ข่าว

เล็งแฟนหนุ่มนางแบบเข้าเครื่องจับเท็จ

เล็งแฟนหนุ่มนางแบบเข้าเครื่องจับเท็จ

13 ต.ค. 2553

ตร.มั่นใจนางแบบสาวเอฟเอชเอ็มถูกฆาตกรรม มุ่งปมชู้สาว-แค้นส่วนตัว เตรียมจับแฟนหนุ่มเข้าเครื่องจับเท็จ เผยฆาตกรต้องสนิทกับเหยื่อมากถึงขนาดมีกุญแจไขเข้าออกในห้อง ระบุวงจรปิดพบรถกระบะสี่น้ำเงินต้องสงสัย ยันคลี่คลายคดีได้ ขณะที่แม่นางแบบไม่เชื่อลูกฆ่าตัว ย้ำปมม

 ความคืบหน้าคดีฆ่าฆาตกรรม น.ส.ศศิธร อ่อนวิมล หรือ "ปิ๊ก" อายุ 27 ปี อดีต 1 ใน 10 ผู้เข้าประกวด Girl Next Door หรือสาวข้างบ้านของนิตยสารเอฟเอชเอ็ม ปี 2008 ภายในคอนโดมิเนียมหรูใน ซ.รัชดาภิเษก 7 ถ.รัชดาภิเษก แขวงและเขตดินแดง กทม. ล่าสุดแม้แนวทางการสืบสวนจะมุ่งไปที่เรื่องฆาตกรรม แต่จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่า สาเหตุการตายของสาวเซ็กซี่ผู้เคราะห์ร้ายเกิดจากเรื่องใด แต่มุ่งปมไปเรื่องชู้สาว หรือความแค้นส่วนตัว

 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. (ฝ่ายสืบสวน)  กล่าวว่า ฝ่ายสอบสวนกำลังรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ในเรื่องของบาดแผล วิถีกระสุน เวลาการตายที่แน่ชัด สารพิษในร่างกาย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมสอบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในส่วนของผู้ตายว่า กลับถึงห้องเมื่อใด มากับใคร เดินมา หรือเอารถมา ส่วนกรณีโน้ตบุ๊กที่หายไปนั้นตอนนี้ตรวจพบแล้วอยู่ในรถ ซึ่งตำรวจจะต้องตรวจสอบในทุกส่วนว่า ก่อนตายผู้ตายติดต่อกับใครหรือไม่ และคุยกับใครเป็นคนล่าสุด ขอเวลาในการตรวจสอบสักระยะ

 “ประเด็นการตายนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าจะเป็นเรื่องชู้สาวหรือความแค้นส่วนตัว ส่วนปัญหาเรื่องมรดก และปัญหาอื่นๆ ยังไม่ตัดทิ้ง อยู่ระหว่างตรวจสอบ ตอนนี้เรารอเรื่องหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และรอผู้ชำนาญการมาจำลองภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุว่า เกิดเหตุอย่างไร ทิศทางของกระสุนเป็นอย่างไร ตายท่าอะไร“ รอง ผบช.น.กล่าว 

 พล.ต.ต.สุเมธกล่าวต่อว่า ส่วนสาเหตุที่เชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมเพราะมีจุดน่าสงสัย คือหากจะฆ่าตัวตายเมื่อยิงเสร็จแล้วจะนำผ้าห่มมาคลุมทำไม เพราะหากยิงเองก็น่าจะตายในทันที แต่นี้มีลักษณะคล้ายมีการจัดเสื้อผ้าท่าทางการเสียชีวิต ซึ่งตำรวจมั่นใจว่าเกิดจากการฆาตกรรม อย่างไรก็ตาม จะทำการตรวจสอบรายละเอียด หลักฐานต่างๆ ให้ชัดเจนอีกครั้ง

 วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้ตายถูกฆาตกรรมหรือฆ่าตัวตายเอง ดังนั้นจะต้องรอผลการผ่าพิสูจน์ศพจากแพทย์นิติเวช รพ.รามาธิบดี และผลการตรวจในที่เกิดเหตุจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเสียก่อน เนื่องจากคดีนี้เป็นไปได้ทั้ง 2 ประเด็น โดยหลังเกิดเหตุได้เชิญแฟนของผู้ตายที่เลิกรากันไป และคนใกล้ชิดมาสอบปากคำอย่างละเอียดแล้ว เบื้องต้นพบว่า ผู้ตายมีปัญหาส่วนตัวหลายอย่าง รวมทั้งปัญหาครอบครัว อาจจะเป็นมูลเหตุที่ทำให้คิดสั้นฆ่าตัวตาย

 พล.ต.ต.วิชัยกล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบข้อพิรุธหลายอย่างประกอบกับลักษณะการตายที่ผิดธรรมชาติ อาจจะเป็นไปได้ว่าถูกฆาตกรรม ส่วนอาวุธปืนที่พบนั้นเป็นขนาด .32 ซึ่งผู้ตายได้รับมรดกมาจากบิดา อย่างไรก็ตามหากผลการผ่าพิสูจน์ศพออกมาแล้ว คาดว่าจะสามารถคลี่คลายคดีนี้ได้

  ด้าน พ.ต.อ.สุพัชร พึ่งพวง ผกก.สน.ห้วยขวาง กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชาได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปหาสาเหตุการตาย เบื้องต้นได้ตั้งประเด็นไว้ 3 ประเด็น คือประเด็นความขัดแย้งเรื่องมรดก ที่พ่อของผู้ตายเป็นอาจารย์สอนหนังสือมีภรรยา 2 คน และเพิ่งเสียชีวิตไปไม่นานมานี้ โดยที่ผู้ตายเป็นลูกสาวคนโตของภรรยาคนแรก จึงอาจมีเรื่องผลประโยชน์ของพ่อเข้ามาเกี่ยวข้อง อีกประเด็นอาจเป็นเรื่องชู้สาว แต่จากการสอบปากคำอดีตแฟนหนุ่มของผู้ตายทราบว่าไม่ได้ติดต่อกันมาประมาณ 20 วันแล้ว เพราะผู้ตายมีนิสัยหึงหวงมาก จึงทำให้ต้องแยกทางกัน โดยตลอดเวลาแฟนหนุ่มพยายามจะขอคืนดีหลายครั้ง ล่าสุดผู้ตายเพิ่งกลับมาจากบ้านที่สุพรรณบุรี และไปดูหมอดูที่บอกว่ากำลังจะตั้งท้อง จึงโทรหาอดีตแฟนหนุ่มและบอกว่า หากท้องจริงจะทำอย่างไร
 
 พ.ต.อ.สุพัชรกล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำอดีตแฟนของผู้ตายแล้วไม่พบพิรุธอย่างไร ซึ่งคงจะต้องนำเข้าเครื่องจับเท็จอีกครั้ง ส่วนประเด็นสุดท้ายที่อาจจะเป็นการฆ่าตัวตายคงต้องรอผลพิสูจน์ทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้วรวม 8 ปาก มีทั้งอดีตแฟน และแม่ของผู้ตายรวมทั้งเพื่อนๆ โดยเฉพาะทางเพื่อนบอกว่า ผู้ตายมีโลกส่วนตัวสูง และเครียดบ่อยชอบกินยาคลายเครียด   นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบข้อมูลจากคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์แบล็กเบอร์รี่ของผู้ตายเนื่องจากชอบเล่นอินเทอร์เน็ตว่าจะมีสิ่งใดเกี่ยวข้องหรือไม่

 พ.ต.อ.สุพัชรกล่าวต่อว่า ในส่วนของภาพวงจรปิดภายในคอนโดดังกล่าวจะต้องตรวจสอบย้อนหลังไปประมาณ 1 เดือน เบื้องต้นพบว่า มีรถกระบะสีน้ำเงินมาพบผู้ตายบ่อย แต่คงจะให้รายละเอียดอะไรไม่ได้ในตอนนี้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเพิ่มเติมพบภายในถังขยะในห้องพบยาไซแนกซ์ 1 แผง ถูกใช้ไปแล้ว 6 เม็ด ซึ่งยาดังกล่าวใช้เป็นยานอนหลับโดยมีฤทธิ์กล่อมประสาท แต่จากการสอบถามเพื่อนผู้ตายให้การว่า ผู้ตายเป็นโรคเครียดนอนไม่หลับจึงต้องใช้ยาดังกล่าว

