
ทบ.สั่ง4กองทัพภาคบล็อกชุดดำ
ในที่สุดข้อเท็จจริงที่คลุมเครือกรณี 11 ชายฉกรรจ์ถูกตำรวจเชิญตัวมาสอบสวนที่รีสอร์ทใน อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ก็ชัดเจนเสียที ว่าทั้ง 11 รายมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับกลุ่ม "นักรบชุดดำ" ที่เตรียมเข้ามาก่อเหตุความรุนแรงในประเทศจริง
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จึงส่งพนักงานสอบสวนไปรีดเค้นหาความจริง หลังสืบทราบแน่ชัดว่ามีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับคดี "ก่อการร้าย" และ "ล้มสถาบัน" ที่เป็นคดีพิเศษในความรับผิดชอบของดีเอสไอ
ผลจากการสอบสวนของพนักงานสอบสวนดีเอสไอทำให้ความจริงต่างๆ พรั่งพรูมาจากปากชายฉกรรจ์ 11 คน ที่ดีเอสไอกันไว้เป็น "พยาน" ตามโครงการคุ้มครองพยานของดีเอสไอ ซึ่งมีสถานะไม่ต่างจาก นายเมธี อมรวุฒิกุล ดาราเสื้อแดงที่ถูกจับกุมได้เป็นคนแรกๆ
ถ้าข้อมูลที่ได้จากนายเมธีคือฉากการล็อกเป้าฆ่าทหารในเหตุปะทะที่แยกคอกวัวเมื่อวันที่ 10 เมษายน รวมถึงการวางแผนก่อเหตุร้ายในเซฟเฮ้าส์กลางกรุง...ข้อมูลการฝึกนักรบชุดดำในประเทศเพื่อนบ้านก็คือเบาะแสที่ได้จาก 11 ชายฉกรรจ์ !!
ความเป็นมาของนักรบชุดดำลอตที่ 2 นับว่ามีต้นสายปลายทางมาจากนักรบชุดดำกลุ่มแรกในเหตุปะทะเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม เพราะบางคนถึงแม้จะไม่ได้เป็นชายชุดดำโดยตรง แต่ก็เป็นกลุ่ม "ฮาร์ดคอร์" ที่เจ็บแค้นทั้งกายและใจจากเหตุปะทะกับทหาร
ส่วนบางคนก็ติดร่างแห ถูกหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในครั้งนั้น หรือบางคนก็ถูกจับได้ แต่ได้รับการประกันตัวออกไป ก่อนจะหลบหนีคดีไปสมทบกับกลุ่มแกนนำฮาร์ดคอร์ทั้งแกนนำหลักและแกนนำระดับรองในประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่งได้รับการติดเขี้ยวเล็บเพิ่มเติม
จากกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์ต่อต้านรัฐบาล และมีแนวคิดใช้ความรุนแรงธรรมดาก็ได้รับการฝึกฝนการใช้อาวุธสงคราม ทั้งปืนเอ็ม 16 อาก้า เอ็ม 79 และอาร์พีจี เรื่อยไปจนถึงการประกอบระเบิดเพื่อนำไปก่อวินาศกรรม และลอบสังหารบุคคลสำคัญ
ข้อมูลที่เป็นที่เปิดเผยออกมาก็คือ มีกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการฝึกฝนจำนวน 39 คน โดยมีผู้ประสานงานพาหลบหนีออกไปตามแนวตะเข็บชายแดน 2 เส้นทาง คือ ที่ช่องจอม จ.สุรินทร์ และชายแดนด้าน จ.สระแก้ว
เมื่อหลุดรอดเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้านได้แล้ว กำลังส่วนหนึ่งจะถูกนำไปเก็บตัวในบ้านพักที่เป็นเซฟเฮ้าส์หลังหนึ่ง ขณะที่บางส่วนถูกนำไปพักในโรงแรมชื่อดังในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะถูกนำไปล้างสมอง และฝึกอาวุธใน "ค่ายทหาร" เป็นเวลานาน 3 สัปดาห์
ในจำนวนนักรบชุดดำ 39 คน ถูกส่งกลับเข้ามาเตรียมปฏิบัติการในประเทศไทยแล้ว 35 คน ส่วนที่เหลืออีก 4 คน มีข่าวว่าถูกกันไว้เป็น "การ์ดส่วนตัว" ของแกนนำฮาร์ดคอร์ที่หนีไปอยู่ที่นั่น
ข้อมูลของดีเอสไอสอดคล้องกับการข่าวของทหารที่ระบุว่าขณะนี้มีนักรบชุดดำจำนวน 64 คน เตรียมก่อเหตุใน กทม. และ 3 จังหวัดปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดใหญ่ที่เป็นฐานที่มั่นทางการเมืองของฝ่ายตรงข้าม
ที่น่าวิตกคือ กองกำลังชุดที่สองอีก 64 คน ก็เตรียมที่จะกลับมาก่อเหตุในประเทศเพื่อสมทบกับชุดแรกเช่นกัน โดยพยายามลอบเข้ามาทางแนวชายแดนด้านตรงข้าม จ.จันทบุรี แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาได้ แม้จะพยายามพรางตัวทุกรูปแบบ !!!
