ข่าว

"อภิสิทธิ์"แจงรู้ชื่อเล่น-ที่อยู่นักรบแดง

"อภิสิทธิ์"แจงรู้ชื่อเล่น-ที่อยู่นักรบแดง

14 ต.ค. 2553

นายกฯเผยรู้ชื่อเล่น-ภูมิลำเนากลุ่มซุ่มฝึกอาวุธแล้ว ชี้ มีจำนวนมากกว่าที่จับกุมได้ ยันไม่ได้รับรายงานจับ “กษิ” ที่แหลมฉบัง โยนไปถามฝ่ายปฏิบัติ หวั่นโดนตัดตอน แนะให้ระมัดระวัง ตบปาก ดีเอสไอระวังการให้ข่าวกระทบเพื่อนบ้าน "กษิต" ปัดตอบโต้ผ่านสื่อ แดงฝึกอาวุธ

(14ต.ค.)  เมื่อเวลา 13.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาถึงกรณีที่ข่าวการจับกุมนายกษิ ดิษฐ์ธนรัตน์ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้ที่ อ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี ว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ และตนยังไม่ได้รับรายละเอียด เพียงแต่เห็นจากข่าว แต่วันนี้(14 ต.ค.)ยังไม่ได้มีการซักถามกันและยังไม่มีการรายงนเข้ามา ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวก็ต้องถามเจ้าหน้าที่เพราะเป็นผู้ปฏิบัติ

 เมื่อถามว่าความคืบหน้าในคดีต่างๆมีมากขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างเต็มที่ และพยายามขยายผลในทุกๆทางอยู่แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ดูมีความมั่นใจมากขึ้นในหลายกระบวนการ เพราะต้องการให้ไปถึงตัวผู้บงการและให้เกิดความชัดเจน

 เมื่อถามว่าเกรงว่าจะมีการตัดตอนไปก่อนที่จะสาวไปถึงตัวผู้บงการหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ทางเจ้าหน้าที่คงทราบดีอยู่แล้วว่าอาจมีความพยายามดังกล่าว ดังนั้นเขาก็ต้องระมัดระวัง”

 เมื่อถามถึงกรณีที่มีการพาดพิงประเทศเพื่อนบ้านประเทศหนึ่งซึ่งเขาเรียกร้องให้รัฐบาลไทยชี้แจงในเรื่องดังกล่าว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่มีปัญหาเพราะตนก็ให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่ารัฐบาลไทยไม่ได้ไปกล่าวหาใคร จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปชี้แจงอะไร เพราะตนคิดว่าก็มีความเข้าใจกันอยู่แล้ว

 เมื่อถามว่าทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต้องระมัดระวังการให้ข่าวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนเข้าใจว่าเขาพูดไปตามข้อเท็จจริง แต่เมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเทศอื่นตนก็อยากให้เขามีความระมัดระวัง

 เมื่อถามว่าถ้าไทยมีข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน หากเขามีความบริสุทธิ์ใจก็ควรช่วยเราตรวจสอบข่าวดังกล่าวหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่วว่า เรื่องนั้นค่อยไปว่ากันอีกที เมื่อถามต่อว่าจำเป็นต้องไปพูดคุยเรื่องนี้กับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรี กัมพูชาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ต้อง เพราะไม่มีอะไรเพราะรัฐบาลไม่ได้ไปกล่าวหาอะไรใคร

 ต่อข้อถามว่าข้อมูลของ พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่ามีการฝึกกองกำลังอยู่ในแนวชายแดนไทยมากกว่าที่จะเข้าไปดำเนินการในประเทศอื่น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่ไปจัดการ เพราะทุกอย่างอยู่ที่พยานหลักฐาน ส่วนผู้ที่มีหน้าที่สืบสวนสอบสวนโดยตรงก็มีข้อมูลอยู่

 เมื่อถามว่าโดยสรุปแล้วกลุ่มคนที่มีการฝึกใช้อาวุธมีจำนวนมากน้อยแค่ไหน และกระจายอยู่ในประเทศอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “แน่นอนว่ามีจำนวนมากกว่าที่ได้จับกุมไปแล้ว จึงต้องมีการติดตามต่อไปอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็พยายามอยู่ ส่วนใหญ่ทราบชื่อเล่น และภูมิลำเนาแล้ว”

