ข่าว

สงครามเงินตรา

สงครามเงินตรา

14 ต.ค. 2553

ระยะนี้เรื่องสำคัญในภาคเศรษฐกิจที่สื่อต่างๆ กล่าวถึงกันมากคงไม่พ้นเรื่อง “เงินบาทแข็ง” คือ ใช้เงินบาทน้อยลงเมื่อไปแลกเงินอเมริกันดอลลาร์ ผู้คนต่างๆ รวมทั้งนักวิชาการและคนทำงานในภาครัฐต่างก็ออกมาออกความเห็นกันต่างๆ นานา จนทำให้ชาวบ้านทั่วไปยิ่งฟังยิ่งงงแล

สำหรับชาวบ้านธรรมดาจำนวนมากยังคิดว่าเงินบาทแข็งเงินบาทอ่อนยังเป็นเรื่องไกลตัว ซึ่งความจริงไม่ได้ไกลตัวเลยเพราะถ้าหากเงินบาทยังแข็งเรื่อยไปจนเหลือสัก 24-25 บาทต่อหนึ่งดอลลาร์ ผู้คนตั้งค่อนประเทศจะต้องถูกกระทบกระเทือนเป็นแน่ เริ่มต้นจากแรงงานที่ทำงานในโรงงานผลิตสินค้าส่งออกก่อน เงินบาทแข็งขายของไปนอกไม่ได้ โรงงานก็เจ๊งและต้องปลดคนงาน และต้องเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าที่แล้วมาอาวุธสำคัญของผู้ส่งออกไทยส่วนมากคือพึ่งพิงค่าแรงที่ต่ำและเงินบาทไม่แพง ไม่แข็งตัวเกินไป

 เมื่อทำท่าจะไม่ดีก็มีผู้เสนอให้แก้ไขแบบต่างๆ พ่อค้าส่งออกก็โวยวายให้รัฐบาลเข้ามาโอบอุ้มซึ่งแน่นอนเงินที่ใช้ต้องมาจากงบประมาณแผ่นดิน ส่วนผู้คนทางภาครัฐโดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องร่วมก็ต้องค้นตำราพลิกหาวิธีต่างๆ เช่น ว่าจะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงบ้าง ว่าจะเก็บภาษีเงินทุนนำเข้ามาลงทุนในกิจการบางเรื่องบ้าง แต่ความคิดที่ไม่เข้าท่าที่สุดคือเสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิมพ์ธนบัตรออกมาแย่งซื้อดอลลาร์ ราคาดอลลาร์ในตลาดไทยจะแพงขึ้นทำให้เงินบาทอ่อนตัวลง

 ทั้งหลายทั้งปวงที่เสนอมานี้ด้วยความคิดที่ว่าเงินดอลลาร์ไหลท่วมท้นเข้ามาทำให้ซัพพลายของดอลลาร์ในตลาดเมืองไทยสูงขึ้นต้องแก้โดยเพิ่มดีมานด์หรือลดซัพพลายของเงินดอลลาร์ ความคิดแค่นี้ถูกเพียงครึ่งทางเพราะเรื่องเงินต่างประเทศไหลเข้าออกมากหรือน้อยเป็นเรื่องใหญ่ในสนามโลกซึ่งเราไม่ค่อยได้คำนึงถึงกันจึงควรชำเลืองตาออกไปนอกประเทศบ้าง

 ขณะนี้ “ยักษ์ตาน้ำข้าว” (อเมริกัน) เป็นจ่าฝูงกำลังรุมกันกระหน่ำ “ยักษ์ตาหยี” จะบีบบังคับให้จีนลดค่าเงินหยวนโดยมีสงครามคำพูดเกิดขึ้นในที่ประชุมระหว่างชาติหลายๆ แห่งจนนายกรัฐมนตรีจีนถึงกับ “ออกงิ้ว” ในทวีปยุโรปหลังการประชุมอาเซม ท่านระบายความในใจว่าต่างชาติรุมบีบให้ลดค่าเงินหยวนนั้น ถ้าเร่งทำไปจริงๆ จะเกิด “ความฉิบหายอย่างใหญ่หลวง” ต่อเศรษฐกิจและความสงบสุขในประเทศจีนและจะลามไปทั่วโลกจนเอาไม่อยู่

 แต่เรื่องหนึ่งที่ท่านเหวินไม่ได้พูดก็คือขณะนี้จีนมีเงินสำรองเป็นเงินดอลลาร์อเมริกันมากที่สุดในโลก ฉะนั้นถ้าทำให้เงินหยวนแข็งแล้วจีนจะขาดทุนจากยอดเงินสำรองนั้นมหาศาลเมื่อตีค่ากลับมาเป็นเงินหยวน

 ความจริงอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครค่อยพูดถึงกันก็คือ ในยุคปัจจุบันนี้โลกทำให้ “เงิน” เป็นสินค้าอย่างหนึ่งซึ่งมีผู้คนเข้าไปเก็งกำไรกันมากมายด้วยวิธีการต่างๆ ที่ถือว่ายังไม่ผิดกฎหมาย มือที่มองไม่เห็นเหล่านี้เป็นคนดลบันดาลค่าของเงินในประเทศต่างๆ ซึ่งวันหลังผมจะนำมาเปิดโปง

 เมื่อประเมินดูเหตุการณ์เช่นนี้ก็เสมือนว่าประเทศเล็กประเทศน้อยอย่างประเทศไทยจะกำลังเผชิญกับพายุร้ายนอกอำนาจของตน ซึ่งจะไม่มีวิธีอื่นใดที่จะสู้กับพายุร้ายได้นอกจากตามให้ทันทิศทางพายุแล้วหาทางป้องกันเท่าที่จะทำได้

 คนไทยหลายคนออกกังวลว่าเรื่องนี้เป็นโจทย์ที่ยากมากของภาครัฐซึ่งทุกวันนี้ผู้คนเขาสงสัยกันเรื่องประสิทธิภาพ เพราะแค่เรื่องจัดการกับสุนัข 3 ตัว ที่สำนักงานราชการแห่งหนึ่งก็ยังทำให้เป็นข่าวคนขำกันไปทั้งเมือง แล้วเรื่องยากๆ ที่จะสู้สงครามเงินตราเราจะเอากันอยู่หรือ

นายหนูใหญ่ [email protected]