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เมื่อทราบข่าวดังกล่าวก็ได้สั่งการให้ทุกกองทัพภาคเข้มงวดชายแดนทั้ง 4 ภาค เพื่อป้องกันไม่ให้นักรบชุดดำระลอกสองหลุดรอดเข้ามาได้
โดยเฉพาะพื้นที่ "กองทัพภาคที่ 1" ที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ 26 จังหวัดภาคกลาง ภาคตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งถือเป็นพื้นที่เป้าหมายอันดับ 1 ของนักรบชุดดำ
ก่อนหน้านี้การข่าวแจ้งว่าชายชุดดำชุดแรก 64 คน ได้กระจายไปกบดานอยู่ใน กทม.และปริมณฑล 40 คน ส่วนที่เหลืออีก 24 คน อยู่ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด และ จ.อุดรธานี
แต่แผนก็มา "แตก" เสียก่อน เมื่อ 11 คนในกลุ่มไปโผล่ที่ จ.เชียงใหม่ โดยอาศัยเครือข่ายกลุ่มเสื้อแดงใน จ.เชียงใหม่ คอยอำนวยความสะดวกให้ ก่อนจะถูกตามกลิ่นจนเจอ และถูกสาวไส้ออกมาแทบทุกขด
ข้อมูลที่น่าสนใจและน่าประหวั่นประการหนึ่งก็คือ นักรบชุดดำเหล่านี้นอกจากจะได้รับการฝึกใช้อาวุธในค่ายทหารแห่งหนึ่งใน จ.เสียมเรียบ เป็นเวลา 3 สัปดาห์แล้ว ยังได้รับการฝึก "ประกอบระเบิด" เพิ่มเติมอีก 3 สัปดาห์ในเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งด้วย
อย่างไรก็ตาม การจับกุม 11 นักรบชุดดำ รวมทั้งเหตุระเบิดที่เกิดผิดพลาดทางเทคนิคที่สมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ทำให้การสาวไปถึงเครือข่ายที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างกลุ่มนักรบชุดดำ และกลุ่มแกนนำสั่งการที่อยู่เบื้องหลังเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น
โดยเฉพาะ นายกษิ ดิฐธนรัชต์ ซึ่งถือเป็น "คีย์แมน" สำคัญที่จะโยงใยไปได้มากมายว่าใครคือคนบงการให้เกิดเหตุระเบิดที่นั่นที่นี่ หรือกระทั่งเป็นคนรับจ๊อบสั่งการชายชุดดำที่แฝงเข้ามาก่อเหตุในระหว่างการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ทางการข่าวมีข้อมูลชัดเจนว่านายกษิเดิมมีชื่อว่า "สมภพ" แต่พอถูกออกหมายจับในระหว่างการชุมนุมจึงได้เปลี่ยนชื่อและนามสกุล ประมาณ 7-8 ครั้งเพื่อหลบหนีคดี
ที่สำคัญ นายกษิ หรือสมภพ ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มชายชุดดำ 64 คนที่ถูกบ่มเพาะอุดมการณ์ และได้รับการฝึกฝนติดอาวุธมาเป็นอย่างดีด้วย โดยมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่กำลังหายใจรดต้นคอนายกษิอยู่ และเชื่อว่าจะตามรวบตัวได้ภายใน 1-2 วันนี้
บางที...ชีวิตในเงื้อมมือของเจ้าหน้าที่ในวันนี้ อาจมีความปลอดภัยต่อชีวิตของเขามากกว่า "อ้อมกอดอำมหิต" ของเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่อาจกำลังจ้องจะ "ตัดตอน" นายกษิเพื่อรักษาความลับ และความอยู่รอดขององค์กรใต้ดินก็เป็นได้
ทีมข่าวความมั่นคง



