
โพลล์ชี้ปชช.อยากให้ตร.เร่งแก้ความไม่สงบ
เอแบคโพล์เผยผลสำรวจประชาชนอยากให้ตำรวจเร่งแก้ปัญหาความไม่สงบ-การใช้ความรุนแรง
(13ต.ค.) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง“วันตำรวจ” :กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทั่วไปในพื้นที่ 17 จังหวัดทั่วประเทศ โดยดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายวิชาการเพื่อสังเกตการณ์และวิจัยความสุขชุมชน หรือศูนย์วิจัยความสุขชุมชน(Academic Network for Community Happiness Observation and Research, ANCHOR) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และนักศึกษาด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ ประจำสถาบันคอร์เนลล์เพื่อภารกิจของรัฐ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ( Cornell University) เปิดเผยผลวิจัยเรื่อง “วันตำรวจ” : กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทั่วไปใน 17 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี กาญจนบุรี ชลบุรี เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ ขอนแก่น ศรีสะเกษ สกลนคร หนองบัวลำภู ระนอง พัทลุง และสุราษฎร์ธานี จำนวนทั้งสิ้น 1,174 ครัวเรือน ดำเนินโครงการในระหว่างวันที่ 1 - 12 ตุลาคม 2553
ผลการสำรวจพบว่าประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.3 เห็นความสำคัญของ “ตำรวจ” ต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน และผลสำรวจยังพบความรู้สึก “ยอดเยี่ยม” ใน 5 อันดับแรก ที่เกิดขึ้นในใจของประชาชนเมื่อพบเห็นตำรวจ โดยอันดับแรก หรือร้อยละ 73.0 รู้สึก “อุ่นใจ” เมื่อพบเห็น “ตำรวจ” รองลงมาคือ ร้อยละ 71.2 รู้สึกปลอดภัย ร้อยละ 69.2 รู้สึกว่า ตำรวจยินดีต้อนรับ ร้อยละ 61.4 รู้สึกว่า ตำรวจเสียสละ ร้อยละ 49.3 ที่รู้สึกอยากเข้าใกล้เมื่อพบเห็นตำรวจ
เมื่อพิจารณาความรู้สึก “ยอดแย่” ที่เกิดขึ้นในใจของประชาชนเมื่อพบเห็นตำรวจ ใน 5 อันดับแรก พบว่า อันดับแรก หรือ ร้อยละ 41.5 รู้สึกว่าถูกเลือกปฏิบัติ รองลงมาคือ ร้อยละ 35.5 รู้สึกถึงผลประโยชน์เมื่อพบเห็นตำรวจ ร้อยละ 18.7 รู้สึกว่าจะถูกรีดไถ ร้อยละ 17.2 รู้สึกลัว และร้อยละ 14.8 รู้สึกถูกข่มขู่ คุกคาม และเมื่อจำแนกประเด็นของการถูกเลือกปฏิบัติ เกรงจะถูกรีดไถ และถูกพูดจาข่มขู่คุกคาม
ทั้งนี้เมื่อจำแนกตามพื้นที่ที่ประชาชนพักอาศัย พบว่า คนในเมืองจะรู้สึกถูกเลือกปฏิบัติจากตำรวจมากกว่าคนนอกเมือง คือร้อยละ 42.1 ต่อร้อยละ 38.6 นอกจากนี้ คนในเมืองจะรู้สึกว่าจะถูกรีดไถมากกว่าคนนอกเมืองเช่นกัน คือร้อยละ 25.1 หรือ 1 ใน 4 ต่อร้อยละ 16.8 และคนในเมืองจะรู้สึกว่า ตำรวจกร่าง พูดจาข่มขู่คุกคาม มากกว่าคนนอกเมือง เมื่อพบเห็นตำรวจ ร้อยละ 17.1 ต่อร้อยละ 14.2 ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 65.2 ยังคงมีความพึงพอใจโดยภาพรวมต่อการทำงานของตำรวจค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 23.5 พอใจระดับปานกลาง และร้อยละ 11.3 พอใจค่อนข้างน้อยถึงไม่พอใจเลย
