ข่าว

สนธิแนะต่อสายแม้วมั่นใจรบ.รับมือบึ้มได้

สนธิแนะต่อสายแม้วมั่นใจรบ.รับมือบึ้มได้

11 ต.ค. 2553

"พล.อ.สนธิ" มั่นใจจนท.-รบ.รับมือเหตุบึ้มป่วนกรุงได้ รับประกันแม้จะมีความขัดแย้งมากแค่ไหน เชื่อจะไม่มีปฎิวัติแน่นอน พร้อมแนะต่อสายคุย"ทักษิณ"มั่นใจจะคุยกันได้ เวทีปรองดองรามฯคึก"น.ศ."ประท้วง“บิ๊กบัง”วุ่น

(11ต.ค. ) ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ว่าที่หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ กล่าวถึงกรณีความเคลื่อนไหวการสร้างสถานการณ์การวางระเบิดในหลายพื้นที่ ว่า ขณะนี้ตนไม่กังวล เพราะเหตุการณ์ไม่น่าห่วงเท่าใดนัก เรื่องการแก้ปัญหาดังกล่าวคิดว่ารัฐบาลมีแผนการแก้ปัญหาอยู่แล้ว เพียงแต่รัฐบาลจะต้องใช้การข่าวที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้นกว่าปกติ ทั้งนี้อยากให้รัฐบาลทำให้ดีที่สุด เพราะไม่มีเฉพาะประเทศเราซึ่งในประเทศอังกฤษ และรัสเซียก็เจอปัญหานี้เหมือนกับประเทศเราเช่นกัน

 เมื่อถามว่า จะให้การข่าวของกองทัพเข้ามาช่วยในการหาข่าวหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า กองทัพเขาทำอยู่แล้ว แต่หน่วยข่าวกองที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาช่วยทำ เมื่อถามย้ำว่าพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.จะเข้ามาช่วยอย่างไร พล.อ.สนธิ กล่าวว่า คิดว่า ช่วยได้เยอะ เพราะด้วยความสามารถของท่านน่าจะรับมือได้ อย่างไรก็ตามคิดว่าไม่ต้องปรับปรุงหน่วยข่าวกรองแต่ต้องแบ่งมอบงานกันให้ชัดเจน เพราะวันนี้เรามาคุยเรื่องปรองดองตนอยากให้เราปรองดองกันก่อน ถ้าเราปรองดองกันได้สถานการณ์ต่างๆก็จะดีขึ้น ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าระเบิดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบภาคใต้ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องเป็นเพียงรูปแบบการวางระเบิดที่ทำง่ายเท่านั้น อย่านำไปเชื่อมโยงกัน

 เมื่อถามว่า ถ้าไม่คุยกับพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร บ้านเมืองจะสงบหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณคงไม่ทำอะไรบ้านเมือง ถ้าลองต่อสายคุยกันก็น่าจะเข้าใจกันได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าแม้บ้านเมืองจะมีความขัดแย้ง แต่จะไม่มีรัฐประหารแน่นอน

เวทีปรองดองรามฯคึก"น.ศ."ประท้วง“บิ๊กบัง”วุ่น

  ทั้งนี้เมื่อเวลา 13.00 น. คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้จัดอภิปรายหัวข้อ" แผนปรองดองหรือการนิรโทษกรรม ความเหมือนที่แตกต่างในการแก้ไขปัญหาการเมืองไทย" โดยมีพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.สนธิ  และนายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคเพื่อไทย

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทันทีที่เริ่มรายงานได้มีนักศึกษากลุ่มรามประกายไฟจำนวน 4 คนพอกหน้าขาวเข้ามาประท้วงในห้องที่ติดกับห้องเสวนาซึ่งเตรียมไว้ให้ผู้ที่เข้าร่วมเสวนาได้นั่งฟัง ทำให้ฝ่ายผู้จัดงานต้องรีบกันตัวออกไปทันที แล้วปิดม่านที่กั้นระหว่างสองห้องทันที โดยนักศึกษากลุ่มดังกล่าวคัดค้านพล.อ.สนธิและพล.ต.สนั่นว่าไม่มีความเหมาะสมและชอบธรรมในการเข้ามาทำเรื่องดังกล่าว

