ข่าว

ย้อนตำนาน "งานถือศีลกินผัก" 
ประเพณีคู่เมืองตรังกว่า100 ปี

ย้อนตำนาน "งานถือศีลกินผัก" ประเพณีคู่เมืองตรังกว่า100 ปี

14 ต.ค. 2553

จังหวัดตรัง ตั้งอยู่ทางภาคใต้ฝั่งตะวันตกของประเทศไทย มี "แม่น้ำตรัง" ไหลผ่านลงสู่ทะเลอันดามันที่ปากน้ำกันตัง ย้อนอดีตไปตามประวัติของ จ.ตรังแล้ว กว่า 100 ปี หรือเมื่อประมาณ พ.ศ.2390-2400 ชาวจีนฮกเกี้ยนได้พากันอพยพโดยทางเรือเข้ามาตามสายน้ำดังกล่าว และพากันต

  ที่ "หมู่บ้านท่าจีน" นี่เอง มีวัดตั้งอยู่ทางฝั่งตัวเมืองตรัง เรียกว่า "วัดปอร์น" ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า "วัดประสิทธิชัย" หรือ "วัดท่าจีน" ชาวจีนฮกเกี้ยนได้ร่วมกันตกลงให้ "นายลิ่มก๊กจุ้ย" อัญเชิญกระถางธูปของ "เทพเจ้าเก้าองค์" ตามคัมภีร์สวดมนต์ "ปั๊กเต้าเก็ง" อันได้แก่ พระพุทธเจ้า 7 องค์ และพระโพธิสัตว์ 2 องค์ เพื่อนำมาเคารพบูชาตามความเชื่อ และประดิษฐานไว้ที่วัดแห่งนี้

 หลังจากนั้นชาวจีนใน จ.ตรัง จึงได้ร่วมกันจัด "งานถือศีลกินเจ" หรือ "กินผัก" ขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ.2400 เพื่อสืบสานประเพณีโบราณที่กระทำสืบต่อกันมา โดยการปลูกสร้างโรงพิธีเป็นโรงเรือนมุงหลังคาและฝาด้วยจาก แล้วอัญเชิญกระถางธูปของ "เทพเจ้าเก้าองค์" เข้าไปไว้ และถือเอาวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนเก้าจีน เป็นวันเริ่มต้น จนกระทั่งถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือนเก้าจีน อันเป็นวันสิ้นสุดของงานในปีนั้นๆ

 ขณะเดียวกัน "ชมรมถือศีลกินเจ" ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาในภายหลังเล็งเห็นว่า สถานที่จัดกิจกรรมในแต่ละปี ต้องอาศัยพื้นที่ส่วนหนึ่งของ "วัดปอร์น" สมควรที่จะต้องจัดหาที่ให้เป็นสัดส่วน ในปี พ.ศ.2432 ทางชมรมจึงได้ซื้อที่ดิน 1 แปลง   สร้างเป็นศาลเจ้าขึ้นใหม่ คือ "ศาลเจ้ากิวอ่องเอี่ย" ซึ่งถือเป็นศาลเจ้าแห่งแรกและเก่าแก่ที่สุดของจังหวัด

 สำหรับ "ศาลกิวอ่องเอี่ย" นั้น เดิมเป็นศาลเจ้าขนาดเล็ก ซึ่งมีผู้ประมาณเอาไว้ว่าน่าจะสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2447 ต่อมาเมื่อมีผู้มาเข้าร่วม "ถือศีลกินเจ" มากขึ้น ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้คับแคบลง จากนั้นในปี พ.ศ.2495 ทางคณะกรรมการศาลเจ้า จึงได้ร่วมกันสร้างศาลเจ้าหลังใหม่ทดแทน ซึ่งก็คือตัวศาลเจ้าในปัจจุบันนั่นเอง

 สำหรับการ "ถือศีลกินผัก" ของ "ศาลกิวอ่องเอี่ย" นี้ จะเริ่มเตรียมงานกันตั้งแต่วันขึ้น 27 ค่ำ เดือนแปดจีน ยกเว้นว่าหากวันเดือนขึ้นค่ำของจีนปีใด มีเพียงวันขึ้น 29 ค่ำ ในปีนั้นจะเริ่มเตรียมงานตั้งแต่วันขึ้น 26 ค่ำ เดือนแปดจีน ทั้งนี้ จะมีการหาฤกษ์เวลาที่ดีของปีปฏิทินจีน เพื่อตั้งโต๊ะบวงสรวงอัญเชิญเทพเจ้าต่างๆ

 เมื่อถึงวันขึ้น 29 ค่ำ เดือนแปดจีน จะเป็น "วันยกเสาธง" หรือ "วันยกเสาเต็งโก" หรือ "วันยกเสาเต็งกอ" ซึ่งเรียกตามสำเนียงชาวจีนฮกเกี้ยนว่า "คี่เต็งโก" และปกติจะทำในตอนเช้าของวันดังกล่าว จากนั้น ก็จะจัดการเคลื่อนย้ายกระถางธูป เชิงเทียน ตะเกียงน้ำมัน ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะบวงสรวง ไปตั้งวางที่ศาลเทวดา อันเป็นเสร็จพิธีในตอนเช้า

 ส่วนในตอนกลางคืนของวันเดียวกัน ทางศาลเจ้าก็จะได้ทำพิธีอัญเชิญไฟพระฤกษ์เข้าสู่แท่นบูชา อันเป็นการเริ่มต้นพิธี "ถือศีลกินผัก" ผู้ที่ต้องการ "ถือศีลกินผัก" จะต้องเริ่มปฏิบัติตน นับตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ เดือนเก้าจีน ไปจนถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือนเก้าจีน เป็นอันเสร็จพิธี โดยใน จ.ตรัง ได้มีการจัดงานขึ้นในช่วงวันที่ 7-16 ตุลาคม สำหรับในวันที่ขบวนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือ "ขบวนพระ" ของศาลเจ้าต่างๆ ออกโปรดสาธุชน หรือมักเรียกกันว่า "ออกเที่ยว" ไปตามพื้นที่ต่างๆ  ก็จะได้เห็นถึงการทรมานร่างกายในรูปแบบต่างๆ ของ "ม้าทรง"

 ส่วนวันสุดท้าย ในช่วงกลางคืน ก็จะมีพิธีส่ง "เง็กเซียนฮ่องเต้" หรือ "เทพเจ้ากวนอู" ซึ่งเป็นเทพเจ้าสูงสุดในด้านการปกครองตามลัทธิเต๋า กลับคืนสู่สรวงสวรรค์ พร้อมทั้งมีพิธีส่ง "เทพเจ้าเก้าองค์" ออกสู่ทางทะเลที่ปากแม่น้ำตรัง เพื่อกลับสวรรค์เช่นกัน 

 จนถึงวันนี้ ประเพณีการ "ถือศีลกินผัก" เมืองตรัง ยังคงได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย เพื่อช่วยกันสืบทอดสิ่งที่บรรพบุรุษได้สร้างสมกันมา

"เมธี เมืองแก้ว"