
ห่วงพิษ"บาทแข็ง"ฉุดรายได้ไร่อ้อยระบุค่าเงินแข็ง1บาทราคาซื้ออ้อยลด23บาทต่อตัน
โรงงานน้ำตาลทรายห่วงชาวไร่อ้อยรับผลกระทบค่าเงินบาทแข็ง ระบุรายได้จากส่งออกลดลงทำให้เงินเข้ากระเป๋าชาวไร่ลดลงด้วย โชว์ผลศึกษาค่าเงินแข็งขึ้น 1 บาท กดราคาอ้อยลดลง 23 บาทต่อตัน ฝากรัฐคำนึงถึงค่าเงินในการตั้งราคารับซื้ออ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตใหม่
นายประกิต ประทีปะเสน ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า 3 สมาคมน้ำตาลมีความเป็นห่วงถึงผลกระทบจากสถานการณ์เงินบาทแข็งค่า ซึ่งจะทำให้รายได้ของชาวไร่อ้อยลดลง เนื่องจากสัดส่วนจากการจำหน่ายน้ำตาล 70% เป็นของชาวไร่อ้อย และน้ำตาลที่ผลิตได้ในประเทศจะส่งออกไปขายต่างประเทศประมาณ 2 ใน 3 ของทั้งหมด โดยจะตีราคาเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะทำให้รายได้จากการส่งออกลดลง
ทั้งนี้ 3 สมาคมได้ศึกษาผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลก ที่ส่งผลต่อราคารับซื้ออ้อย พบว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทุกๆ 1 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะส่งผลให้ราคารับซื้ออ้อยลดลงประมาณ 23 บาทต่อตัน
ส่วนการกำหนดราคารับซื้ออ้อยขั้นต้นของฤดูการผลิตปี 2553/2554 หากใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ 30.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ค่าความหวานเฉลี่ย 10 ซี.ซี.เอส. และราคาน้ำตาลทรายดิบส่งออก (โควตา ข.) อยู่ที่ 20.50 เซนต์ต่อปอนด์ คาดว่าราคาอ้อยขั้นต้นจะอยู่ที่ 977.56 บาทต่อตัน แต่หากเงินบาทแข็งค่ามาอยู่ที่ 29.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาอ้อยขั้นต้นจะลดลงเหลือ 954.01 บาทต่อตัน และหากเงินบาทแข็งค่ามาที่ระดับ 29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาอ้อยขั้นต้นจะลดลงเหลือ 942.24 บาทต่อตัน เมื่อเทียบกับราคาอ้อยขั้นต้นของฤดูการผลิตปี 2552/2553 ที่ 965 บาทต่อตัน จะทำให้ชาวไร่อ้อยมีรายได้ลดลงเกือบ 23 บาทต่อตันอ้อย
"ยิ่งหากนำไปเปรียบเทียบกับราคาอ้อยขั้นสุดท้ายของฤดูการผลิตปี 2552/2553 ซึ่งคาดว่าเฉลี่ยทั่วประเทศจะสูงถึง 1,102 บาทต่อตันอ้อย ก็จะเห็นว่าต่ำกว่ากันถึงประมาณ 160 บาทต่อตันอ้อย จึงอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตระหนักด้วยว่า อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย รวมไปถึงชาวไร่อ้อยก็ได้รับผลกระทบด้วย" นายประกิตกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในอดีตเมื่อราคาอ้อยต่ำกว่าที่คาดหมาย รัฐบาลก็จะพยายามหาทางช่วยเหลือชาวไร่อ้อยโดยให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ที่มีหน้าที่รักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. มาจ่ายค่าอ้อยเพิ่ม ซึ่งก็จะเป็นภาระผูกพันต่อไป ดังนั้นหากรัฐบาลมีหนทางอื่นที่จะช่วยไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่าไปมากกว่านี้ ก็อาจจะไม่ต้องใช้วิธีเพิ่มภาระเงินกู้ให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย



