ข่าว

"กระชับพื้นที่บุรีรัมย์"

"กระชับพื้นที่บุรีรัมย์"

15 ต.ค. 2553

คำสั่ง "กระชับพื้นที่บุรีรัมย์" ของ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างวิดีโอลิงก์มาที่ประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทย แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกของ "ทักษิณ" ที่มีต่อ "เนวิน ชิดชอบ" แกนนำพรรคภูมิใจไทย

จังหวัดบุรีรัมย์เสมือนเป็น "หน้าตาและหัวใจ" ของ "เนวิน" อย่างน้อยการประกาศยุทธศาสตร์กระชับพื้นที่บุรีรัมย์ของ "ทักษิณ" นอกจากแสดงความชัดเจนว่าเลือกตั้งครั้งหน้าพื้นที่บุรีรัมย์ต้องได้เก้าอี้ส.ส.มากขึ้นกว่าเดิม และเป็นการประกาศศึกระหว่าง "นายเก่า" กับ "ลูกน้อง"

 คำสั่งกระชับพื้นที่บุรีรัมย์ถือเป็นการ "เรียกแขก" ให้ผู้ที่ไม่พอใจพฤติกรรมของ "กลุ่มเนวิน" มายืนอยู่ฝ่าย "ทักษิณ" ที่ประกาศท้ารบ 

  ถือเป็นการเรียกรวมพล "คนต้านกลุ่มเนวิน" ให้มารวมตัวกัน และสนับสนุนพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า

 "โสภณ ซารัมย์" รมว.คมนาคม ในฐานะส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย บอกว่าไม่กังวล ไม่น่าจะมีผลต่อการเลือกตั้ง เพราะอยู่ที่ผลงาน และกระแสทักษิณในบุรีรัมย์เฉยๆ

 แต่เชื่อว่าในใจลึกๆ น่าจะรู้สึกหวั่นไหวพอสมควร !

 เพราะก่อนมี "พรรคภูมิใจไทย" ส.ส.กลุ่มเนวิน เคยสังกัดอยู่ "พรรคไทยรักไทยและพลังประชาชน" มาก่อน จนกระทั่งมีคำสั่งศาล "ยุบพรรค" จึงต้องหาพรรคสังกัดใหม่ สุดท้ายก็มาจบลงที่ "พรรคภูมิใจไทย"

 และการเลือกตั้งครั้งล่าสุดก่อนมาสังกัด "พรรคภูมิใจไทย" ส.ส.เหล่านี้ส่วนใหญ่สังกัดอยู่กับพรรคพลังประชาชนภายใต้นโยบายของ "รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร" จึงถือว่าคะแนนเสียงส่วนหนึ่งที่ทำให้ส.ส.ในสังกัดของเนวินได้รับเลือกตั้งมาจากฐานคะแนนของ "คนรักทักษิณ"

 ตั้งแต่ "เนวิน" แยกตัวมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย และร่วมก่อตั้งรัฐบาล สร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย จนกระทั่งเรียกพฤติกรรมของกลุ่มเนวินว่าเป็นการ "หักหลังนาย" 

 ขณะที่ "โสภณ" มองว่า การเลือกตั้งอยู่ที่ผลงาน แต่หากมองอีกด้าน "ผลงาน" ที่ภูมิใจไทยภาคภูมิใจว่าได้เปรียบ "เพื่อไทย" อาจไม่ใช่อย่างที่คิด

 เพราะกระแสข่าวการทุจริตส่วนใหญ่กลับพุ่งเป้าไปที่ "รัฐมนตรี" ในสังกัดพรรคภูมิใจไทย จึงกลับกลายเป็นว่าผลงานชิ้น "โบแดง" จะกลายเป็น "โบดำ" มากกว่า

 คะแนนเสียงที่คิดว่าเป็น "บวก" อาจจะเป็น "ลบ" ยิ่งอยู่เป็นรัฐบาลนานเท่าไหร่อาจจะกลายเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

 ซึ่งสมาชิกพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่พากันลุ้นให้ "ภูมิใจไทย" อยู่ร่วมเป็นรัฐบาลนานๆ เพื่ออาศัยกระแสข่าวเป็นเป้าโจมตีในการลงพื้นที่หาเสียง

 ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งหน้า "บุรีรัมย์" อาจไม่กล้วยเหมือน "สุพรรณบุรี" ที่ "บรรหาร ศิลปอาชา" ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา เจ้าของพื้นที่ เพราะ จ.บุรีรัมย์ มี ส.ส.หลากหลายพรรค เช่น "เพื่อไทย", ชาติไทยพัฒนา, เพื่อแผ่นดิน, ภูมิใจไทย   

 นอกจากนี้ในพื้นที่บุรีรัมย์ยังมีประชาชนที่ชื่นชมนโยบายสมัยรัฐบาลทักษิณ, มีมวลชนคนเสื้อแดง, ผลงานของส.ส.เพื่อไทยที่มีบางส่วนลงพื้นที่พบปะกับประชาชนสม่ำเสมอ

 อาจทำให้ความหวัง "เอาคืนลูกน้อง" ของ "ทักษิณ" เป็นจริงได้ในบางพื้นที่

 นั่นหมายความว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า "คณะกรรมการการเลือกตั้ง" ต้องสามารถคุมเข้มเรื่องการใช้ "อำนาจรัฐ" และ "อำนาจเงิน"

 แต่ขณะนี้ "พรรคเพื่อไทย" ต้องแก้ไขปัญหาการจัดสรรผู้สมัครลงพื้นที่บุรีรัมย์ให้ชัดเจนก่อน เนื่องจากมีผู้เสนอตัวเป็นจำนวนมาก ส่วนเรื่องปัจจัยที่จะนำไปใช้ในพื้นที่คงไม่มีอะไรน่าห่วงหลังจาก "ทักษิณ" สั่งยึดพื้นที่บุรีรัมย์

 ดังนั้นระหว่างนี้สิ่งที่ "เพื่อไทย" ทำได้ดีที่สุดก็คือการภาวนาให้ "ภูมิใจไทย" อยู่ร่วมรัฐบาลให้นานที่สุด เพราะมองว่า "จุดอ่อน" ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็คือ "พรรคภูมิใจไทย" ยิ่งอยู่นานเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้คะแนนเสียงของ "เพื่อไทย" มากขึ้นหลายเท่าตัว !  

สมถวิล เทพสวัสดิ์