ข่าว

"จตุพร"ยัน"อารี"คุณสมบัติครบตามระเบียบ

"จตุพร"ยัน"อารี"คุณสมบัติครบตามระเบียบ

14 ต.ค. 2553

"จตุพร"ยันตั้ง"อารี"ตามระเบียบกมธ. เพราะมีคุณสมบัติครบ เผยเตรียมไขก๊อกกมธ.พัฒนาการเมือง สภาฯ เตือน"ธาริต"อย่าใช้สงครามตัวแทนผ่าน"เมธี"

(14ต.ค.) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีที่นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแถลงข่าวใส่ร้ายตนในการตั้งนายอารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ดนปช. ให้ดำรงตำแหน่งนักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ว่า เรื่องดังกล่าว ตนยืนยันว่านายอารี เป็นอดีตนักวิชาการแนะแนวมหาลัยวิทยาลัยรามคำแหง ระดับ 6 และตนได้ชวนนายอารี ให้ออกมาเล่นการเมือง ด้วยการส่งเลือกตั้งเขตเดียวกับนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช เพราะฉะนั้น ยืนยันว่านายอารี เป็นข้าราชการที่ลาออกมาเล่นการเมือง

 ส่วนการตั้งเป็นหน.การ์ด เพราะเมื่อสมัยเป็นอาจารย์แนะแนวได้ใกล้ชิดกับนักศึกษาจำนวนมาก จึงมีความสามารถในการประสานงานได้กับทุกกลุ่ม รวมถึงมีแนวทางสันติวิธี และการแต่งตั้งเป็นนักวิชาการ ซึ่งเกิดขึ้นตามระเบียบเปลี่ยนแปลงตามปีงบประมาณ

 ส่วนประเด็นที่กล่าวหาว่าเป็นผู้ต้องหาก่อการร้ายและมารับเงินเดือนนั้น นายอารีได้รับเงินเดือนประจำตำแหน่งเพียง 4 เดือนเท่านั้น คือ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552 ถึงเดือนมกราคม 2553 และจากการที่ตนได้คุยกับนายไกรศักดิ์ ชุณหวัณ ประธานกรรมาธิการ ก็ได้ยืนยันไปว่าไม่ประสงค์ที่จะเข้าร่วมประชุม และพร้อมลาออกจากคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว เนื่องจากไม่อยากเจอนายวัชระ

 ส่วนที่นายวัชระ กล่าวว่า การตั้งนายอารีเพื่อขอเครื่องราชย์อิสริยาภรณ์นั้น จากที่ได้พูดคุยกับนายไกรศักดิ์ ก็ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่สามารถทำได้ เนื่องจากนายอารีสมัยรับราชการ ก็ได้รับเครื่องราชย์อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อมาตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่นักวิชาการประจำกมธ.จึงไม่สามารถทำได้ เพราะฉะนั้นการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าสมเพชและพยายามใส่ร้ายตน

 นายจตุพร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการแต่งตั้งนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย แกนนำกลุ่มนปช. เป็นคณะทำงานทางการเมือง ในตำแหน่งที่ปรึกษานั้น ซึ่งตนและพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ยืนยันว่าไม่ได้มีการแต่งตั้งนายวิภูแถลง เพราะหมดวาระตามปีงบประมาณไปแล้ว ซึ่งการดำเนินการอะไรก็ควรมีวุฒิภาวะด้วย

 วันนี้ได้มีการใช้สงครามตัวแทน อย่างกรณีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ (ดีเอสไอ) ที่ส่งนายเมธี  อมรวุฒิกุล ออกมาแถลงข่าวโจมตีใส่ร้ายคนเสื้อแดง พร้อมทั้งดีเอสไอได้จัดสถานที่แถลงข่าวซึ่งเป็นที่เดียวกับนายธาริตแถลงนั้น จึงเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นสงคราม เพราะนายเมธีได้รับเงินเดือนจากดีเอสไอ อยู่ในโครงการคุ้มครองพยานและอยู่ในพื้นที่ที่ดีเอสไอจัดให้ ทั้งที่นายเมธี ถูกจับพร้อมอาวุธสงคราม และได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากออกมาให้การเท็จใส่รายเสื้อแดง 3 ครั้ง และจากสายข่าวตนยืนยันว่า เกมส์ไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อมีการส่งนายเมธีออกมา ก็จะมีคนตามมาเก็บนายเมธี และยัดเยียดว่าตนเป็นคนทำ  

 ทั้งนี้ยืนยันว่าตนจะฟ้องนายเมธีทั้งทางแพ่งและอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาท เพราะฉะนั้นตนไม่เคยหวั่นไหวในเรื่องดังกล่าว เพราะคนเสื้อแดงสามารถแยกแยะได้ว่าใครพูดจริงหรือเท็จ และยืนยันว่าสู้แล้วรวยไม่มี มีแต่ทรยศแล้วรวย รวมถึงฆ่าแล้วรวย

 ผู้สื่อข่าวรายงานก่อนการแถลงข่าว นายจตุพรได้นำเอกสารของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ในการแต่งตั้งนายอารี มอบให้กับสื่อมวลชน โดยเนื้อหาเอกสารยืนยันให้แต่งตั้งนายอารี ดำรงตำแหน่งนักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ ตามมติของคณะกรรมาธิการ ลงวันที่ 4 มิ.ย. 52 ตามคำสั่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ 1926/2552

 พร้อมทั้งยังยืนยันว่า การแต่งตั้งดังกล่าวสามารถทำได้เนื่องจากนายอารี มีคุณสมบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยการตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษา ชำนาญการ นักวิชาการ และเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2544 ข้อ 5