ข่าว

ยุบปชป.การเมืองพลิกผัน ?

ยุบปชป.การเมืองพลิกผัน ?

12 ต.ค. 2553

อนาคตของพรรคประชาธิปัตย์ ภายหลังคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญอีกไม่นานจากนี้ ย่อมเป็นอนาคตของการเมืองไทยอย่างปฏิเสธมิได้ การลงสมัคร ส.ส.เขต ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ การเดินสายพบปะเจรจาความพรรคการเมืองต่างๆ

อีกทั้งเป้าหมายที่จะเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ล้วนเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ยุบพรรคและปิดเทอมใหญ่ของกรรมการบริหารชุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทั้งสิ้น ในขณะที่พรรคเพื่อไทยซึ่งแนบแน่นอยู่กับกลุ่มคนเสื้อแดง ก็เฝ้ารอคอยความเปลี่ยนแปลงที่ขั้วอำนาจอาจพลิกกลับ ซึ่งประเมินจากกำลังของคนเสื้อแดง ณ เวลานี้ โอกาสที่เพื่อไทยจะกลับมาสูงยิ่ง

 คดีนี้นายทะเบียนพรรคการเมือง ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองจำนวน 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ เหตุเกิดในขณะที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้เวลาพิจารณาเรื่องนี้ยาวนาน จนกระทั่งในห้วงการชุมนุมคนเสื้อแดง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ได้นำกลุ่มคนเสื้อแดงบุกที่ทำการ กกต.บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ และยื่นเงื่อนไขให้นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ให้คำตอบ 2 วันต่อมา กกต.มีมติให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค โดยนายอภิชาต ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ใช้เวลาพิจารณาเพียงวันเดียว

 การไต่สวนคำร้องในช่วงที่ผ่านมา ปรากฏข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์อาจอยู่ในข่ายกระทำความผิด ในขณะเดียวกัน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ก็มีคำสั่งไม่ฟ้องบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ของนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ที่ถูกกล่าวหาว่า กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรณีไซฟ่อนเงินจำนวน 263 ล้านบาท บริจาคให้พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๑ ตุลาคม  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ไต่สวนพยานผู้ถูกร้องจำนวน 5 ปาก และในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะไปเป็นพยานฝ่ายผู้ถูกร้อง เป็นการนัดพิจารณาครั้งสุดท้าย ก่อนพิพากษาคดี

 จากนี้จนถึงวันพิพากษาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ของศาลรัฐธรรมนูญ การเมืองอาจผันผวนไปตามสถานการณ์ และย่อมจะมีกระแสข่าวเล็ดลอดออกมาทุกครั้งว่า คู่ความในคดีอาจรู้ผลคำพิพากษาล่วงหน้า แต่ในความเป็นจริงไม่มีคำตอบสุดท้าย จากองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ การวินิจฉัยคดีจะกระทำในวันอ่านคำพิพากษานั่นเอง โดยปกติจะเขียนด้วยดินสอ ภายหลังการอ่านจึงจะพิมพ์เป็นคำพิพากษากลางอย่างเป็นทางการ แต่ไม่ว่าผลคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร โฉมหน้าการเมืองไทยจะพลิกผันไปอย่างไร ก็ย่อมไม่มีทางตันทางการเมือง สำคัญที่ทุกฝ่ายต้องเล่นตามกติกา กีฬามีแพ้ มีชนะ แต่น้ำใจนักกีฬา เมื่อชนะแล้วก็ไม่ลิงโลดใจ แพ้ก็ไม่เสียใจ ต้องมานะฝึกฝนเพื่อให้ได้ชัยชนะกลับมาสักวันหนึ่งข้างหน้า รัฐบาลอธรรมก็จะอยู่ไม่ได้โดยธรรมชาติ สิ่งนี้พิสูจน์กันมาแล้วหลายครั้ง