 เมื่อถามว่าดูเหมือนว่าขณะนี้มีแรงกดดันไปที่ดีเอสไอ คิดว่าจะทำให้คนทำงานไม่มีขวัญกำลังใจหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้พูดคุยกับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เป็นระยะๆ ว่ามีอุปสรรคใดหรือไม่ ซึ่งนายธาริตยืนยันว่าไม่มีปัญหา

 ต่อข้อถามว่ากลุ่มกองกำลังที่ฝึกอาวุธ มีท่อน้ำเลี้ยงมาจากที่ใดและทางเจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขยายผลต่อไป ส่วนที่ว่าการขยายผลช่วงนี้ดูเหมือนจะใกล้เข้าไปถึงพรรคการเมืองมากขึ้น คิดว่าพรรคการเมืองจะมีส่วนเกี่ยวพันด้วยหรือไม่ นั้น ตนคิดว่าให้ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการไปตามข้อเท็จจริงเพราะไม่อยากให้กลายเป็นประเด็นทางการเมือง แต่ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น

 เมื่อ ถามว่าคิดว่าภาพสะท้อนที่ออกมาบอกอะไรกับประเทศบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งคิดว่าเมื่อข้อเท็จจริงปรากฎมากขึ้นประชาชนจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นว่ากระบวนการต่างๆเป็นอย่างไร เมื่อถามต่อว่าถ้าโยงไปถึงขั้นระดับสูงขึ้นไป การดำเนินการติดตามจะยิ่งยากขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงยากเป็นธรรมดาแต่เราก็ต้องทำให้ได้ เพราะเราต้องการความจริง

"กษิต"ปัดตอบโต้ผ่านสื่อแดงฝึกอาวุธในกัมพูชา 

 นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ทางการกัมพูชายังไม่มีหนังสืออย่างเป็นทางการมาถึงกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อประท้วงหรือชี้แจงกรณีผลสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีนักรบแดงที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งระบุว่ามีการเข้าไปฝึกอาวุธที่ประเทศกัมพูชา ทั้งนี้หากจะขอความร่วมมือให้ทางการกัมพูชาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ต้องรอให้ดีเอสไอให้ข้อมูลข้อเท็จจริงมาก่อนจึงจะดำเนินการได้ แต่จนถึงขณะนี้ดีเอสไอยังไม่มีหนังสือมายังกระทรวง

 เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ทางการกัมพูชาออกมาตอบโต้ไทยผ่านสื่อมวลชน นายกษิต กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งเราจะไม่ดำเนินการตอบโต้กลับ เพราะเรื่องดังกล่าวหากเกิดความไม่เข้าใจสามารถชี้แจงกันได้ และเรื่องนี้ไม่กระทบกระเทือนต่อบรรยากาศความสัมพันธ์ของสองประเทศ

เผยนายกฯไม่หยิบข้อพิพาทไทย-กัมพูชาฟ้องเลขาฯยูเอ็น

 นายกษิต ยังกล่าวถึงกรณีที่นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติจะเดินทางมาเยือนในประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ว่า ก่อนนายบัน คี มูล เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เดินทางไปเยือนกัมพูชา และเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศเวียดนาม จะแวะมาที่ประเทศไทยก่อน โดยเป็นแขกของรัฐบาลไทยและหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามในการหารือกับนายกรัฐมนตรีไทยไม่มีหยิบยกประเด็นปัญหาระหว่างไทยกัมพูชามาพูดคุย แต่จะมีการพูดคุยเรื่องปราสาทพระวิหาร เพื่อยืนยันแนวทางการดำเนินการเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ที่มีอยู่ และย้ำว่าไทยต้องการความสงบ ให้เกิดการพัฒนารวมกัน ซึ่งยูเอ็นสามารรถเข้ามาร่วมพัฒนาเรื่องดังกล่าวได้