ข่าว

คลี่ปม...ศพสาวเอฟเอชเอ็มส่อเค้า...ฆ่าตัวตาย

คลี่ปม...ศพสาวเอฟเอชเอ็มส่อเค้า...ฆ่าตัวตาย

14 ต.ค. 2553

การเสียชีวิตอย่างปริศนาของ น.ส.ศศิธร อ่อนวิมล หรือ "ปิ๊ก" สาวเซ็กซี่ วัย 27 ปี จากเวทีประกวด Girl Next Door ปี 2008 หรือสาวข้างบ้านของนิตยสารชื่อดัง เอฟเอชเอ็ม จะเป็นการฆ่าตัวตาย หรือ ฆาตกรรมอำพราง ?!!

ภายในอาคารชุดที่พักอาศัยสูง 8 ชั้น ภายในห้องเลขที่ 20/31 ชั้น 4  ถูกปิดล็อกอย่างแน่นหนา แต่มิอาจปิดบังอำพรางกลิ่นเหม็นอบอวลที่โชยออกมานอกห้อง จนล่วงเลยมาถึงวันที่ 11 ตุลาคม ประตูห้องถูกปลดล็อกด้วยกุญแจสำรอง พบร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวในชุดเสื้อกร้ามสีม่วง กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน นอนหงายขึ้นอืดอยู่บนเตียงนอน มีผ้านวมสีขาวลายดอกคลุมอยู่

 กระสุนจากอาวุธปืนขนาด .32 ฝังร่างไร้วิญญาณอยู่บริเวณขมับขวาของหญิงสาว 1 นัด และบนผ้านวมที่ใช้คลุมร่างอีก 1 นัด พบหัวกระสุนปืน .32 จำนวน 1 หัว หล่นอยู่ใต้รองเท้าของผู้ตาย ส่วนอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .32 ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน ตกอยู่ที่ข้อพับแขนข้างขวา ลูกกระสุนถูกยิงไปแล้ว 2 นัด เหลืออยู่ในรังเพลิงอีก 4 นัด ขณะที่ซองใส่ปืนวางอยู่บนเตียงนอน และที่สำคัญในห้องที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยการถูกรื้อค้น หรือร่องรอยการต่อสู้ และไม่พบจดหมายลาตาย พบเพียงยาคลายเครียดยี่ห้อหนึ่ง

 หลักฐานในวันเกิดเหตุยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะฟันธงว่า เธอฆ่าตัวตายหรือถูกฆาตกรรม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมด้วยชุดสืบสวนของศูนย์สืบสวน บช.น. ชุดสืบสวนของ กก.สส.น.1 และชุดสืบสวนของ สน.ห้วยขวาง เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุอีกครั้ง ด้วยการเก็บลายนิ้วมือแฝงภายในห้องที่เกิดเหตุ และบริเวณกลอนประตูทางเข้าห้อง ประตูห้องน้ำ การหาร่องรอยของคราบเลือดและการกระเซ็นของเลือด รวมถึงหาวิถีของกระสุนที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย!!

 ประกอบกับรายงานผลชันสูตรผลิกศพจาก รพ.รามาธิบดี ระบุว่า น่าจะเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ และผลการผ่าช่องท้องไม่พบว่ามีการตั้งครรภ์ ส่วนบาดแผลจากคมกระสุนที่ขมับขวาทะลุขมับซ้าย ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย แต่ยังไม่สามารถชี้ชัดอะไรได้มากมาย เพียงแต่วิถีกระสุนจากสภาพศพที่ทะลุขมับขวาออกขมับซ้าย แต่หัวกระสุนไม่น่าตกที่ใต้รองเท้า หรือผ้านวมสีขาวลายดอกไม่น่าจะมีรอยกระสุนและถูกคลุมตัวอยู่ จึงมีข้อกังขาที่คล้ายเหตุฆาตกรรม

