
รำลึก14ตุลา'องอาจ'สดุดีพลีชีพเพื่อชาติ
รำลึก 37 ปี 14 ตุลา 16 องอาจ สดุดีวีรชนเสียสละเพื่อชาติ ด้าน สามารถ ขอคนไทยร่วมทบทวนหวังมีปชต.ยั่งยืน
(14ต.ค.) เช้าวันนี้ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว มูลนิธิ 14 ตุลา 16 ได้จัดงานรำลึก 14 ตุลา ประจำปี 2553 เป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย เมื่อ14 ตุลาคม 2516 หรือเหตุการณ์ 14 ตุลา ครบรอบ 37 ปี โดยเป็นการจัดงานต่อเนื่องมาหลายปี ตั้งแต่ช่วงเช้าเวลา 07.00 น. มีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ ที่บริเวณด้านหน้าของอนุสรณ์สถานฯ มีบุคคลที่เกี่ยวข้องและญาติผู้สูญเสียจากเหตุการณ์เดินทางมาร่วมงาน ขณะที่บริเวณด้านหน้ามีการจัดนิทรรศการภาพและข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์เหตุการณ์เพื่อให้ประชาชนได้ติดตามสถานการณ์ขณะนั้น
นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ ผู้จัดการมูลนิธิ 14 ตุลา กล่าวว่า หลังพิธีตักบาตรจะมีตัวแทนประชาชนองค์กรประชาธิปไตยร่วมวางพวงมาลา โดยการจัดงานครั้งนี้ได้เชิญตัวแทนจากฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประธานรัฐสภา และญาติวีรชน ที่สำคัญตัวแทนจาก 3 ศาสนา พุทธ คริสต์ และอิสลามจะมีพิธีกรรมอุทิศส่วนกุศลให้กับวีรชนและผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 14 ตุลาด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศของการจัดงานรำลึกตลอดช่วงเช้าปรากฏว่า ได้มีตัวแทนองค์กรต่างๆทยอยเข้ามาร่วมพวงมาลาอย่างต่อเนื่องเพื่อแสดงความรำลึกถึงวีรชน รวมถึงมีการตีกลองสะบัดชัยประกาศตุลาธรรมตุลาชัย เป็นสัญญาณเริ่มพิธีกล่าวสดุดีวีรชนประชาธิปไตย ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเทศกิจจากกรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตามตัวแทนองค์กรต่าง ๆ ที่เข้าร่วมครั้งนี้ประกอบด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรี นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้แทนนาย ชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร
นอกจากนี้ยังมี นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย นายชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ ได้เดินทางมาร่วมงานด้วย
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ได้กล่าวสดุดีวีรชนประชาธิปไตยว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายตนให้มาร่วมงานรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลาที่มีการจัดเป็นประจำทุกปี การเคลื่อนไหวของนักศึกษาประชาชนขณะนั้นเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยที่เป็นการรวมตัวกันเพียงเล็กน้อยแล้วขยายตัวกันเป็นเรือนแสนเรือนล้านก็เพียงมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในประเทศไทย การดำเนินการต่อสู้ในเหตุการณ์ครั้งนั้นย่อมถือว่าเป็นการเสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างยิ่งใหญ่ทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ดังนั้นเชื่อว่า คนไทยทั้งประเทศทุกคนที่อยากเห็นประเทศชาติมีระบอบประชาธิปไตยจะได้ร่วมกันสุดดีให้กับเหล่าวีรชนด้วยกัน
ขณะที่นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาคนที่ 1 ในฐานะตัวแทนฝ่ายรัฐสภาได้เดินทางมาร่วมงานครั้งนี้เป็นปีที่ 3 ตั้งแต่อดีตมาปัจจุบันเป็นเข้าสู่ 78 ปี มีการเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยมาตลอด จึงอยากเรียกร้องให้ทุกคนได้ร่วมทบทวนด้วยกันว่า เหตุใดประชาธิปไตยของไทยจึงกระท่อนกระแท่นอย่างต่อเนื่องแล้วร่วมกันต่อสู้เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่ยั่งยืนตลอดไปแม้จะยากยิ่งเพียงใดก็ตาม
อย่างไรก็ตามในเวลา 10.40 น.จะมีการปาฐกถา 14 ตุลา ในหัวข้อ ' ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจกับประชาธิปไตย ' โดยดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ เป็นผู้กล่าวนำปาฐกถา



