
ถล่มคฤหาสถ์"ชายชีวินลิขิต"ปมมรดกพันล้าน
คนร้ายบุกถล่มคฤหาสน์ทายาทคนโตตระกูล "ชายชีวินลิขิต" เจ้าของธุรกิจค้ารถยนต์- โรงแรม-ที่ดิน-สถานบันเทิง "ซองเอริเซ่" เผยกระหน่ำทั้งอาก้า ระเบิดขว้างไม่ยั้งจนบ้าน-รถหรูหลายคันพังยับ แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ขณะที่เสี่ยคนดังไปพักผ่อนอยู่เมืองจีน เชื่อเป็นคนร้
เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 11 ตุลาคม พ.ต.ท.ทักษ์ สุระนาถ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งจาก น.ส.พงศ์พิศ หมื่นสา อายุ 42 ปี แม่บ้าน นายนาวิน ชายชีวินลิขิต บุตรชายนายชีวิน ชายชีวินลิขิต อดีตประธานกรรมการบริษัทชีวินชุมแพอีซูซุ เศรษฐี เจ้าของธุรกิจค้ารถยนต์ โรงแรม ที่ดิน และสถานบันเทิง "ซองเอริเซ่ ในกรุงเทพมหานครว่า เมื่อเวลาประมาณ 03.54 น. มีคนร้ายบุกยิง พร้อมขว้างระเบิดถล่มบ้านเลขที่ 148/45 หมู่ 2 ภายในหมู่บ้านกันยารัตน์ ถนนรอบบึงแก่นนคร เขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของนายนาวิน ทำให้ตัวบ้านและรถยนต์หลายคันได้รับความเสียหาย หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.สุจินต์ นิจพาณิชย์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น และ พ.ต.อ.คัชชา ฐาตุศาสตร์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ผู้บังคับบัญชารับทราบ ก่อนประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์ หลักฐานวิทยาการที่ 23 เพื่อเข้าตรวจสอบ จากนั้นจึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบความเสียหายภายในบ้านหลังดังกล่าวเบื้องต้นพบว่า บริเวณบันไดทางเข้าตัวบ้านทิศตะวันตก ผนัง เพดาน หน้าต่าง และเสาหน้าบ้านถูกสะเก็ดระเบิดแตกเสียหายหลายจุด จากการตรวจสอบจากแรงระเบิด และทิศทางของสะเก็ดที่กระจายไปในแนวราบ และด้านบนคาดว่าน่าจะเป็นระเบิดลูกเกลี้ยงแบบขว้าง นอกจากนี้ยังพบรถยนต์ 4 คัน ถูกสะเก็ดระเบิด และกระสุนปืนเป็นรอยพรุนจำนวนมาก ได้แก่ รถยนต์อีซูซุ ดีแมคซ์ สีขาว 4 ประตู ทะเบียน กบ 8826 ขอนแก่น รถเบนซ์ รุ่นซี 200 ทะเบียน กบ 3333 ขอนแก่น รถโฟล์ค ป้ายแดง สีขาว และรถตู้เบนซ์ VITO ทะเบียน ศค 8832 กรุงเทพมหานคร
จากการตรวจสอบบริเวณถนนหน้าบ้านพบปลอกกระสุนปืนอาก้าขนาด 7.62 มม. จำนวน 12 ปลอก และกระเดื่องระเบิดแบบขว้างลูกเกลี้ยง หรือขนาดเอ็ม 61 ตกอยู่ 1 ชิ้น เมื่อตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่ติดบนเสาไฟฟ้าบริเวณหน้าบ้านทั้งด้านซ้ายและขวาพบคนร้าย 2 คนยืนอยู่มุมด้านทิศตะวันตกกำลังสาดกระสุนปืน และขว้างระเบิดเข้าไปในบ้าน ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี
จากการสอบสวน น.ส.พงศ์พิศ แม่บ้านของนายนาวิน ให้การว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา นายนาวินกับครอบครัวได้ไปเที่ยวพักผ่อนที่ประเทศจีน โดยก่อนออกเดินทางได้มอบหมายให้ดูแลบ้าน พร้อมกับคนรับใช้ 3 คน จากนั้นนายนาวินได้เข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นาย ที่ขอกำลังมาคุ้มครองให้ดูแลความปลอดภัยอยู่ในบ้านให้กลับไปพักผ่อนเช่นกัน หลังจากนายเนวินและครอบครัวได้เดินทางไปประเทศจีน
