
คลังเข็นแผนอุ้มเอสเอ็มอีเข้าครม.ผู้ส่งออกชี้รายได้หดกระทบการจัดภาษีของรัฐ
คลังดันมาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกเอสเอ็มอีเข้า ครม. ดูแลเรื่องประกันความเสี่ยงค่าเงินและเสริมสภาพคล่อง ส่วนมาตรการสกัดเก็งไรต้องลุ้นในรายละเอียดก่อน ด้านผู้ส่งออกชี้รายได้ลดส่งผลต่อเนื่องถึงการจัดเก็บภาษีภาครัฐ
นักลงทุนยังคงรอลุ้นมาตรการดูแลค่าเงินบาทของภาครัฐที่จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ ทำให้ค่าเงินเคลื่อนไหวในลักษณะทรงตัวในกรอบ 30.01-30.07 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยนายอาทิตย์ นันทวิทยา รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การออกมาตรการเก็บภาษีกำไรเงินลงทุน 15% ในตลาดบอนด์นั้น ไม่น่าจะมีผลต่อค่าเงินบาทมากนัก จึงเชื่อว่าแนวโน้มค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหารสถาบันการเงินรัฐ ว่าเป็นการหารือเพื่อหาแนวทางในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออกรายกลางและรายเล็ก หรือเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า โดยมี 2 แนวทาง ได้แก่ การประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน และทางด้านเงินทุน ซึ่งรอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาตัดสินใจในรายละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องวงเงินช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีข้อมูลเบื้องต้นสำหรับความต้องการสินเชื่อที่ผู้ประกอบการได้รับ แต่ต้องพิจารณาในข้อเท็จจริง โดยเฉพาะในแง่ผู้ประกอบการมีความเสียหายจากอัตราแลกเปลี่ยนมากน้อยแค่ไหน และรัฐจะต้องสนับสนุนด้านงบประมาณแก่ธนาคารของรัฐกรณีที่เข้าไปช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการหรือไม่
สำหรับมาตรการด้านภาษีเพื่อสกัดการเก็งกำไรของนักลงทุนนั้น ขณะนี้ทางกรมสรรพากรยังอยู่ระหว่างการศึกษาในรายละเอียด ซึ่งต้องรอดูว่า จะสามารถสรุปเพื่อเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาได้ทันภายในคืนนี้หรือไม่ ส่วนมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพการผลิตนั้น ยังไม่ได้มีการพิจารณา โดยจะมีการพิจารณาในวาระต่อไป เพราะตอนนี้ขอพิจารณาความช่วยเหลือในเหตุการณ์เฉพาะหน้าไปก่อน
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอาจทำให้ให้กำไรของผู้ส่งออกลดลงตามไปด้วย โดยเฉพาะผู้ส่งออกที่ปรับตัวรับกับสถานการณ์ไม่ทัน ก็อาจมีผลประกอบการขาดทุนในปีนี้ได้ ซึ่งในอีก 3-4 เดือนข้างหน้าจะเห็นผลชัดเจนว่ารายได้ของผู้ส่งออกลดลง และเมื่อผลกำไรของผู้ส่งออกลดลงหรือบางรายขาดทุนจะส่งผลกระทบต่อการทำงบดุลบัญชีบริษัท ส่งผลต่อเนื่องถึงภาษีที่ต้องส่งให้แก่รัฐบาลและมีโอกาสที่รายได้จากภาษีของรัฐบาลลดลง
"ปัญหาเงินบาทแข็งค่าทำให้รายได้ของผู้ส่งออกลดลงอาจมีผลต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ต่อรายได้ของแรงงานที่เกี่ยวกับการส่งออกและเกษตรกรที่มีรายได้ลดลง ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาษีประเภทอื่น เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม" นายพยุงศักดิ์กล่าว