 แต่ทว่านายตำรวจระดับสูงที่รับผิดชอบคลี่คลายคดีนี้ วิเคราะห์ว่า ผลการตรวจสอบที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานสามารถเก็บลายนิ้วมือแฝงได้ที่ประตู 2 บานโดยเฉพาะประตูเข้าออกเป็นแบบเซฟตี้ล็อก ในวันที่พบศพต้องใช้กุญแจสำรองไขเข้าไป หากเป็นการฆาตกรรมแสดงว่าคนร้ายต้องมีกุญแจเพื่อล็อกห้อง แต่เมื่อตรวจสอบภาพวงจรปิดบริเวณชั้น 4 ตั้งแต่เวลา 20.55 น. วันที่ 1 ตุลาคม ที่พบผู้เสียชีวิตเข้าห้องพัก จากนั้นก็ไม่ได้ออกมาจากห้องอีกเลย รวมทั้งชุดที่ผู้ตายสวมใส่ในวันดังกล่าวเป็นชุดเดียวกันกับที่พบเป็นศพ และไม่พบว่ามีใครเข้าไปในห้องของผู้ตาย อดคล้องกับพยานบุคคลที่เป็นแม่บ้านก็ยืนยันเช่นเดียวกัน

 หากตั้งข้อสังเกตว่าคนร้ายอาจปีนออกทางหน้าต่างบานเลื่อน นายตำรวจระดับสูงรายเดิมยืนยันจากชุดตรวจพิสูจน์หลักฐานว่า หน้าต่างบานเลื่อนมีการล็อกจากด้านใน ไม่พบร่องรอยการชำรุดของหน้าต่างบานเลื่อน รวมทั้งไม่พบลายนิ้วมือแฝงตรงบริเวณดังกล่าว และจากการประชุมสืบสวนคลี่คลายคดี ยังถกเถียงประเด็นที่แพทย์ผู้ชันสูตรตั้งข้อสังเกตประเด็นกระสุนตก 1 นัดอยู่ที่ใต้รองเท้า และรอยกระสุนบนผ้านวมลายดอก แต่ทว่าวันที่เกิดเหตุเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปพร้อมแม่บ้านใช้กุญแจสำรองไขประตูห้องที่เกิดเหตุ ซึ่งมีการบันทึกภาพในที่เกิดเหตุ พบว่าหัวกระสุนไม่ได้ตกอยู่ใต้รองเท้า ส่วนประเด็นคนร้ายอาจใช้ผ้านวมรองไม่ให้เกิดเสียงดังของอาวุธปืนแล้วนำผ้านวมคลุมผู้ตายนั้น ผ้านวมผืนดังกล่าวต้องมีรอยเลือดติดอยู่ แต่ไม่พบรอยเลือดแต่อย่างใด

  "รอยกระสุนที่บริเวณลิ้นชักตู้เสื้อผ้า ผู้เสียชีวิตจะต้องยิงในลักษณะท่านอนหรือนั่งเท่านั้น ส่วนหัวกระสุนที่พบในที่เกิดเหตุ 2 หัว หัวแรกไม่มีรอยบุบอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ คาดว่ากระสุนนัดนี้เป็นกระสุนที่ผ่านขมับขวาทะลุขมับซ้ายโดยไม่ได้ผ่านกะโหลก พบคราบเลือดต้องพิสูจน์ว่าต้องตรงกับผู้เสียชีวิตหรือไม่ ส่วนอีก 1 หัว กระสุนมีรอยบุบจากการกระทบของแข็ง คาดว่าเป็นหัวกระสุนที่ยิงไปถูกลิ้นชักตู้เสื้อผ้า" แหล่งข่าวระดับสูงระบุ

 เมื่อนำหลักฐานและข้อสมมติฐานของนักวิทยาศาสตร์มาหักล้างในประเด็นที่สงสัยต่างๆ  แนวโน้มของคดีการเสียชีวิตของนางแบบสาวคนนี้ มีแนวโน้มฆ่าตัวตายมากกว่าถูกฆาตกรรมอำพราง !!