
สิงคโปร์เร่งบ่มเพาะสมบัติผู้ดียุคใหม่
ห้ามถ่มน้ำลายในที่สาธารณะ ต้องทิ้งขยะลงในถุงขยะ ห้ามปัสสาะวะเรี่ยราดลงพื้น พูดภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง
ข้างต้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของป้าย "ห้าม" และ "ต้อง" ที่ติดเกลื่อนแดนสิงโตทะเล หลังจากรัฐบาลทุ่มงบก้อนใหญ่ในโครงการรณรงค์บ่มเพาะ "สมบัติผู้ดี" และมารยาททางสังคมให้คนรุ่นใหม่ลดละและเลิกนิสัยแย่ๆ อันจะช่วยสังคมให้น่าอยู่และทันสมัยขึ้น
ผลจากโครงการนี้ พลอยทำให้ธุรกิจหนึ่งเฟื่องฟูขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้รับความสนใจไม่น้อยหน้าโรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนสอนบัลเลต์และโรงเรียนสอนการดนตรีที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมานานแล้ว
โรงเรียนสอน "สมบัติผู้ดี" ที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ดหน้าฝนจะเริ่มรับเด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาลอายุแค่ 2-3 ปี และจะมีการตั้งค่ายสอนมารยาทและสมบัติผู้ดีแก่เด็กๆ ในช่วงปิดเทอมยาวหนึ่งเดือนในเดือนมิถุนายนและธันวาคม คิดค่าสอนชั่วโมงละ 660-1,050 บาท
ถึงแม้ค่าเข้าค่ายสอน "สมบัติผู้ดี" จะค่อนข้างแพง แต่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็สามารถจ่ายเงินก้อนนี้ เพราะจากสถิติของธนาคารโลกระบุชัดว่าชาวสิงคโปร์มีรายได้เฉลี่ยปีละกว่าล้านบาท ถือเป็นสังคมที่ร่ำรวยอันดับ 33 ของโลก
ยูนิซ ตัน วัย 37 ปี ที่ปรึกษาและผู้อบรมแห่งสถาบันสอนสมบัติผู้ดียุคใหม่ที่เปิดมาแล้ว 4 ปี ให้ความเห็นว่า "ยิ่งพวกเด็กๆ ได้เรียนรู้มารยาททางสังคมและสมบัติผู้ดีมาตั้งแต่ยังเล็กๆ สิ่งเหล่านี้ก็จะติดตัวพวกเด็กๆ ตลอดไป"
ในแต่ละชั้นเรียนในโรงเรียนสอนสมบัติผู้ดีของยูนิซ ตัน จะมีนักเรียนแค่ 10 คน แบ่งเป็น 3 ระดับด้วยกัน ระดับต้นจะสอนมารยาทเบื้องต้นในการเข้าสังคมให้แก่นักเรียนอายุตั้งแต่ 3 ปี รวมถึงการสอนให้นักเรียนรู้จักเข้าห้องน้ำหญิงและห้องน้ำชาย
ระดับที่ 2 จะสอนมารยาทการรับโทรศัพท์ มารยาทการรับประทานอาหาร รวมทั้งเทคนิคการควบคุมอารมณ์โกรธ และสอนให้รู้จักอดทนต่อสัตว์เลี้ยง ส่วนระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจะสอนสมบัติผู้ดีชั้นสูงอย่างเช่นการวางตัว ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ การสอนให้เป็นผู้ให้ ให้มีน้ำใจและความเมตตา แม้กระทั่งในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน
ด้าน อแลง เฮง อดีตนางงามผู้หันมาเปิดโรงเรียนกวดมารยาทแห่งหนึ่งเผยว่า ได้สอนนักเรียนแล้วกว่า 2,000 คน "เป็นเรื่องง่ายสำหรับคนนอกอย่างเราๆ ที่จะสอนนักเรียนในเรื่องของกิริยามารยาทและสมบัติผู้ดีต่างๆ เพราะพ่อแม่ส่วนใหญ่ยังไม่รู้เลยว่ามารยาทที่ดีเป็นอย่างไร มัวแต่จะดูผลการเรียนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น"
เชื่อว่าผลที่ได้จากการสอนสมบัติผู้ดีนี้ยิ่งใหญ่มหาศาลและจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานเมื่อเติบใหญ่ขึ้น
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