 โดยระบุว่าขณะที่เกิดกระแสปรองดองและการนิรโทษกรรมขึ้นมา แต่กลับไม่สามารถหาผู้กระทำผิดกรณีคนตาย 91 ศพมาลงโทษ หรือแสดงความรับผิดชอบได้ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งน่าละอายใจเป็นอย่างมากต่อผู้ที่ออกมานำกระแสการปรองดองหรือนิรโทษกรรม เพราะการนิรโทษกรรมหรือปรองดองควรจะเกิดหลังจากที่ประชาชนรับรู้ความจริง และรัฐบาลลาออกหรือยุบสภาเพื่อรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าว และประชาชนควรจะเป็นผู้มีส่วนร่วมด้วยตัวของประชาชนเองไม่ใช่จากนักการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือนักการเมืองที่เคยกระทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากประชาชน

 พล.ต.สนั่น กล่าวในตอนหนึ่งว่า คิดอย่างเดียวว่าทำอย่างไรให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ ซึ่งได้คำตอบว่าทุกคนในประเทศต้องลืมอดีตให้ได้ ต้องก้าวข้ามความเจ็บปวด ความเคียดแค้นพยาบาทให้ได้ ตนถือว่าได้จุดเทียนให้กับสังคมแล้วหนึ่งเล่ม หากคนไทยทุกคนช่วยกันอีกแรงประเทศก็จะสว่างและมีทางออกได้ หากไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ระเบิดทั้งหลายก็คงจะมีขึ้นไม่หยุด วันนี้สามารถผลักดันแนวทางนี้เดินไปได้มากแล้ว ขอร้องอย่างเดียวผู้ที่เกี่ยวข้องอย่าตั้งเงื่อนไข อย่าพูดกันด้วยเหตุผลเพราะไม่มีวันจบ แต่ต้องพูดจากใจจริงว่าต้องการเห็นความปรองดองเกิดขึ้นหรือไม่ หากมาจากความจริงใจเชื่อว่าสามารถทำได้สำเร็จแน่ ยืนยันอีกครั้งว่าคนที่ชื่อสนั่นไม่เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าสร้างความปรองดองสำเร็จจะมีความยิ่งใหญ่กว่าเป็นนายกฯหลายเท่า

 พล.ต.สนั่น ยังกล่าวด้วยว่า หากไม่ก้าวข้ามอดีตก็คงเดินไปข้างหน้าไม่ได้ ยังต้องเคียดแค้นกันอยู่อย่างนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อถึงช่วงนี้นายพัชระ สารพิมพา ซึ่งทำหน้าที่พิธีกรได้ถามว่าสรุปแล้วพล.ต.สนั่นรู้หรือไม่ว่าคู่กรณีคือใคร

 พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ตนทราบว่าเกิดจากแนวคิดไม่ตรงกัน อาทิทั้งนปช.และนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งต้นเหตุเกิดจากนักการเมือง จึงทำให้ตนต้องเดินสายพบทุกฝ่าย ซึ่งล้วนแต่เป็นตัวจริงทั้งนั้น หากไม่สามารถทำให้ทุกกลุ่มหันมาพูดจากันได้ก็อย่าหวังว่าประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าได้ เราไม่สามารถเรียกคืนชีวิตของประชาชนทั้ง 91 ศพคืนมาได้ แต่ผู้สูญเสียต้องได้รับการชดเชย และตนเคยบอกไว้แล้วว่าสุดท้ายตนต้องเดินทางไปพบใคร

 ด้านนายพัชระ ยังถามอีกว่าเหมือนพล.ต.สนั่นหักหน้ารัฐบาลที่ไม่ยอมดำเนินการใดๆในเรื่องนี้ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ตนไม่ได้แย่งงานใครทำ แต่ประสบการณ์ที่ได้รับเป็นสิ่งที่ต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ นายพัชระถามอีกว่า ได้พูดกับตัวจริงของเสื้อเหลืองหรือยัง พล.ต.สนั่น กล่าวว่าตนได้พูดกับนายสนธิแล้ว พิธีกรจึงถามอีกว่านายสนธิเป็นตัวจริงของเสื้อเหลืองจริงหรือ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าถึงช่วงนี้ทำให้ผู้ฟังในห้องเสวนาปรบมือด้วยความชอบใจ พิธีกรจึงถามว่ามั่นใจหรือว่าคุยกับผู้ที่สนับสนุนเสื้อเหลืองและเสื้อแดงตัวจริงได้หรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ต้องคุยทั้งกลุ่มเสื้อแดงที่อยู่ในประเทศ และเสื้อแดงที่อยู่นอกประเทศด้วย จึงต้องให้ความสำคัญกับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน ทันทีที่คนที่อยู่ในประเทศคุยกันรู้เรื่องแล้ว สุดท้ายตนก็จะบินไปพบบุคคลผู้นั้นทันที พิธีกรถามต่อว่า บทสรุปพล.ต.สนั่นจะถือว่าถึงจุดใดจึงจะประสบความสำเร็จแล้ว

 พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ไม่ได้มองว่าประชาธิปัตย์ต้องถูกยุบแล้วจึงจะมาจับมือกับพรรคเพื่อไทยเพื่อให้เกิดความได้เปรียบทางการเมือง แต่เดินหน้าเรื่องนี้โดยไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง

 พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ความขัดแย้งวันนี้ถ้าเปรียบเป็นการชกมวยก็จะประกอบด้วย ด้วยนักมวยสองฝั่ง กรรมการ พี่เลี้ยงให้น้ำอยู่ข้างเวทีและคนดูรอบเวทีซึ่งหมายถึงประชาชน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่นักมวย แต่อยู่ที่กรรมการหรือรัฐบาล และโปรโมเตอร์หรือคนให้น้ำ เวลานี้สิ่งสำคัญคือพล.ต.สนั่นต้องเดินไปคุยกับโปรโมเตอร์มวยของทั้งสองฝ่าย อาจเสียค่าเครื่องบินหน่อยเดียว ซึ่งจะทำให้เร็วและสั้นและได้ผลมากที่สุด ที่สำคัญรัฐบาลจะไปอยู่บนเวทีมวยไม่ได้ แต่ต้องเป็นกรรมการที่ยุติธรรม ต้องวางตัวเป็นกลางและเป็นธรรม ไม่ใช่จับมือฝ่ายหนึ่ง แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายหนึ่งชกได ้ ทั้งนี้รัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ต้องแยกกัน เวลานี้รัฐบาลจะมาโจมตีพรรคเพื่อไทยไม่ได้ ทั้งหมดคือความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าถึงช่วงนี้นายพัชระ ถามว่าเคยคุยกับคนให้น้ำของเสื้อแดงด้วยหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ตนเคยได้คุย 2 รอบหลังรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ครั้งแรกท่านเรียกตนว่าท่านผบทบ ผมเป็นนักกีฬานะ เมื่อท่านพูดอย่างนั้นแสดงว่าท่านรู้ว่านี่คือกีฬา มีแพ้มีชนะ แต่ครั้งที่สองเราคุยกันแต่เราถามทุกข์สุขกันว่าเป็นอย่างไร ถามเรื่องการตีกอล์ฟ ตนเคยได้จากท่านมา 7 หมื่นกว่าบาทยังใส่ซองอยู่ หวังว่าวันหน้าพล.ต.สนั่น จะทำให้มีโอกาสได้ตีกอล์ฟกับท่านทักษิณอีกเพราะ การเมืองไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร

