ข่าว

อาเซียนกับพม่าชะตาชีวิตร่วม

อาเซียนกับพม่าชะตาชีวิตร่วม

12 ต.ค. 2553

ตั้งแต่รับพม่าเข้ามาเป็นสมาชิกตั้งแต่ปี 1997 อาเซียนต้องทนทุกข์ทรมานมาตลอด เนื่องจากสมาชิกคมใหม่นี้ดื้อดึง ไม่ฟังเสียงใคร แถมยังเป็นรัฐบาลทหารกดขี่ประชาชนอีกด้วยมาเป็นเวลานานแสนนาน


 อย่างไรก็ดี ไหนๆ รับเข้ามาอยู่บ้านอาเซียน สมาชิกอาเซียนทุกประเทศกำลังปวดหัว หาทางช่วยพม่าอยู่ ทั้งๆ ที่ผู้นำพม่าไม่เคยแยแสต่ออาเซียนเลย ทั้งนี้เป็นเพราะว่าสมาชิกอาเซียนเก่าแก่ (ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์) เห็นว่าถ้าไม่ทำอะไรเลย หน้าตาอาเซียนจะถูกลบหลู่และถูกตราหน้าต่อไปว่าสนับสนุนทรราช

 ตอนนี้ พม่ากำลังเตรียมการเลือกตั้งในวันที่ 7 พฤศจิกายน เพื่อหาความชอบธรรมและอยู่ในอำนาจต่อไป ผู้นำทหารพม่าหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะสามารถยกเครื่องจากรัฐบาลทหารมาเป็นพลเรือน ใครจะว่าอะไรก็ช่าง จะว่าเป็นการเปลี่ยนเครื่องแบบเท่านั้นจากชุดทหารมาเป็นเสื้อธรรมดา เพราะฝ่ายพม่าถือว่ามีการเลือกตั้งแล้ว จะโกงหรือไม่โกง ไม่ใช่ประเด็น

 รัฐบาลทหารพม่าครั้งนี้ จะไม่พลาดเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะมีกลไกคุมการเลือกตั้งไว้หมดแล้วเพื่อให้ผลออกมาทางฝ่ายทหาร ถ้าแพ้หรือผิดพลาดครั้งนี้ กลุ่มผู้นำเหล่านี้มีหวังต้องถูกลงโทษอย่างแน่นอน นายพลตัน ฉ่วย ผู้ยิ่งใหญ่ของพม่า มีความเฉลียวฉลาดมาก เข้าใจการเมืองอาเซียนและโลกเป็นลึกซึ้ง รู้ดีว่า การเมืองทั้งในภูมิภาคและระหว่างประเทศนั้นมีข้อจำกัดในตัวของมันและศักยภาพ เขาพยายามช่วงชิงความได้เปรียบนั้นเสมอๆ

 อาเซียนรู้ดีว่าประชาคมโลกต้องหันมาหาอาเซียนหลังเลือกตั้งเพราะถือว่าเป็นสมาชิกร่วมกัน ในระดับหนึ่ง ทัศนคติของอาเซียนจะส่งผลต่อการยอมรับของประชาคมโลกจะมีต่อพม่าในสองสามอาทิตย์ข้างหน้า แน่นอนที่สุด โลกตะวันตกได้ลงความเห็นเรียบร้อยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นกลลวงของผู้นำทหารพม่า เพื่อรักษาอำนาจต่อไป ส่วนอาเซียนมองว่าหลังเลือกตั้งครั้งนี้ จะทำอย่างไรต่อไปเพื่อช่วยให้พม่าและคนพม่าสามารถบูรณาการกับประชาคมอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้นในห้าปีข้างหน้า

 อาเซียนกำลังหาทางส่งเสริมการไปมาหาสู่กันระหว่างนักการเมืองทั้งหลายที่ได้รับเลือกเข้ามาในวันข้างหน้า เพื่อเริ่มสร้างค่านิยมประชาธิปไตยให้แก่นักการเมืองพม่า พร้อมกับพยายามหาลู่ทางให้ภาคประชาสังคมได้มีโอกาสไปมาหาสู่เรียนรู้จากประสบการณ์ของสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ต้องพยายามากกว่านี้ สำหรับไทย ใครเข้ามาเป็นรัฐบาลในอนาคตนั้นมีความหมายน้อยมาก ฝ่ายไทยสนใจในเรื่องนโยบายมากกว่า เนื่องจากไทยต้องรับผลลบจากการเปลี่ยนแปลงในพม่าทุกครั้งไป ถ้ารัฐบาลใหม่มีนโยบายเป็นมิตรกับไทยและสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คนพม่าให้เดินทางกลับไปสู่ภูมิลำเนา และลดปัญหาชายแดนไทยพม่าก็จะดี

 นโยบายไทยต่อพม่าไม่มีทิศทางที่แน่นอนเพราะปัจจัยภายในไทยเองที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและความมั่นคง ของเราชอบเอาทั้งสองอย่างมาผสมกัน มีผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยว เลยตกเป็นเบี้ยล่างให้แก่พม่าในการดำเนินนโยบายสัมฤทธิผล ทางพม่าความมั่นคงมาเป็นเรื่องใหญ่