ข่าว

ความรุนแรง ที่แฝงมากับทีวี

ความรุนแรง ที่แฝงมากับทีวี

01 เม.ย. 2552

ในช่วงปิดภาคเรียนทำให้เด็กๆ มีเวลาว่างอยู่กับโทรทัศน์มากขึ้น แต่รายการทีวีส่วนใหญ่มักจะแฝงไปด้วยความรุนแรง

  โครงการเพื่อเด็กไทย ใส่ใจสื่อ โดยการสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. จึงได้นำเสนอผลการวิจัยเรื่อง การวิเคราะห์ความรุนแรงในรายการโทรทัศน์ ขึ้น เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในการหาวิธีดึงลูกหลานออกจากหน้าจออันตรายเหล่านั้น


 รศ.ดร.วิลาสินี อดุลยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักรณรงค์และสื่อสาธารณะเพื่อสังคม สสส. กล่าวถึงโครงการนี้ว่า เป็นการนำเอาผลการวิจัยในการเปิดรับสื่อจากรายการโทรทัศน์ของกลุ่มเยาวชน รวมทั้งศึกษาความคิดเห็นของเด็กและผู้ปกครองที่มีต่อความรุนแรงในรายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก ที่ปัจจุบันสื่อนำเสนอแต่เรื่องไม่เหมาะสมกับเด็ก เพราะสื่อมุ่งแต่จะทำกำไรสูงสุดโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ที่เด็กควรจะได้รับ จึงอยากให้มีการแก้ไขที่โครงสร้างสื่อและช่วยกันเสนอแนวทางเพื่อผลักดัน พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ให้ออกมาใช้ ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภา

 ขณะที่ ผศ.ลักษมี คงลาภ หนึ่งในคณะผู้ทำการวิจัย กล่าวว่า รายการโทรทัศน์ต่างๆ ที่นำเสนอในปัจจุบันมีเนื้อหาที่รุนแรงไม่เหมาะสมกับเด็ก ขณะที่รายการต่างๆ ที่นำเสนอให้เด็กดูมีความรุนแรงเกินกว่าครึ่ง และยังมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยนำเสนอผ่านรายการประเภทการ์ตูนมากที่สุด ซึ่งฉากที่ปรากฏก็นำเสนอความรุนแรงทางร่างกาย เช่น ฉากการต่อสู้ระหว่างตัวพระเอกกับผู้ร้าย และบางเรื่องยังมีฉากความล่อแหลมทางเพศ นอกจากนี้ยังมีโฆษณาขนมขบเคี้ยวแฝงด้วย ส่วนละครหลังข่าวก็มีภาพความรุนแรงที่ปรากฏอย่างชัดเจน ทั้งทางร่ายกายและวาจาจากฉากการทำร้ายตบตี

 ด้าน นพ.สุริยเดว ทรีปาตี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็ก ได้กล่าวสรุปพร้อมฝากคำเตือนถึงผู้ปกครองในตอนท้ายว่า อย่าปล่อยให้เด็กดูทีวีเพียงลำพัง เพราะเด็กที่บริโภคสื่อที่มีความรุนแรงจะเกิดพฤติกรรมการลอกเลียนแบบ ส่งผลให้กลายเป็นคนก้าวร้าว ดังนั้น พ่อแม่ต้องคอยให้คำแนะนำ อีกทั้งยังต้องปรับพฤติกรรมตนเองเพื่อเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของลูก ด้วยการพูดคุยสอบถามและอธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจในการดูทีวี ควบคู่กับการหากิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ แทนการนั่งดูทีวีเพียงอย่างเดียว

เรื่อง... "ชัยโรจน์ จิรายุพัฒนา"