ข่าว

ภริยานายกฯห่วงความไม่ปลอดภัยสามี

ภริยานายกฯห่วงความไม่ปลอดภัยสามี

13 ต.ค. 2553

ภริยานายกฯฯเป็นห่วงความไม่ปลอดภัย สามี ระบุ ที่ผ่านมา เตือนกันเสมอ แต่เชื่อไม่มีอะไรน่าห่วง ประชุมคู่สมรสครม.เตรียมจัดอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติในหลวง "อภิสิทธิ์"สั่งทุกกระทรวงติดตามงานโครงการพระราชดำริ

(13ต.ค.) เวลา 12.20น. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ ภริยานายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีมีข่าวเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยและการลอบปองร้ายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกมาบ่อยครั้งในระยะนี้ว่า “ก็มีความเป็นห่วงอยู่เรื่อยๆ แต่ก็คิดว่าทุกอย่างคงไม่มีปัญหา ห่วงเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ

"ที่ผ่านมาก็ได้พยายามเตือนนายกรัฐมนตรีอยู่เสมอว่าให้มีระมัดระวังตัวบ้าง เพราะท่านเป็นคนไม่ค่อยระวัง ส่วนเวลาที่นายกรัฐมนตรีไปปฏิบัติภารกิจในต่างจังหวัด ก็มีการเตือนด้วยเหมือนกัน" ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิมพ์เพ็ญกล่าว

คู่สมรสครม.เตรียมจัดอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ

 ทั้งนี้ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิมพ์เพ็ญ ได้เป็นประธานการประชุมคู่สมรสคณะรัฐมนตรีครั้งที่ 1/2553 เพื่อเตรียมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ที่ทำเนียบรัฐบาล

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นางนุช สุวรรณคิรี ภริยานายไตรรงค์ สุวรรณคิรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการตั้งตนให้ เป็นประธานคระกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์กิจกรรมของงานดังกล่าว โดยที่ประชุมวันนี้มี การหารือเกี่ยวกับ โครงการอุปสมบทพระสงฆ์ 999 รูปเฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554

 นางนุช กล่าวด้วยว่า สำหรับผู้ที่จะเข้าโครงการอุปสมบทในครั้งนี้จะมาจากทั่วประเทศ ในทุกภาคส่วน โดยแยกเป็น จาก 75 จังหวัดๆ 11คน รวม 825 คน , กทม. 50 คนจาก 50 เขต,กระทรวงต่าง ๆ กระทรวงละ 2 คน รวม 40 คน จากเหล่าทัพต่างๆเหล่าทัพ ละ 2 คน รวม 12คน ,หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 7 คน และภาคเอกชน 65 คน รวมทั้งหมด 999คน โดยมีระยะเวลาในการอุปสมบท ตั้งแต่วันที่ 9 -23 มกราคม 2554 อย่างไรก็ตามทางคณะกรรมการเห็นว่าอยากที่จะให้ภาคเอกชน เข้ามาร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะมีการประชุมขึ้นอีกครั้งใน 2 สัปดาห์หน้า

อภิสิทธิ์สั่งทุกกระทรวงติดตามงานโครงการพระราชดำริ

 เมื่อเวลา 13.50 น. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอ สรุปพระราชดำริในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการกิตติมศักดิ์สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร นำคณะผู้บริหารสถาบันฯ เข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลถวายรายงานสรุปสถานการณ์น้ำประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2553 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช

 ซึ่งกระแสพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตอนหนึ่งแสดงความเป็นห่วงถึงโครงการพระราชดำริที่ทำไว้แต่เดิมว่าอาจมีปัญหาใดบ้าง ชุมชนยังรักษาที่ดินซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญไว้หรือไม่ หรือขายเปลี่ยนมือไปแล้วว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯเป็นกระทรวงหลักในการติดตามโครงการในพระราชดำริต่างๆทั้งในพื้นที่ และภาพรวมของสถานการณ์น้ำ

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ตนได้ย้ำว่าที่จริงไม่ใช่เรื่องของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯเพียงกระทรวงเดียว จึงขอให้ทุกกระทรวงรับไปพิจารณาและติดตาม ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีรับสั่งครอบคลุมเกือบหมดทุกเรื่อง ทั้งเรื่องวิธีการวิเคราะห์ สถานการณ์น้ำ และโครงการที่เป็นเฉพาะพื้นที่ ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ รายงานแล้วว่าได้มีการสนองพระราชดำริอย่างไร ทั้งนี้ก็พบว่ามีปัญหาบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