ข่าว

นครบาลร่วมมือกทม.ตั้งกล้องคุมเข้มจุดเสี่ยง

นครบาลร่วมมือกทม.ตั้งกล้องคุมเข้มจุดเสี่ยง

14 ต.ค. 2553

นครบาลจับมือกทม.คุมเข้มทั่วกรุง ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมอีกกว่า 800 ตัว ปรับภูมิทัศน์ใหม่ จุดเสี่ยงจุดอันตรายจุดอับจุดล่อแหลม งัดมาตรการเข้มจัดการม็อบ ไล่พ่อค้าแม่ค้าพ้นพื้นที่ชุมนุม ต้นเหตุยืดเยื้อ ส่ง "บิ๊กตำรวจ" นั่งศูนย์ "ซีซีทีวี "จับตาม็อบเคลื่อ

 วันที่ 14 ต.ค.  พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวข้อสรุปประชุมความร่วมมือระหว่าง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมคณะทำงานระดับ รอง ผบช.น. ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1- 9 ผู้บังคับการตำรวจจราจรและผู้บังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ ( 191 )กับนายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัด กทม.พร้อมคณะทำงานฝ่ายบริหารในการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยพื้นที่ กทม.และการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินพี่น้องประชาชน ให้สอดคล้องตามนโยบายปฏิบัติของ ศอฉ.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะการดูแลพื้นที่จุดเสี่ยงจุดล่อแหลมจุดเฝ้าระวังพิเศษและการป้องกันเหตุระเบิดในพื้นที่ต่างๆ

 พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า การหารือข้อราชการของ 2 หน่วยงานในวันนี้ดำเนินไปด้วยดีโดยเฉพาะการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมอีก 385 จุดในมุมเสี่ยง มุมอับและจุดที่ไม่มีแสงส่องสว่าง ทุกพื้นที่ 88 สน.ตามที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลเสนอเพื่อเฝ้าดูสถานการณ์และติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ และเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยติดตั้งในมุมมองที่ตำรวจกำหนดไว้ใช้กล้องรวมทั้งหมด 829 ตัว ณ เวลานี้ติดตั้งไปแล้ว 100 กว่าจุด ส่วนที่เหลืออีก 200 กว่าจุดนั้น กทม.จะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.นี้ นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ บช.น.เสนอไปแล้วทาง กทม.ดำเนินการให้ได้ทั้งหมด

 พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า หากนับรวมกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งก่อนหน้านี้ที่มีอยู่เดิมและที่กำลังจะติดตั้งใหม่ทั่วพื้นที่ กทม.นั้นมีประมาณหมื่นกว่าตัวแล้วครอบคลุมพื้นที่ 88 สน. 9 กองบังคับการและกองบัญชาการตำรวจนครบาลด้วย โดยกล้องที่ติดตั้งใหม่นั้นเป็นกล้องชนิดพิเศษที่สามารถดูได้ทั้งกลางวันและกลางคืนมีความละเอียด 2- 3 ล้านพิกเซลทีเดียว นอกจากนี้ที่ประชุมยังมอบหมายให้ ผอ.สำนักงานเขตแต่ละแห่งประสานความร่วมมือจากภาคเอกชนในการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในที่ตั้งของตนเองทั้งในและนอกอาคารเพื่อความปลอดภัยและง่ายต่อการตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยบุคคลเข้าออกเนื่องจากที่ผ่านมาคนร้ายมักอาศัยช่องโอกาสตามอาคารห้างร้านห้างสรรพสินค้าในการก่อเหตุลอบวางระเบิดยิงระเบิดจากอาคารสูงต่างๆ

 "นอกจากการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยดังกล่าวแล้ว กทม.และตำรวจนครบาลจะร่วมกันปรับภูมิทัศน์ปรับสภาพแวดล้อมใหม่โดยเฉพาะพื้นที่รกร้างให้สามารถใช้ประโยชน์ได้พร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างในจุดเสี่ยงจุดอับต่าง ๆ ตามที่ตำรวจชี้จุด และจะบูรณาการด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องโดย ผอ.แต่ละเขต ผกก.แต่ละ สน.และ ผบก.แต่ละพื้นที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด " โฆษกนครบาล กล่าวและว่า กรณีที่มีการชุมนุมในจุดต่าง ๆ นั้นตำรวจนครบาลจะจัดส่งตำรวจไปประจำที่ศูนย์ซีซีทีวีของ กทม.ทำหน้าที่ตรวจสอบสถานการณ์ความเคลื่อนไหวในพื้นที่จากกล้อง ซีซีทีวี ของกทม.ทุกจุด หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ตำรวจที่อยู่ตรงนั้นมีอำนาจตัดสินใจสั่งการได้ทันที นอกจากนี้ยังประสานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของ กทม.ในการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์การชุมนุมออกจากพื้นที่ให้รวดเร็วมากขึ้นด้วย

 พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังเห็นควรให้ตำรวจและเทศกิจเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่จะมีการชุมนุมทุกครั้งก่อน โดยห้ามมิให้พ่อค้าแม่ค้ามาจับจองตั้งพื้นที่ขายของทุกชนิด เพราะที่ผ่านมา พบว่า ทุกครั้งที่มีการชุมนุมกลุ่มผุ้ค้ามักจะมาจับจองที่ก่อนใครเป็นต้นเหตุให้การชุมนุมยืดเยื้อ มีการจำหน่ายสุราของมึนเมาและสิ่งของเสื้อผ้าทีมีข้อความไม่ควร จึงมีคำสั่งห้ามขายของในพื้นที่ที่มีการชุมนุมอย่างเด็ดขาด ซึ่ง กทม.ก็รับดำเนินการทุกข้อราชการที่ บช.น.เสนอโดยจะประชุมประเมินผลปฏิบัติกันอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ หากได้ผลเป็นที่น่าพอใจก็จะใช้เป็นแบบอย่างความร่วมมือนำร่องดำเนินการใน จ.ต่างๆ ต่อไปอาทิ จ.เชียงใหม่ และเมืองพัทยา เป็นต้น