ข่าว

พักกายใจหลบฝนที่"ม่อนลับแล"
ชม-ช็อปผ้าทอ..ลิ้มอาหารรสเลิศ

พักกายใจหลบฝนที่"ม่อนลับแล" ชม-ช็อปผ้าทอ..ลิ้มอาหารรสเลิศ

15 ต.ค. 2553

เมืองลับแล ได้ยินชื่อนี้ทุกคนร้องอ๋อแล้วนึกถึง "จังหวัดอุตรดิตถ์" ขึ้นมาในทันที ซึ่งนอกจากชื่อเมืองลับแลแล้ว เมืองนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าแล และแวะชมนานๆ อยู่มากมาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และอาหารการกิน

 แต่ด้วยสภาพฟ้าฝนที่ไม่ค่อยอำนวยเท่าไหร่ เที่ยวนี้จึงได้เพียงแค่แวะมาสัมผัสบรรยากาศที่ “ม่อนลับแล” ที่ไม่ได้ลับสมชื่อ แถมยังมีผ้าโบราณลายสวยๆ ให้น่าแล และน่าซื้อหาอยู่เต็มไปหมด

 เดิมตั้งใจจะเข้าไปลุยป่าเมืองลับแลหน้าฝนให้ชุ่มปอด แต่ด้วยฟ้าฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาจึงล้มเลิกความตั้งใจแต่แรกที่จะเข้าไปลุยฝนในป่าเขา

 ประกอบกับแรงทัดทานของผู้ชำนาญเส้นทางทั้งหลายที่เตือนว่า ช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีที่จะเที่ยวชมน้ำตก และป่าเขา ซึ่งนอกจากจะเข้าพื้นที่ได้ยาก เพราะน้ำป่ามักพัดพาเอาต้นไม้ใหญ่ หรือโคลนมาขวางเส้นทางแล้ว

 ตัวเราเองจะไปเป็นเป้าให้น้ำป่าพัดหายไปซะเปล่าๆ !!!!
 เป้าหมายเลยเปลี่ยนไปเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมที่เพิ่งจะเคยได้ยินชื่อครั้งแรกอย่าง "ม่อนลับแล" ต.ฝายหลวง อ.ลับแล ซึ่งเป็นทั้ง "พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจกเมืองลับแล" ร้านของที่ระลึกผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน และร้านอาหาร แบบวันสต็อปเซอร์วิส

 จุดหมายแรกคือส่วนจัดแสดงผ้า ซึ่งต้องเดินผ่านสวนหย่อมเขียวขจี ท่ามกลางหมู่เรือนไม้สไตล์ล้านนา ประดับประดาอย่างลงตัวด้วย "อ่างน้ำพุ" ที่ปล่อยให้มอส และเฟิร์นเกาะจนเขียวครึ้ม ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นราวกับอยู่ป่าลึกยังไงยังงั้น

 เมื่อเดินทะลุเข้าไปภายในพิพิธภัณฑ์ที่สะสมของต่างๆ เอาไว้ แม้จะไม่ใหญ่โตอลังการ แต่ก็สามารถย่นระยะเวลาการบอกกล่าวความเป็นลับแลได้ดีที่สุด ผ่านเครื่องมือเครื่องใช้หัตถกรรมของชาวบ้านที่พันผูกกับธรรมชาติของสายน้ำ และขุนเขาอย่างแนบแน่น

 ผ้าซิ่นตีนจกเมืองลับแล...สะท้อนทั้งความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย และสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของเมืองลับแลได้เป็นอย่างดี

 สำหรับผู้ที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์จากผ้าพื้นเมืองคงยากที่จะหักห้ามใจได้ที่จะไม่แวะเข้าไปชมและอุดหนุนผ้าพื้นเมือง ผ้าซิ่นตีนจกจากฝีมือคนลับแลที่ยังคงสืบทอดการทอลวดลายดั้งเดิมอย่างประณีต แม้จะเป็นอาชีพเสริมที่มักจะทำหลังว่างเว้นจากการทำไร่นา

 ส่วนอาหารการกินเมืองลับแลก็อร่อยเหาะไม่เบา โดยมีเมนูเด็ด เช่น ข้าวพันเสวย กาแฟสดเสวย รวมทั้งเครื่องดื่มสมุนไพรสำหรับฤดูฝนเช่น พันช์มะเฟือง พันช์ตะไคร้ ปรุงแต่งด้วยน้ำผึ้งป่า ปราศจากแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นซอฟต์ดริงก์ที่ไม่น่าพลาดสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ

 ถ้าพูดถึงผลไม้พื้นถิ่น ฤดูฝนเช่นนี้คงต้องบอกว่า "ภูเขานี้กินได้" โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม จะมีผลไม้ที่ขึ้นชื่อของเมืองลับแลผลิดอกออกผลเต็มไปหมด เช่น ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล หลินลับแล และหมอนทอง

 แต่ที่อะเมซิ่งและพลาดไม่ได้จริงๆ คือ ผลไม้ลูกครึ่ง พันธุ์ลูกผสมระหว่าง "ลางสาด" กับ "ลองกอง" ที่มีชื่อแบบปรองดองว่า "ลางกอง"

 อยากรู้ว่า ลางกองมีรูปร่างหน้าตา และรสชาติเป็นอย่างไร ว่างๆ ลองขับรถหนีความวุ่นวายไปชิมได้ที่เมืองลับแล ซึ่งช่วงนี้แม้ฟ้าฝนจะเป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยวอยู่บ้าง

 แต่การได้มาชดเชยความเมื่อยระหว่างเดินทางด้วยผ้าสวยๆ อาหารอร่อยๆ แวะชิมเมนูเพื่อสุขภาพ และผลไม้สุดแปลกอย่างลางกองก็น่าจะชดเชยชีวิตบางส่วนที่หายไประหว่างอยู่ในเมืองได้ไม่น้อยทีเดียว

"กิตตินันท์ รอดสุพรรณ "
[email protected]