ข่าว

เซ็นเซอร์ VS ทวิตเตอร์

เซ็นเซอร์ VS ทวิตเตอร์

14 ต.ค. 2553

พร้อมๆ ไปกับการประท้วงคณะกรรมการรางวัลโนเบลทันทีทันควันที่ประกาศให้นายหลิว เสี่ยวโป นักโทษผู้มีความเห็นไม่ลงรอยกับรัฐบาลจีนได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปีนี้ กรมโฆษณาชวนเชื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งรับผิดชอบด้านการเซ็นเซอร์ข่าวก็สั่งการทันทีไม่ให้

หลายคนที่พยายามจะแอบส่งเอสเอ็มเอสให้ได้ ก็จะพบว่าข้อความนั้นถูกบล็อกเรียบร้อยแล้วเพียงแค่ชั่วโมงแรกนับตั้งแต่มีข่าวนี้ ข้อความหลายข้อความอาจจะเผยแพร่ได้นานถึง 5 นาทีก่อนจะถูกลบทิ้ง แต่ส่วนใหญ่จะถูกลบทิ้งในช่วงแค่นาทีแรกเท่านั้น

 ไม่ต้องพูดไปถึงเครือข่ายโทรทัศน์กลางของแดนมังกรที่ไม่ได้รายงานข่าวนี้แม้แต่ประโยคเดียว ส่วนข่าวจากซีเอ็นเอ็น บีบีซีและทีวี 5 สถานีข่าวผ่านดาวเทียมของฝรั่งเศสก็ถูกตัดสัญญาณ ปล่อยให้จอขาวอยู่เช่นนั้น แม้กระทั่งเว็บยอดนิยมของจีนอย่าง Sina หรือ Sohu ก็ไม่ปรากฏข่าวนายหลิวเช่นกัน

 อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่ามาตรการเซ็นเซอร์ข่าวของจีนได้หย่อนความศักดิ์สิทธิ์ลงไปมาก นับตั้งแต่มีเครือข่ายสังคมอย่างทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก ซึ่งทางการไม่สามารถเข้าไปเซ็นเซอร์ข้อความที่โพสต์ได้ แม้ว่าจีนจะมี "ตำรวจเน็ต" ราว 4 หมื่นคน คอยตรวจสอบเน็ตที่มีผู้ใช้ทั่วแดนมังกรถึงกว่า 420 ล้านคนก็ตาม

 "ข่าวหลายข่าวได้รั่วไหลสู่โลกภายนอกผ่านอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะผ่านทวิตเตอร์ ซึ่งแม้จะถูกบล็อกที่จีน แต่ก็สามารถส่งผ่านเครือข่ายสังคมอื่นๆ รวมไปถึงเว็บ Sina's Weibo" นายเรโนด์ เดอ สเปนส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อของจีนให้ความเห็นด้วยว่าหน่วยเซ็นเซอร์ของจีนตามไม่ทันกับเครื่องมือการสื่อสารเหล่านี้แม้จะพยายามอุดช่องโหว่ต่างๆ แต่ก็ได้ผลไม่มากนัก

 ในเมื่อไม่สามารถใช้ฝ่ามือบังฟ้าให้มิดได้ ในที่สุดสำนักข่าวซินหัวก็ยอมรายงานข่าวนี้ในช่วงค่ำวันอาทิตย์ แต่ได้เสนอในมุมใหม่ว่า "สื่อรัสเซียมองว่ารางวัลนี้กำลังเป็นเครื่องมือทางการเมืองของประเทศตะวันตก"

 เช่นเดียวกับเดอะ โกลบัล ไทม์ส เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์พีเพีล'ส เดลี ที่รายงานว่าคณะกรรมการรางวัลโนเบลได้ประจานตัวเองด้วยการมอบรางวัลให้นายหลิว

 อย่างไรก็ดี ผ่านไปไม่กี่วัน การเซ็นเซอร์ก็เริ่มผ่อนคลายลง เชื่อว่าเป็นเพราะกลุ่มผู้นำที่จงหนานไห่ต่างตื่นกลัวกับขบวนการอันยิ่งใหญ่ของมวลชน และไม่ต้องการให้มีการประท้วงเกิดขึ้นอีก การเซ็นเซอร์จึงเริ่มผ่อนคลายลงอย่างที่เห็นๆกันอยู่