ข่าว

สมช.ยันDSIไม่ได้กุ11แดงฝึกรบเขมร

สมช.ยันDSIไม่ได้กุ11แดงฝึกรบเขมร

12 ต.ค. 2553

"เลขาสมช."ยันดีเอสไอไม่ได้กุเรื่อง 11 แดงฝึกรบในกัมพูชา ไม่หวั่นถูกตอบโต้

(12ต.ค.) เวลา 09.00น.นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวก่อนเข้าประชุมครม.กรณีที่พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน พนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย กรมสอบสวนคดีพิเศษระบุว่าคนเสื้อแดง11คนที่โดนจับกุมอ.แม่ออน จ.เชียงใหม่นั้นไปฝึกก่อการร้ายที่ประเทศกัมพูชาว่า ข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษแถลงไปแล้วและเป็นข้อมูลที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนได้มาแบบนั้น ยืนยันไม่ใช่เป็นการสร้างเรื่องขึ้นมา เพราะพ.ต.ท.พเยาว์ทำงานที่ศอฉ.ด้วย ส่วนจะขอความร่วมมือกับกัมพูชาที่จะสอบสวนเรื่องนี้หรือไม่นั้น นายถวิลกล่าวว่าขอดูในทางคดีก่อนดีกว่าว่าหากเป็นข้อเท็จจริงก็ต้องดำเนินการต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลว่ากัมพูชาจะตอบโต้เรื่องนี้หรือไม่ นายถวิลกล่าวว่าไม่ หากเป็นข้อเท็จจริงก็ไม่เป็นปัญหาอะไร เราไม่ได้สร้างเรื่องขึ้นมา

 เมื่อถามว่าล่าสุดกัมพูชาปฏิเสธเรื่องนี้แล้ว นายถวิลกล่าวว่ามันเป็นข้อเท็จจริงในสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่ได้มาแบบนั้น

 เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ผบภ.เชียงใหม่ระบุว่าบุคคลเหล่านี้ไปทำงานก่อสร้างในกัมพูชาและบุคคลเหล่านี้หากไม่มีพื้นฐานด้านยุทธวิธีมาก่อน จะไปใช้เวลาฝึกอาวุธสามสัปดาห์นั้นมันเป็นไปได้หรือไม่ นายถวิลกล่าวว่าตนไม่ทราบรายละเอียดแต่รู้ว่ามีข้อมูลตามที่กล่าวไว้ข้างต้น และได้ติดตามมาระยะหนึ่งแล้ว เข้าใจว่าตอนนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษต้องทำตามกฎหมายและไม่สามารถนำข้อมูลที่ไม่เป็นจริงหรือไม่ใช่ข้อมูลที่มาจากการสืบสวนสอบสวนมาพูดนั้นไม่ได้

 เมื่อถามว่า แต่สิ่งที่ปรากฏในช่วงนี้คล้ายว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษทำตัวเองให้หมดความน่าเชื่อถือในหลายเรื่อง นายถวิลอึ้งก่อนกล่าวว่า ไปตัดสินแบบนั้นไม่ได้ หากทำไม่ดีก็อาจเป็นไปตามที่ถาม แต่ตนคิดว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษทำไปตามพยานหลักฐานและอำนาจหน้าที่ของกฎหมายที่มี รวมทั้งยังรอบคอบพอสมควรเพราะในที่ประชุมศอฉ.นั้นได้คุยเรื่องนี้ว่าต้องดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย

 ต่อข้อถามที่ว่ามีการระบุว่าการไปฝึกอาวุธในกัมพูชานั้นมีการอ้างว่ามีบุคคลไปฝึก 35 คนและติดตามอย่างไร นายถวิลกล่าวว่าพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธ์ศรี ผบ.ตร.ดูแลเรื่องนี้อยู่ ส่วนสภาความมั่นคงแห่งชาตินั้นทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษและตำรวจดำเนินการอยู่

 ต่อข้อถามถึงความคืบหน้าการติดตามคดีระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นายถวิลกล่าวว่าเรื่องนี้ควรรอเพราะตำรวจประสานงานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษอย่างใกล้ชิดในคดีนี้เพราะข้อมูลที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นนั้นก็ส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษไปแล้ว

 ต่อข้อถามที่ว่าเมื่อถามว่าคดีต่าง ๆ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษรับไปดำเนินการนั้นมีความคืบหน้าเพียงใดแล้ว นายถวิลกล่าวว่า เสร็จและส่งฟ้องศาลไปหลายคดีแล้วและกรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ได้ทำงานคนเดียวเพราะจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการหลายชุดที่มีส่วนต่างๆไปร่วมทำงาน จึงไม่ต้องห่วงเรื่องนี้

 เมื่อถามว่า เหตุระเบิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นไปได้หรือไม่ที่นักการเมืองหรือคนใกล้ชิดไปเกี่ยวข้อง นายถวิลกล่าวว่าทุกอย่างเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ มันอยู่ที่ผลข้อเท็จจริงในการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ เรื่องนี้อย่าเพิ่งพูดไปก่อน และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษระบุแล้วว่ายังไม่สามารถลงความเห็นในเรื่องพวกนี้ได้ และต้องรอ จะไปกล่าวหากันแบบนี้ยังไม่ได้เพราะจะโดนข้อหาหมิ่นประมาท

 ต่อข้อถามที่ว่า ผลการเดินทางไปเยือนพม่าของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ข้อขัดแย้งหลังจากที่พม่าปิดด่านชายแดนไทยนั้นเป็นเช่นใด นายถวิลกล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ได้ยกเรื่องนี้ขึ้นหารือ โดยพม่าระบุว่ามีปัญหาของตัวเอง เช่น ด่านแม่สอด อ.ตากที่ยังปิดอยู่นั้นมีปัญหาซับซ้อนพอควร คือการจัดระเบียบการค้าภายในของพม่าที่ไม่เป็นไปตามกฎระเบียบ เช่นการค้าบนสะพานและใต้สะพานนั้น พม่าต้องการจัดระเบียบ และเขตเมียวดีนั้นพม่าต้องการจัดตั้งเป็นเขตพัฒนาอุตสาหกรรมพิเศษ และเมื่อพม่าจัดระเบียบไปได้เรียบร้อยแล้วคงจะเปิดด่านได้

 เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้พม่าไม่พอใจที่ไทยสร้างเขื่อนริมตลิ่งกั้นแม่น้ำเมย นายถวิลกล่าวว่า มีหลายสาเหตุซับซ้อนและมันไม่ใช่เรื่องหลัก เมื่อถามว่าพม่าทำอะไรได้เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่คำนึงถึงไทยบ้าง นายถวิลกล่าวว่าไม่หรอก การค้าขายนั้นเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน

 เมื่อถามถึงสิ่งที่นายบัน คีน มูน เลขาธิการสหประชาชาติที่ฝากให้นายอภิสิทธิ์ไปหารือกับผู้นำพม่าหลายเรื่องนั้น นายถวิลกล่าวว่า ควรสอบถามนายอภิสิทธิ์ดีกว่าเพราะนายอภิสิทธิ์ได้หารือกับผู้นำพม่าแล้ว