
ปรับค่าจ้างขั้นต่ำเทียบเฟ้อย้อนหลัง10ปี
เร่งสรุปข้อมูลค่าจ้างขั้นต่ำย้อนหลัง 10 ปีเทียบอัตราเงินเฟ้อภายในเดือนต.ค.นี้ ชี้อาจต้องปรับเพิ่มแบบก้าวกระโดดแต่ต้องทยอยปรับหวั่นกระทบสถานประกอบการขนาดเล็ก
นายสุนันท์ โพธิ์ทอง รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรองค่าจ้างกลาง กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างกลางเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีมติสั่งให้คณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรองทบทวนค่าจ้างขั้นต่ำย้อนหลัง 10 ปี ซึ่งคณะอนุกรรมการจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อนำข้อมูลส่งให้คณะกรรมการค่าจ้างกลาง ทั้งนี้ กรอบการพิจารณาจะต้องไม่ทิ้งหลักของความสามารถในการจ่ายของนายจ้างและสภาวะเศรษฐกิจสังคมโดยรวมของประเทศ แต่จะเน้นให้ความสำคัญที่ว่าคนงานไม่ใช่จะอยู่ได้อย่างเดียว แต่ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย
"หลักการพิจารณาจะเปรียบเทียบระหว่างอัตราเงินเฟ้อกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ที่จะต้องทำให้สอดคล้องกัน โดยอัตราค่าจ้างจะต้องทำให้ได้เท่าหรืออยู่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งตลอด 10 ปีที่ผ่านมาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจะขึ้นต่ำกว่าเงินเฟ้อตลอด เมื่อดูถึงส่วนต่างที่สะสมมาตลอด 10 ปี ยอมรับว่าอาจจะต้องมีการขึ้นค่าจ้างแบบก้าวกระโดด แต่อาจจะใช้วิธีการทยอยปรับขึ้น เนื่องจากการปรับขั้นครั้งเดียวอาจจะมีปัญหาได้" นายสุนันท์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ต้องดูถึงความสามารถในการจ่ายของนายจ้างด้วย โดยเฉพาะสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีลูกจ้างต่ำกว่า 200 คน จำนวนกว่า 3 แสนแห่ง อาจจะได้รับผลกระทบ ขณะที่สถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 200 คนขึ้นไป มี 6,000 แห่ง มีความสามารถในการจ่าย และที่ผ่านมาก็จ่ายสูงกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอยู่แล้ว
“หากขึ้นแบบก้าวกระโดด สถานประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกิจการของคนไทย คงไม่สามารถที่จะรับภาระในการจ่ายค่าจ้างมากขนาดนี้ได้” นายสุนันท์ กล่าวและว่า ตัวเลขของผู้ใช้แรงงานที่เรียกร้องขอปรับขึ้นค่าจ้าง ทั้งในส่วนของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ที่ขอเพิ่มเป็น 421 บาท สภาองค์การแรงงานแห่งประเทศไทย ที่ขอปรับขึ้น 10 บาท และกรอบแนวคิดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ให้ขึ้นเป็น 250 บาทต่อวัน เท่ากันทั่วประเทศ จะถูกนำมาพิจารณาทั้งหมดเพื่อหาข้อสรุปที่เหมาะสมต่อไป



