ์สั้นๆกับสถานีโทรทัศน์ TVN ถึงประสบการณ์เลวร้ายที่พวกเขาเผชิญว่า พวกเขาเป็นกำลังใจให้กัน ช่วยเหลือกันและกัน และแม้ต้องอยู่ในเหมืองที่มืดและร้อนชื้น โดยมีอาหารประทังชีวิตแค่เล็กน้อยตลอด 17 วันแรกนับจากวันที่เหมืองถล่มเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมจนกระทั่งหน่วยกู้ภัยสามารถระบุจุดที่พบพวกเขาการตัดสินใจใดๆภายในนั้นล้วนเป็นไปอย่างสงบและเป็นประชาธิปไตย
พร้อมกันนี้เขาได้กล่าวขอบคุณเป็นพิเศษแก่โฮเซ่ เอนริเกซ หัวหน้าฝ่ายขุดเจาะ วัย 54 ปี ที่ทำหน้าที่เป็น “บาทหลวง"อย่างเป็นทางการของกลุ่มโดยทำหน้าที่นำสวดมนต์ประจำวันและทำให้ทุกคนรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันฝ่าฟันช่วงเวลาที่เลวร้าย



