ข่าว

ชาติใหม่ใต้เงาอดีต

ชาติใหม่ใต้เงาอดีต

15 ต.ค. 2553

ได้อ่านข่าวเล็กๆ เมืองพัทยากับการบินลาว เตรียมเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ "พัทยา-หลวงพระบาง-เวียงจันทน์" ในวันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม 2553 โดยกำหนดเที่ยวบินสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทุกวันศุกร์และวันอาทิตย์

แสดงให้เห็นว่า ตลาดท่องเที่ยวฝั่งซ้าย ยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และรัฐบาลลาวเองก็ทุ่มจัดกิจกรรมระดับชาติ เพื่อโปรโมทประเทศเล็กๆ แต่มีวัฒนธรรมยิ่งใหญ่

 ผมเพิ่งได้รับหนังสือปกแข็งมาเล่มหนึ่งคือ "หลวงพระบางเมืองมรดกโลก ราชธานีแห่งความทรงจำ และพื้นที่พิธีกรรมในกระแสโลกาภิวัตน์" จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์สายธาร

 งานเขียนชุดนี้ ปรับปรุงแก้ไขโดยลดทอนโครงสร้างเนื้อหาและปรับแต่งรูปศัพท์เชิงทฤษฎีให้ง่ายต่อการอ่านและทำความเข้าใจสำหรับสาธารณชนทั่วไป จากวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก สาขาไทศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดย ศุภชัย สิงห์ยะบุศย์

 ในบทที่ว่าด้วยเมืองหลวงพระบาง : ราชธานีแห่งความทรงจำ (หลวงพระบางในบริบทรัฐชาติสังคมนิยมที่เข้มงวดกวดขัน พ.ศ.2518-2529) อาจารย์ศุภชัยสรุปว่า

 "ในบริบทของรัฐชาติสมัยใหม่ หลวงพระบางได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อวิกฤติการณ์ของประเทศนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบประชาธิปไตยสู่สังคมนิยมในปลายปี พ.ศ.2518 บริบทดังกล่าว 'ราชธานีหลวงพระบาง' ได้รับผลกระทบโดยตรง อันเป็นผลมาจากสถานภาพของการเป็น 'ราชธานี' ที่เป็นคู่ตรงกันข้ามกับระบอบสังคมนิยม ส่งผลให้ 'ความเป็นกษัตริย์' ต้องถูกเบียดขับ กดทับ ลบทิ้ง หรือสลายไปจากพื้นที่ในทันที

 "เมืองหลวงพระบางจึงกลายเป็น 'ราชธานีแห่งความทรงจำ' ของผู้คนที่ถูกเก็บรักษาไว้ในรูปแบบและวิธีการต่างๆ นานา การต่อสู้ ต่อรอง และช่วงชิงพื้นที่ระหว่างอุดมการณ์สังคมนิยมกับอดีตราชอาณาจักร ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโครงสร้างสังคมของเมืองหลวงพระบาง จากการย้ายถิ่นของคนรุ่นเก่า และเข้ามาแทนที่ของผู้คนต่างเผ่า ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่พิธีกรรมของเมืองหลวงพระบางในกาลต่อมา"

 หลังจากปี 2529 พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ได้ปรับเปลี่ยนเข้าสู่โหมด "จินตนาการใหม่" จึงนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ราชธานีเก่าอีกครั้ง

 "กระแสโลกาภิวัตน์ นโยบายจินตนาการใหม่ของรัฐชาติ และการท่องเที่ยวได้ปรับแต่ง 'อดีตราชธานี' แห่งราชอาณาจักรลาว กลายเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเพื่อการจับจ้องอดีต ที่สถิตอยู่กับสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม รวมถึงประวัติศาสตร์ เรื่องเล่า และประเพณีพิธีกรรม ซึ่งได้ถูกจุดให้ระเบิดตัวอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ.2538 ที่เมืองหลวงพระบาง ถูกประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมเป็นต้นมา"

 อาจารย์ศุภชัยใช้คำว่า "ถูกจุดให้ระเบิดตัวอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง" ซึ่งโดยส่วนตัวที่เฝ้าติดตามความเปลี่ยนแปลงบนฝั่งซ้ายมาโดยตลอด ขอยืนยันว่า มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ

 ยิ่งใน พ.ศ.ปัจจุบัน ส.ป.ป.ลาว ได้นำประวัติศาสตร์มาสร้างความปรองดองชาติ และฟื้นฟูพระเกียรติยศแห่งกษัตริย์ล้านช้าง 3 พระองค์ ยิ่งตอกย้ำบทสรุปข้างต้นของอาจารย์ศุภชัย

  งานเฉลิมฉลอง 450 ปี นครหลวงเวียงจันทน์ ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ มิเพียงเป็นการส่งเสริมความเป็นรัฐชาติใหม่ใต้เงาอดีต แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สืบต่อมาจากซีเกมส์ปีที่แล้ว

 รูปปั้นพระเจ้าอนุวงศ์ ที่จะยืนตระหง่านในท้าย พ.ศ.นี้ ไม่ต่างจากการฟื้นฟูหลวงพระบาง คือการปรับแต่ง "อดีต" ให้เป็นพื้นที่แห่งการท่องเที่ยว

 

 แคน สาริกา