ข่าว

มาร์คเล็งเล่าปชต.พม่าให้เลขายูเอ็นฟัง

มาร์คเล็งเล่าปชต.พม่าให้เลขายูเอ็นฟัง

12 ต.ค. 2553

นายกฯไทย-พม่า หารือชื่นมื่นมีแนวโน้มเปิดจุดผ่านแดนสิงขรถาวร เห็นพ้องร่วมมือทุกด้าน และเพิ่มพูนการค้าการลงทุน ยืนยันยังไม่เปิดด่านแม่สอด เหตุต้องจัดการปัญหาภายในก่อน หนุนพัฒนาทวาย เพิ่มพูนการค้า รวมทั้งขยายเวลาพิสูจน์สัญชาติแรงงานฝั่งไทยที่ระนองถึงสิ้นปี ส

(12ต.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลเดินทางเยือนสหภาพพม่า เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่า การหารือทวิภาคีกับ พล.อ.เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีสหภาพพม่า การพูดคุยในภาพรวมเป็นไปด้วยดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคิดการเพิ่มพูนการค้า การลงทุน เรื่องเศรษฐกิจ ที่จะมีส่วนสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งปัญหายาเสพติด ปัญหาแรงงาน ปัญหาแรงงานข้ามชาติ ปัญหาการค้ามนุษย์ และปัญหาอื่นๆ ที่กระทบกับสองประเทศ โดยเป็นการหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งมีความเห็นตรงกันหลายเรื่องและจะพยายามปรับปรุงกลไกต่าง ๆ ที่จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ปัญหาบางเรื่องยังไม่ได้ข้อยุติ เช่น การปิดด่านแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งพม่าระบุว่ายังมีปัญหาที่ต้องจัดการภายในให้เรียบร้อยก่อน แต่ได้มีการพูดถึงการเปิดจุดผ่านแดนถาวรที่ด่านสิงขร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทางพม่ารับที่จะไปดู รวมถึงจะมีการพัฒนาสนับสนุนพื้นที่ทวายอย่างต่อเนื่อง โดยสองประเทศเห็นพ้องกันว่า ในอนาคตควรมีเขตเศรษฐกิจพิเศษและการตั้งพื้นที่การผลิตบริเวณชายแดนจะช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ได้หลายปัญหา รวมถึงปัญหาแรงงาน

 “ทางพม่ารับที่จะไปดูเรื่องเปิดด่าน บอกจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะเขาเองต้องการที่จะเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างกัน และคิดว่าไม่มีปัญหาคนทะลัก เพราะปัญหาคนทะลัก ไม่เกี่ยวกับว่ามีด่านหรือไม่มีด่าน เพราะคนที่ทะลักเข้ามา คือ ไม่มาทางช่อง ดังนั้น อันนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โอกาสในการจ้างงาน ถือเป็นหัวใจสำคัญ ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับการพิสูจน์สัญชาติแรงงานที่ยังค้างอยู่จำนวนมากนั้น ในการพูดคุย ตนได้ขอให้พม่าช่วยอำนวยความสะดวกให้มากขึ้น ซึ่งตอนนี้มีจุดที่จังหวัดระนองที่สามารถพิสูจน์ได้ในฝั่งไทย และทางพม่าจะยืดเวลาให้จนถึงสิ้นปีนี้ แต่ยังไม่มีการเพิ่มจุด

 นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในส่วนของปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และปัญหาการค้ามนุษย์นั้น หน่วยงานทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันอยู่ แต่ตนเห็นว่า อาจจะต้องให้กลไกของฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ร่วมมือกันและช่วยกันดูแล ไม่ว่าจะเป็นด้านการข่าว หรืออาจจะมีการลาดตระเวนร่วมกัน ซึ่งความจริงในขณะนี้มีกลไกในระดับพื้นที่อยู่แล้ว แต่อาจจะขาดการบูรณาการ อย่างกรณีของไทยเวลามีปัญหา ต่างมองว่าเป็นเรื่องของอีกหน่วยงานหนึ่ง เช่น มองว่าเป็นเรื่องของศุลกากร เป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งบางครั้งจะทำให้การเชื่อมโยงอาจจะไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น ในการเดินทางมาเยือนพม่าครั้งนี้จึงมอบนโยบายแก่ทีมไทยแลนด์ว่า ให้ทำอย่างไรเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อและเชื่อมโยงกันได้

 นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการพูดคุยถึงการเลือกตั้งของสหภาพพม่าที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนว่า พม่าได้อธิบายถึงการจัดการเลือกตั้งของพม่าว่า มีแผนเป็นขั้นเป็นตอนอย่างไร ขณะเดียวกัน ได้ยืนยันว่าทราบดีถึงข้อห่วงใยของประชาคมโลก และได้แสดงความมั่นใจว่าสามารถดูแลปัญหาต่าง ๆ ภายในได้โดยไม่ได้ร้องขอให้ไทยหรืออาเซียนเข้าไปมีส่วนร่วม แต่ตนก็ได้ถ่ายทอดสะท้อนถึงข้อห่วงใยของประชาคมโลก เพราะจุดที่ท้าทาย คือ อาเซียนจะต้องเป็นตัวเชื่อมสำคัญระหว่างพม่ากับประชาคมโลกต่อไป ให้เกิดความเข้าใจ และวางรูปแบบความสัมพันธ์ที่เหมาะสม

 ส่วนข้อห่วงใยเรื่องนักโทษการเมือง รวมทั้ง นางอองซาน ซูจี ที่ยังคงถูกควบคุมตัวนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พม่ายืนยันว่าเป็นเรื่องภายในของพม่า ไม่ใช่เรื่องการเมือง ซึ่งพม่าก็พยายามชี้แจงในลักษณะนี้โดยตลอด รวมถึงกรณีชนกลุ่มน้อยที่อยู่บริเวณตะเข็บด้วย ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดหนึ่งที่พม่าจะต้องให้ความสำคัญกับการจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อย เพราะจะรวมไปถึงบทบาทชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ ที่อยู่บริเวณชายแดนด้วย เนื่องจากตรงนี้คือที่มาของปัญหาส่วนหนึ่งที่กระทบกับไทย ซึ่งก็หวังว่าเมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น มีความชัดเจนมากขึ้น ก็อาจจะคลี่คลายเงื่อนไขบางอย่างได้

 นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเข้าคารวะ พล.อ.อาวุโสตาน ฉ่วย ประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ ว่า ได้เน้นถึงความสำคัญในความสัมพันธ์ของสองประเทศที่มีพรมแดนติดกัน เกิดอะไรขึ้นก็กระทบกับอีกประเทศหนึ่ง คิดว่าสภาพปัญหาที่อาจจะรุนแรงขึ้นในระยะหลัง ถือเป็นธรรมชาติของการเคลื่อนย้ายของคนที่ทำได้ง่ายขึ้น และแสวงโอกาสทางเศรษฐกิจกัน แต่ตนมองว่าการมาพูดคุยและมีการมองตรงกันถึงที่มาของปัญหาและแนวทางแก้ปัญหาในระยะยาว น่าจะเป็นการปรับความเข้าใจและนำไปสู่กลไกในการแก้ไขปัญหาได้ อย่างไรก็ตาม ทางพม่าไม่ได้พูดถึงการเยือนประเทศไทย เนื่องจากอยู่ระหว่างที่จะมีการเปลี่ยนแปลงภายใน แต่ผู้นำสองประเทศมีโอกาสพบกันอีกในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในปลายเดือนนี้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางเยือนสหภาพพม่าครั้งนี้ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และสหภาพพม่า เป็นประเทศสุดท้ายในเอเชียนที่นายอภิสิทธิ์เดินทางเยือนอย่างเป็นทางการ

มาร์คเตรียมเล่าปชต.พม่าให้เลขายูเอ็นฟัง

 ภายหลังการประชุมครม.นายอภิสิทธิ์ แถลงย้ำถึงผลการเดินทางไปเยือนสหภาพพม่าเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมาโดยผู้สื่อข่าวถามได้พูดคุยเกี่ยวกับปัญหาประชาธิปไตยในพม่า ตามที่นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ เป็นห่วงหรือไม่ ก็ได้ตอบว่า ตนได้ถ่ายทอดสิ่งที่เลขาธิการสหประชาชาติได้สะท้อนมา และหากนายบัน คี มุน มาประเทศไทยก็จะเล่าให้ฟังว่าทางพม่าได้ยืนยันเกี่ยวกับกระบวนการภายในอย่างไร ทั้งนี้นายบัน คี มุน จะเดินทางมาประเทศไทยในวันที่ 26 ต.ค. นี้