เมื่อถามถึงสิ่งที่ประชาชนอยากได้จากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.7 ระบุอยากให้แก้ปัญหาอาชญากรรมและความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รองลงมาคือ ร้อยละ 52.8 ระบุความซื่อสัตย์สุจริต ร้อยละ 47.2 ระบุแก้ปัญหา “รีดไถ” ระบบส่วย ร้อยละ 45.1 ระบุเป็นมิตรกับประชาชนทุกระดับชั้นอย่างเท่าเทียม ร้อยละ 40.4 ระบุไม่ถูกการเมืองครอบงำ รอง ๆ ลงไปคือ ยุติธรรมไม่เลือกปฏิบัติ สนใจปัญหาเด็กและเยาวชน เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบและคณะกรรมการอิสระรับเรื่องราวร้องทุกข์ สนใจดูแลข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย และแก้ปัญหาการทำงานที่ล่าช้าไม่มีประสิทธิภาพของข้าราชการตำรวจ
ส่วนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่อยากให้ “ตำรวจ” ทุกนายเร่งแก้ไข อันดับแรกหรือร้อยละ 68.4 ระบุปัญหาความไม่สงบและการใช้ความรุนแรง รองลงไปคือ ร้อยละ 63.3 ระบุปัญหาอาชญากรรมและความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในขณะที่ร้อยละ 60.7 ระบุปัญหายาเสพติด ร้อยละ 54.4 ระบุปัญหาแหล่งมั่วสุม บ่อน ซ่อง ร้อยละ 53.0 ปัญหาแรงงานต่างด้าว ร้อยละ 49.9 ปัญหาความเดือดร้อนรำคาญ และรองๆ ลงไปคือ ปัญหาค้าของเถื่อนผิดกฎหมาย ปัญหาขายบริการทางเพศเด็กและเยาวชน ปัญหาข่มขู่คุกคาม และปัญหาคุกคามทางเพศเด็กและสตรี ตามลำดับ
ผอ.ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน กล่าวว่า ผลวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังเล็งเห็นความสำคัญของตำรวจและให้คะแนนความพึงพอใจต่อการทำงานของตำรวจระดับ "ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด” อย่างไรก็ตาม ในโอกาส “วันตำรวจ” นี้ มีเสียงสะท้อนส่วนใหญ่จากประชาชนที่เป็นความรู้สึก “ยอดเยี่ยม” คือ อุ่นใจ และรู้สึกปลอดภัย เมื่อเห็นตำรวจ แต่ยังไม่เต็มร้อย จึงจำเป็นที่ตำรวจน่าจะรักษาความรู้สึกดีเหล่านี้ไว้ ในทางตรงกันข้าม ผลสำรวจพบความรู้สึก “ยอดแย่” เมื่อประชาชนพบเห็นตำรวจคือ การเลือกปฏิบัติ ผลประโยชน์ และการถูกรีดไถ จึงเป็นความรู้สึกที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่าจะหาหนทางลดทอนความรู้สึกไม่ดีเหล่านี้ให้เหลือน้อยที่สุด
ในขณะเดียวกัน ปัญหาเดือดร้อนสำคัญของประชาชนที่ประชาชนอยากให้ ตำรวจทุกนายเร่งแก้ไข อันดับแรกคือ ปัญหาความไม่สงบและการใช้ความรุนแรง ปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และปัญหายาเสพติด โดยปัญหาเหล่านี้มีหัวใจสำคัญอยู่ที่ การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างตำรวจ กับการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ได้แก่ ประชาชนในชุมชน แกนนำชุมชน ผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง โดยตำรวจต้องมีความรวดเร็วฉับไวตอบสนองต่อเสียงสะท้อนของ “หุ้นส่วน” ภาคประชาสังคม และสามารถป้องกันและ “จบปัญหา” ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ



