
ร.4 ตั้งบ้านท่าถ่าน ดงต้นยาง เป็นเมืองพนมสารคาม
ปี จ.ศ.1221 (พ.ศ.2402) รัชกาลที่ 4 เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรเขาดิน ที่วัดปถวีปัพตาราม (วัดเขาดิน) ริมแม่น้ำอ้อม ต.บางผึ้ง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา แล้ว โปรดเกล้าฯ ยกบ้านท่าถ่านเป็นเมืองพนมสารคาม ตั้งท้าวเพชรเป็นที่พระพนมสารนรินทร์ ถือศักดินา 3,000 ไร่ (พ.ศ.2402)
ชื่อบ้านท่าถ่าน ชื่อเดิมของเมืองพนมสารคามยังมีร่องรอยอยู่ที่ ต.ท่าถ่าน ใน อ.พนมสารคาม เดิมเรียกว่า “บ้านท่าถ่าน" เนื่องจากเป็นบริเวณที่ชาวบ้านใช้เป็นที่ลงถ่าน
พนมสารคาม ได้จากชื่อตำแหน่งเจ้าเมืองว่า พระพนมสารนรินทร์ พนม หมายถึง ป่า, ดง, ป่าไม้, ดงไม้ ฯลฯ มีรากคำจากบาลีว่า วน (อ่านว่า วะ-นะ) สาร หมายถึง สำคัญ, ประเสริฐยิ่ง, แข็งแรง แก่นของไม้, ชั้นในสุด และส่วนแข็งที่สุด คาม หมายถึง หมู่บ้าน, ชุมชน นรินทร์ หมายถึง คนผู้มีอำนาจ ได้จากคำบาลีว่า นร (อ่านว่า นะ-ระ) กับ อินทร (อ่านว่า อิน-ทะ-ระ)
พนมสารคาม แต่เดิมน่าจะสะกดว่า พนมสาลคาม เพราะคำบาลี สาล (อ่าน ว่า สา-ละ) หมายถึง ต้นรัง หรือต้นยางก็ได้ (แต่นิยมเรียกทับศัพท์ว่าต้นสาละ) สอดคล้องกับภูมิประเทศบริเวณลำน้ำท่าลาดเต็มไปด้วยต้นยาง มีชื่อ เขาดงยาง เป็นพยาน แล้วได้ น้ำมันยาง จากต้นยางเป็นสินค้า ขณะเดียวกันก็เอาต้นยางมาเผาสุมเป็น ถ่าน ได้อีก ตรงตามที่ตั้งเมืองครั้งแรกว่า ท่าถ่าน (สูจิบัตร พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นพนมสารคาม)
จนสมัยรัชกาลที่ 5 เมืองพนมสารคามน่าจะย้ายจากบ้านท่าถ่าน ไปอยู่บ้านเมืองเก่าริมลำน้ำท่าลาด แล้วเปลี่ยนเมืองเป็นอำเภอจนทุกวันนี้
"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"
(ภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)