 ส่วนจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเบื้องต้นพบว่าสามารถจับภาพรถยนต์ต้องสงสัยไว้ได้ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของผู้ตายหรือไม่ อย่างไรก็ตามยังคงไม่ตัดประเด็นใดๆ ทิ้ง โดยจะต้องรอผลชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบสภาพศพ วิถีกระสุน หัวกระสุนที่พบและรอยนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุ เพื่อคลี่คลายคดีต่อไป

 ด้าน พ.ต.ท.จารุภัชร ทองโกมล รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า ลักษณะการตายผิดธรรมชาติหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกระสุนปืนที่ยิงไปถึง 2 นัด แต่ลักษณะของหัวกระสุนกลับไม่มีรอยบุบ คล้ายกับไม่ถูกสัมผัสกับวัตถุใดเลย อีกทั้งคราบเลือดก็ไม่พบที่ผ้าห่ม พบเพียงเขม่าดินปืน ทั้งนี้หากผู้ตายถูกฆาตกรรมแล้วคนร้ายใช้ผ้าห่มกดทับเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังจะต้องมีเลือดสาดกระเซ็นติดที่ผ้าห่ม และที่สำคัญคนร้ายจะต้องรู้จักสนิทสนมกับผู้ตายเป็นอย่างดี เพราะห้องดังกล่าวต้องล็อกถึง 2 ชั้น คนร้ายจะต้องมีกุญแจไขเข้าออกประกอบกับยังสามารถรู้ที่ซ่อนปืนของผู้ตาย รวมทั้งรู้มุมกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งเบื้องต้นเท่าที่ตรวจสอบ ไม่พบภาพผู้ต้องสงสัยปรากฏในที่เกิดเหตุ จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาภาพจากกล้องวงจรปิดจากจุดใกล้เคียงแล้ว

 รอง ผกก.สส.กล่าวต่อไปว่า ส่วยนายศิริโรจน์ ศิริเจริญ อายุ 34 หรือ “อาร์ม” อดีตนักร้องชื่อดังของอาร์เอส เจ้าของห้องที่ผู้ตายมาของเช่าต่อนั้นยังไม่ได้เชิญตัวมาสอบปากคำ เนื่องจากไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ให้น้ำหนักในคดีนี้ไว้ 2 ประเด็น คือถูกฆาตกรรมหรือฆ่าตัวตาย ซึ่งจะต้องรอผลการผ่าชันสูตรศพจากแพทย์และผลจากทาง พฐ. เพราะเมื่อได้ข้อมูลในจุดนี้มาจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อรูปคดีต่อไป

 แหล่งข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องลึกของผู้ตายพบว่ามีหนี้สินอยู่หลายแสนบาท ปัจจุบันประสบปัญหาทางด้านการเงินอย่างหนัก มีการกู้ยืมเงินผู้อื่นมาด้วย โดยผู้ตายเคยพูดกับเพื่อนลักษณะเหมือนจะขอย้ายไปอยู่กับเพื่อน เพราะรับภาระค่าใช้จ่ายที่ห้องพักแห่งนี้ไม่ไหว

 วันเดียวกันที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลรามาฯ เมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสมพิศ โอภาสวัฒนา และนายพรชัย โอภาสวัฒนา แม่และพ่อเลี้ยงของผู้ตาย รวมทั้งบรรดาญาติ ได้เดินทางมาติดต่อขอรับศพเพื่อนำไปประกอบพิธีตามประเพณี ที่วัดใน อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าสลด ทั้งนี้นางสมพิศกล่าวว่า ไม่เชื่อว่าลูกสาวจะฆ่าตัวตาย เพราะลูกสาวไม่ใช่เป็นคนคิดมาก ส่วนที่ตำรวจตั้งประเด็นเรื่องมรดกขอให้ตัดไปได้ เพราะการเสียชีวิตของอดีตสามีพบว่า ลูกสาวได้รับผลประโยชน์ไม่มาก จึงไม่มีการขัดผลประโยชน์กันแต่อย่างใด ส่วนเรื่องชู้สาวไม่มั่นใจเพราะไม่รู้เรื่องส่วนตัวของลูกสาวมากนัก รู้แต่เพียงว่ามีเรื่องทะเลาะกับแฟนแต่หนักเบาแค่ไหนไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าสาเหตุเรื่องมรดกนั้นตัดไปได้เลย

