
พระเอกตัวจริง
หลังจากธาริต เพ็งดิษฐ์ มาเป็นผู้นำกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดูเหมือนงานจะประสบความสำเร็จมากมาย
ไม่ว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมือง คดีอาชญากรรม และที่สร้างความฮือฮาอยู่ในขณะนี้คือ คดีก่อการร้ายกับการไล่ทะลวงกลุ่มฮาร์ดคอร์เสื้อแดง ที่ยังมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง หลังจากถูกกระชับพื้นที่สลายการชุมนุม
ข้อมูลจาก พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน เลขานุการคณะพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้ายและเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ออกมาเปิดเผยผลการสอบสวนกรณี 11 นักรบแดง ที่พักอยู่ในภูฟ้า รีสอร์ท เชียงใหม่ ต้องบอกว่าทะลุทะลวงเป็นอย่างยิ่ง
ดีเอสไอสอบเข้าไปลึกถึงกระบวนการปั้นนักรบ 39 คน มีการฝึกอยู่ในประเทศกัมพูชา แบ่งออกเป็น 2 สาย พวกหนึ่งเข้าทาง จ.สุรินทร์ อีกกลุ่มเข้าทาง จ.สระแก้ว ที่สำคัญทั้งสองด้านไม่ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง
หมายความว่า การเดินทางออกนอกประเทศไทยเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีแกนนำเสื้อแดงหลบไปกบดานอยู่นั้นง่ายดาย ใช้เวลาฝึก 3 สัปดาห์ เริ่มต้นด้วยการเรียนรู้เรื่องลัทธิการเมือง การปกครอง นำวิดีโอ เกี่ยวกับสถาบันมาฉายเพื่อย้ำให้เกลียดชังสถาบัน
สัปดาห์ต่อมาฝึกยุทธวิธีการรบ การใช้อาวุธสงคราม ช่วงสุดท้ายเป็นการฝึกรบจริงรวมทั้งการประกอบระเบิด ก่อนกลับเข้าประเทศไทยเพื่อรอจังหวะและคำสั่งก่อเหตุร้าย
นอกจากนี้ดีเอสไอยังพบแผ่นโลหะสีทองระบุรหัสและชื่อตัวเพื่อแสดงว่าได้ผ่านการฝึกแล้ว เหมือนกับว่า หากวันหนึ่งนักรบเกิดมาพบกันอีกหรือมีการฝึกในอีกหลายรุ่น ทั้งหมดจะรู้จักกันโดยแผ่นโลหะแบบ "นักรบพิเศษ" ของหนังแอ็กชั่นทั่วไป
นักรบทั้ง 11 คนยังให้รายละเอียดที่น่าตกใจเพราะหลังจากกลับเข้าประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคม ก็แยกย้ายกลับภูมิลำเนา ก่อนมารวมตัวกันอีกครั้งเมื่อคำสั่งปฏิบัติการตกมาถึง
คำสั่งจาก "ผู้บงการ" คือสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง ลอบสังหารบุคคลสำคัญในรัฐบาล โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง มีแผนที่บ้านผู้จัดการรัฐบาลเป็นหลักฐานยืนยัน
ทั้งหมดนี่คือ ตัวอย่างที่จะบอกถึงศักยภาพการทำงาน ที่เหนือกว่าหลายหน่วยงาน ข้อมูลสำคัญได้จากการสอบสวนของดีเอสไอ
หลักฐานทั้งพยานบุคคล วัตถุพยาน มีอยู่ในมือ เรียกว่า สำนวนการสอบสวนสมบูรณ์แบบ
อีกไม่นานจะรู้ว่าดีเอสไอทำงานได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน วงจรฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเตรียมตัวเข้าคุก!!



