ข่าว

บ้านกุ่มระทมน้ำท่วมไร้จนท.ดูแล
ปทุมฯ จัดงบ 50 ล.ซื้อข้าวสารแจกผู้ประสบภัย

บ้านกุ่มระทมน้ำท่วมไร้จนท.ดูแล ปทุมฯ จัดงบ 50 ล.ซื้อข้าวสารแจกผู้ประสบภัย

14 ต.ค. 2553

ภาคกลาง-ชาวบ้านเขตบ้านกุ่ม เพชรบุรี ช้ำน้ำท่วมนานร่วมสัปดาห์ยังไม่มีหน่วยงานเข้ามาดูแล ส่วนปทุมฯ อบจ.ผันงบ 50 ล้าน ซื้อข้าวสารแจกจ่ายผู้ประสบภัย ที่สุพรรณฯ เขตดอนเจดีย์เร่งทำคันกั้นน้ำ ด้านนครปฐมอยู่ในภาวะเฝ้าระวัง

  นางจรินทร์ สมยา เปิดเผยว่า อาศัยอยู่ที่บ้านกุ่ม หมู่ 13 ต.บ้านกุ่ม อ.เมือง จ.เพชรบุรี โดยขณะนี้มีผู้อยู่อาศัยรวม 16 หลังคาเรือน หรือกว่า 60 คน ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากน้ำในแม่น้ำเพชรได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร โดยปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา หรือนานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว โดยระดับน้ำสูงเฉลี่ย 60 เซนติเมตร และที่ริมแม่น้ำเพชรระดับน้ำสูงถึง 80 เซนติเมตร ที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยราชการใดเข้าไปดูแลให้ความช่วยเหลือ อยากให้ทางราชการเข้ามาดูแลความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นบ้าง

 นายสาคร อำภิน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี กล่าวว่า ปทุมธานี ประสบอุทกภัยในหลายๆ พื้นที่ ประกอบด้วย อ.สามโคก อ.ลาดหลุมแก้ว อ.เมือง และ อ.ลำลูกกา  โดยที่มาของน้ำหลากเกิดขึ้นจากน้ำที่มาจากทางภาคเหนือ และน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เบื้องต้น อบจ.ปทุมธานี ใช้งบประมาณจำนวน 50 ล้านบาท นำไปซื้อข้าวสารจำนวน 2 แสนกระสอบ นำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน อันเป็นการบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้นก่อน และจะได้เร่งสำรวจในเรื่องความเสียหายและความเดือดร้อนรวมทั้งความต้องการของประชาชน ที่จะใช้ช่วยเหลือในเรื่องอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือต่อไป                         

 นายไพรัช รัชสุระ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี  กล่าวว่า พื้นที่ทางเกษตรของตำบลดอนเจดีย์ถูกน้ำท่วม ได้รับความเสียหายแล้ว 4,800 ไร่ ขณะที่คลองระบายน้ำชลประทาน สายดอนเจดีย์-หนองสาหร่าย ระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร ซึ่งรับน้ำมาจากคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง ระดับน้ำในคลองสูงกว่าพื้นถนน 1 เมตร และเพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 โดย อบต.ดอนเจดีย์ ได้หารถแบ็กโฮมาขุดดินทำแนวป้องกันไม่ให้น้ำในคลองทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและนาข้าวที่กำลังใกล้เก็บเกี่ยว รวมทั้งบ่อกุ้ง ซึ่งอยู่สองฝั่งคลองถูกน้ำท่วม ขณะเดียวกันได้ร่วมกับฝ่ายปกครองและประชาชนในพื้นที่จัดเวรยามคอยเฝ้าระวังแนวคันดินที่ทำไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้พังทลายลงมา

 นางธนัสนี สวัสดิรักษ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม ผู้อำนวยการศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร จ.นครปฐม กล่าวว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีนที่ไหลผ่านประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา จ.สุพรรณบุรี ขณะนี้วัดได้ 122.27 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากเดิม รวมทั้งปริมาณน้ำในพื้นที่ราบลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี ซึ่งจะไหลเข้าสู่ จ.นครปฐม ผ่านประตูระบายน้ำพระยาบันลือ วัดระดับน้ำได้ 2.53 เมตร ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมเช่นกัน ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำโดยรวมจึงอยู่ในเกณฑ์ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนอย่างใกล้ชิด ช่วงตั้งแต่ อ.บางเลน-อ.นครชัยศรี และขณะนี้เริ่มมีปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ ต.ไทรงาม ต.บางไทรป่า ต.คลองนกกระทุง อ.บางเลน และต.ลานตากฟ้า อ.นครชัยศรี ซึ่ง จ.นครปฐม ได้แก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว โดยการปิดบานระบายน้ำคลองพระยาบันลือและคลองพระพิมล เพื่อป้องกันน้ำในแม่น้ำท่าจีนไหลย้อนมาท่วมพื้นที่การเกษตร พร้อมกันนี้ในพื้นที่บริเวณคลองมหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล ได้เร่งระบายน้ำจากพื้นที่เพาะปลูกลงสู่แม่น้ำท่าจีนด้วยการสูบน้ำในปริมาณ 13.75 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแล้ว