"เมื่อคืนตอนเกือบตีสี่ดิฉันนอนอยู่ในบ้านกับคนรับใช้ทั้งสาม จากนั้นได้ยินเสียงปืนยิงรัวเข้ามาในบ้านหลายนัด จึงร้องบอกให้คนใช้อีกสามคนที่นอนอยู่ข้างกันให้หมอบลงกับพื้น และห้ามไม่ให้ออกวิ่งออกไปดู ก่อนสิ้นเสียงปืนไม่ถึงนาทีก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นที่บริเวณประตูบ้าน สะเก็ดระเบิดแตกกระจายไปถูกกระจกหน้าต่างและเพดานบ้าน หลังจากสิ้นเสียงปืนและระเบิดไม่มีใครกล้าเปิดประตูออกไปดู ปล่อยให้เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง จึงได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ" น.ส.พงศ์พิศกล่าว
พ.ต.อ.คัชชากล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ที่เสาไฟฟ้าหน้าบ้านของนายนาวิน พบว่า คนร้ายทั้งสองคนเป็นชายวัยรุ่นรูปร่างสูงท้วม สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำ และกางเกงขาสั้น ขณะก่อเหตุได้สวมหมวกไอ้โม่งครึ่งใบ และขี่รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงมาจอดที่บริเวณข้างบ้านนายนาวิน โดยคนซ้อนท้ายเป็นคนถือปืน และเป็นคนยิงถล่มเข้ามายังตัวบ้าน จากนั้นคนขี่รถจักรยานยนต์ได้ขว้างระเบิดเข้ามาในบ้าน หลังก่อเหตุได้เดินไปมาเพื่อดูท่าทีก่อนเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไปอย่างใจเย็น
"หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบสวนพยานแวดล้อม ตำรวจได้โทรศัพท์ประสานไปยังนายนาวิน ที่อยู่ต่างประเทศ โดยนายนาวินบอกว่ามือปืนที่ยิงถล่มบ้านน่าจะเป็นมือปืนกลุ่มเดิมที่บุกยิงถล่มจนได้รับบาดเจ็บที่จังหวัดเลยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และคงรู้ดีว่าวันนี้ไม่อยู่บ้าน และไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคุ้มกัน จึงได้บุกยิงถล่มเพื่อหวังข่มขู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มไหน ส่วนสาเหตุการยิงถล่มบ้านนายนาวินในครั้งนี้เชื่อว่า น่าจะเป็นความขัดแย้งในเรื่องมรดกเครือญาติที่แบ่งกันไม่ลงตัว และเกิดการฆ่ากันเกิดขึ้นมาโดยตลอดหลังจากที่นายชีวิน พ่อของนายนาวินเสียชีวิตไป" พ.ต.อ.คัชชากล่าว
ทั้งนี้การก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวนับเป็นเหตุการณ์การลอบสังหารครั้งที่ 4 ที่เกิดขึ้นในตระกูลชายชีวินลิขิต โดยครั้งแรกเริ่มจากมือปืนดักยิงนายชีวิน แต่รอดมาได้ หลังจากนั้นนายชีวินเริ่มรับทราบปัญหาภายในที่ตนเองมีภรรยา 6 คน และมีบุตรชาย บุตรสาวต่างมารดาอีก 8 คน จึงทำการแก้พินัยกรรมโดยระบุในพินัยกรรมที่มีทรัพย์สินหลายพันล้านบาทให้แบ่งกับทายาทหลังนายชีวินเสียชีวิตครบ 100 ปี และเมื่อนายชีวินเสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อในกระแสเลือดปี 2549 ปมขัดแย้งในตระกูลได้เกิดขึ้น เมื่อต่อมาคนร้ายยิงนางอรัญญา เหลืองแสงธรรม หรือเจ๊หงส์ ภรรยาคนที่ 2 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2552 และเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2553 มือปืนได้ลอบยิงนายนาวิน ชายชีวินลิขิต อายุ 48 ปี ขณะนั่งรถยนต์ไปร่วมงานมงคลสมรสของ น.ส.เขมิกา ใจจะดี ภรรยาคนที่ 6 ของนายชีวิน ที่ อ.วังสะพุง จ.เลย แต่นายนาวินรอดมาได้ กระทั่งวันที่ 11 ตุลาคม คนร้ายได้ยิงปืนและโยนระเบิดถล่มบ้านพักนายนาวินอีกครั้ง