 ขณะที่ นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ นายแพทย์ชันสูตรสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลรามาฯ กล่าวว่า จากการผ่าพิสูจน์ศพของผู้ตายพบกระสุนปืนลูกโดดเจาะเข้าขมับขวาไปอยู่ขมับซ้าย แต่ไม่พบกระสุนฝังในสมอง ซึ่งกระสุนได้ทำลายเยื่อสมองเป็นเหตุให้เสียชีวิต โดยเป็นการยิงในระยะประชิดผิวหน้า และไม่พบบาดแผลที่อื่นนอกจากที่สมอง ส่วนผลการตรวจสารพิษในร่างกายจะต้องรอผลอีก 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ตายไม่ได้ตั้งครรภ์แต่อย่างใด

 จากนั้นเมื่อเวลา 18.30 น. พล.ต.ต.วิชัย เปิดเผยหลังการประชุมพนักงานสอบสวนว่า พนักงานสอบสวนได้สอบพยานแวดล้อมรวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับ น.ส.ศศิธร ไปแล้วรวมทั้งหมด 7 ปาก และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของอาคาร พบว่า น.ส.ศศิธรกลับเข้ามาที่ห้องพักเมื่อวันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม เวลา 20.55 น. จากนั้นก็ไม่ได้ออกมาจากห้องอีกเลย รวมทั้งชุดที่ผู้ตายใส่ในวันที่เดินทางกลับเข้าห้องพักยังพบว่าเป็นชุดเดียวกันกับที่พบเป็นศพ โดยที่ไม่พบว่ามีใครเข้าไปที่ห้องผู้ตายด้วย อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นการฆาตกรรมหรือฆ่าตัวตาย จะต้องรอผลการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดก่อน เนื่องจากทั้ง 2 ประเด็นก็มีมูลเหตุจูงใจให้เกิดเหตุได้พอกัน

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การประชุมในวันนี้มีการวิเคราะห์เรื่องผลการตรวจหาวิถีกระสุนของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และปัญหาเรื่องต่างๆ ของ น.ส.ศศิธร ซึ่งพบว่ารอยกระสุนที่บริเวณตู้เสื้อผ้าจะต้องยิงในลักษณะท่านอนหรือนั่งเท่านั้น ส่วนหัวกระสุนที่พบในที่เกิดเหตุ 2 หัวนั้น หัวแรกไม่มีรอยบุบอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์คล้ายกับไม่กระทบกับวัตถุใดๆ ส่วนอีก 1 หัว มีรอยบุบสภาพผ่านการใช้งานแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นหัวกระสุนที่ยิงไปถูกตู้เสื้อผ้า ประกอบกับปืนของผู้ตายพบว่ามีการยิงออกไป 2 นัด รวมทั้งจากการสอบปากคำเพื่อนของ น.ส.ศศิธร พบว่า น.ส.ศศิธรเป็นคนที่จริงจังกับชีวิต บางทีอยู่ในห้องได้ถึง 1 สัปดาห์โดยที่ไม่ออกไปไหนเลย มีเพียงสั่งอาหารขึ้นมาที่ห้อง

 อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนยังพบว่า น.ส.ศศิธรมีหนี้สินจำนวนหนึ่งที่ยังหาเงินมาใช้คืนไม่ได้ ประกอบกับมีปัญหาทะเลาะกับแฟนหนุ่ม ซึ่งผู้ตายพยายามง้อขอคืนดีแต่ไม่สำเร็จ ทำให้ผู้ตายเสียใจมากและได้โทรศัพท์ไปเล่าให้เพื่อนฟัง ซึ่งอาจจะเป็นมูลเหตุที่ทำให้ฆ่าตัวตายได้ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องการถูกฆาตกรรม ซึ่งจะต้องสอบสวนและตรวจหาพยานวัตถุและพยานแวดล้อม ก่อนสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้