ข่าว

'เสนาะ'แนะรัฐ-พท.ตั้งรบ.ปรองดอง

'เสนาะ'แนะรัฐ-พท.ตั้งรบ.ปรองดอง

13 ต.ค. 2553

“เสนาะ” แนะให้คนรัฐบาลจับมือฝ่ายค้าน ตั้งรัฐบาลเพื่อประชาชน สร้างปรองดองประเทศ“ส.ส.ประชาราช-เพื่อไทย-พล.ต.อ.ประชา ” ตบเท้าเข้าหารือเพียบ

(13ต.ค.) ที่ทำการพรรคประชาราช เมืองทองธานี - นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เปิดบ้านต้อนรับ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงแนวทางปรองดอง โดยนายเสนาะ ให้สัมภาษณ์ก่อนการหารือปรองดองว่า วิธีที่จะสร้างความปรองดองในประเทศได้ ตนมองว่าต้องให้คนในฝั่งรัฐบาลและฝั่งฝ่ายค้าน จำนวน 20-30 คน หันหน้ามาจับมือกัน โดยต้องมีความเสียสละ เลิกพูดถึงเรื่องในอดีต และการใส่ร้ายป้ายสี เพื่อร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเพื่อประชาชน อย่างไรก็ตามต้นเหตุความขัดแย้งเกิดขึ้นมาตั้งแต่การปฏิวัติ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทั้งชุดของนายสมัคร สุนทรเวช ที่ถูกตะหลิว กะทะมาฆ่าตายทางการเมือง และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ไม่มีทำเนียบรัฐบาลให้ทำงาน จึงทำให้ประชาชนที่เลือกผู้แทนเข้ามารู้สึกเหมือนปล้นรัฐบาลไป และที่สำคัญคนที่ถูกเลือกมาในนามพรรคไทยรักไทยก็ยังมาหักหลังอีก

 ผู้สื่อข่าวถามว่าจำเป็นที่จะต้องมีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมหรือไม่ นายเสนาะ กล่าวว่า จะต้องปรองดองก่อนถึงจะออกกฎหายนิรโทษกรรมกได้ เพราะถ้าไม่ยอมปรองดอง ก็ทำอะไรไม่ได้ และถ้าไม่มีใครเสียสละก็ปรองดองไม่ได้เช่นกัน

 เมื่อถามว่าจะเริ่มปรองดองได้อย่างใด เพราะรัฐบาลยังมเรื่องแย่งเก้าอี้รัฐมนตรี นายเสนาะ กล่าวว่า แย่งเก้าอี้กันแล้วบริหารประเทศได้หรือไม่ ประธานสภาก็ไม่เคยพูดอะไรที่สร้างสรรค์ มีแต่จะทำปัญหาให้เกิดขึ้น

 เมื่อถามว่าคนที่ทิ้งพรรคเพื่อไทยไป ตอนนี้ก็ได้ดี เป็นใหญ่ และได้คุมกระทรวงใหญ่ นายเสนาะ กล่าวว่า อะไรคือเป็นใหญ่ ถ้าเป็นหัวหน้าโจรแล้วบอกว่าเป็นใหญ่ เพราะปล้นเก่ง จะเป็นที่ยอมรับได้หรือไม่

 เมื่อถามว่าควรจะยุบสภาเมื่อใด นายเสนาะ กล่าวว่า การยุบสภาไม่ใช่การแก้ปัญหา ตราบใดที่ไม่มีการปรองดอง เพราะถ้ายุบไปแล้ว บ้านเมื่อยังเป็นอย่างนี้ จะลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างไร เพราะทุกวันนี้ไม่มีประเทศไหน ที่มาจากประชาชน แต่ไม่สามารถเข้าหาประชาชนได้ ไปที่ไหนก็ต้องมีการรักษาความปลอดภัยกันอย่างแน่หนา นโยบายที่ออกมาจึงเป็น “นโยบายกู เพื่อกู” ดังนั้นถ้ามีคนสำคัญร่วมมือกันประมาณ 20 คน ก็จะทำให้เกิดทางออกของประเทศได้

 เมื่อถามว่าจำเป็นที่จะให้คน ที่อยู่ต่างประเทศมาร่วมด้วยหรือไม่ นายเสนาะ กล่าวว่า ไม่ต้องพูดถึง เพราะยกหูคุยกันก็รู้เรื่อง เดี๋ยวนี้เขามีเทคโนโลยี โฟนอินมาคุย ที่ผ่านมาเขาไม่เคยมาหาเรื่อง แต่ก็มีแต่การใส่ร้ายป้ายสี และยังกล่าวหาว่าเขาล้มล้างสภาบัน เมื่อถามว่า คนต่างประเทศได้ ยกหูหานายเสนาะ หรือไม่ นายเสนาะ กล่าวว่า ตนไม่เคยโทรไป แต่เขาเคยโทรหาตนแต่นานมาแล้ว

 ทั้งนี้เมื่อเวลา 11.40 น. พล.ต.สนั่น ได้เดินทางมาถึงที่ที่ทำการพรรคประชาราช เมื่อเจอหน้า นายเสนาะ ก็เข้ามาจับมือทักทาย พร้อมกับกอดเอวเพื่อให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพด้วย ทั้งนี้การหารือดังกล่าว นอกจากสมาชิกพรรคประชาราช และพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ แล้ว ยังมีรายงานว่าทางนายเสนาะ ได้โทรศัพท์เชิญคนพรรคเพื่อไทย มาร่วมด้วย อาทิ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี, นายวิทยา บูรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน, นายสุพล ฟองงาม เลขาธิการพรรค, รวมถึง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อแผ่นดิน มาร่วมหารือด้วย โดยนายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า นายเสนาะได้ต่อสายถึงแกนนำพรรคเพื่อให้เข้ามาร่วมหารือและเป็นสักขีพยานในการสร้างความปรองดอง

 โดยก่อนการหารืออย่างเป็นทางการ นายเสนาะ ได้กุมมือกับ พล.ต.สนั่น ไว้แน่นและกล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นวันมหาฤกษ์ที่ผู้อาวุโสที่มีบทบาทในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลมาร่วมปรึกษาหารือกัน วันนี้ตนเชื่อว่าพล.ต.สนั่น ในฐานะรองนายก มองเห็นว่าประเทศชาตินี้ไปต่อไม่ได้ จึงต้องเดินสายพบปะกับบุคคลอื่น ซึ่งสอดคล้องกันความเห็นตนที่ว่า หากผู้บริหารประเทศไม่สามารถลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชนได้ งานบริหารประเทศก็คงทำได้ยากเช่นกัน

 ทั้งนี้เมื่อเวลา 12.20 น. ผู้ที่เข้าร่วมหารือเรื่องปรองดอง ได้ร่ วมรับประทานอาหารเที่ยงกลางวันร่วมกัน โดยนายเสนาะ ได้เลี้ยงข้าวหมูแดงกับผู้ที่มาร่วม