 นายวิทยา กล่าวต่อว่า ความปรองดองในเวอร์ชั่นที่พรรคเพื่อไทยต้องการนั้นรัฐบาลต้องทำ 2 ข้อคือต้องเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์กระชับพื้นที่ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่จริงใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับผู้รักประชาธิปไตย คนตายต้องไม่ตายฟรี รัฐบาลต้องทำโดยไม่ต้องสนใจว่าใครผิดใครถูก เพราะจะให้ลดแรงกดดันที่เป็นอยู่ในขณะนี้ และรัฐบาลต้องทำกฎหมายให้เป็นกฎหมายใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค นายกฯทำผิดก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย ซึ่งอาจจะมีการนิรโทษกรรมภายหลัง และว่าความหวังของตนคือทำให้ทุกคนในชาติบ้านเมืองมีความสุขยิ้มแย้มแจ่มใส วันนี้การพัฒนาของประเทศไทยด้อยกว่าเพื่อนบ้านหลายประเทศ เราทัดเทียมได้แค่ลาวกับกัมพูชา วันนี้เรากำลังเป็นประเทศโกงกินมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ดังนั้นถ้าถามว่าการปฏิวัติจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ถ้ายังมีการคอร์รัปชั่นกว้างขวางการปฏิวัติจะเกิดขึ้นแต่ไม่ได้เกิดจากทหารแต่ประชาชนจะเป็นเจ้าภาพ ทั้งนี้ยอมรับว่าสมัยเป็นทหารเข้าใจประชาธิปไตยแบบนี้ลุ่มๆดอนๆแต่ตอนนี้เข้าใจมากขึ้น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการเสวนา ตัวแทนของสนนท. แสดงความเห็นว่า สนนท.ไม่เชื่อถือแนวคิดความปรองดองแบบมึนๆ หรือความยุติธรรมสีเทา ทั้งที่ยังขาดความยุติธรรม ปฏิบัติต่อคนไม่เท่าเทียมกัน ขาดความชัดเจนในการดำเนินคดี และรัฐบาลยังไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าใครเป็นผู้ทำให้ประชาชนทั้ง 91 ศพ และมองไม่เห็นว่าจะปรองดองกันอย่างไรเมื่อคู่กรณีเข้ามาร่วมอยู่ใน จะปรองดองได้อย่างไรในเมื่อความยุติธรรมยังไม่เท่ากัน ขณะที่การรัฐประหารไม่สามารถแก้ปัญหาเก่าได้แต่กลับยิ่งสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก การจะมาขอโทษอย่างเดียวถือว่าไม่เพียงพอ ยอมรับหรือไม่ว่าท่านเป็นกบฏต่อประชาชน เป็นกบฏต่อประชาธิปไตยและจะทำอะไรได้มากกว่าการขอโทษ

 พล.อ.สนธิ ตอบคำถามสนนท.ว่า ดีใจที่นักศึกษาถาม เพราะประวัติศาสตร์การเมืองนักการเมืองไม่ได้กลัวทหาร แต่กลัวนิสิตนักศึกษา แต่เรื่องการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 นั้นตนไม่เคยขอโทษ เพราะสิ่งที่ทำนั้นมีประชาชนออกมาแสดงความยินดี เพราะเป็นการปลดภาระความอึดอัดของประชาชน

"ชวน"เผยไม่ทราบข่าวปรับครม.ดึงกลุ่ม3พีร่วมรัฐบาล

 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เคยได้ยินข่าวเรื่องการทาบทามกลุ่ม 3 พี หรือ กลุ่มของนายพินิจ จารุสมบัติ ว่าที่ร้อยตรีไพโรจน์ สุวรรณฉวี และนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ จากคนในพรรคแต่อย่างใด อีกทั้งส่วนตัวก็ไม่เคยหารือกับนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้