ข่าว

มทภ.1รับจับตากลุ่มติดอาวุธป่วนกทม.

มทภ.1รับจับตากลุ่มติดอาวุธป่วนกทม.

11 ต.ค. 2553

“แม่ทัพภาคที่ 1” รับติดตามกองกำลังติดอาวุธป่วน กทม. ส่งหน่วยข่าวทหาร-ตำรวจ เกาะติดพื้นที่เฝ้าระวัง บอกบ้านเมืองเรียบร้อยทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน

(11ต.ค.) ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) เวลา 08.30 น. พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์กรณี นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ออกมาระบุว่า มีกองกำลังติดอาวุธจ้องป่วนสถานการณ์บ้านเมืองพื้นที่ กทม. ว่า ทราบข่าวมาเหมือนกันและติดตามสถานการณ์อยู่ เมื่อเช้าได้ฟัง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์และมอบหมายให้ตำรวจสันติบาลดูแลเป็นหลัก ขณะที่ทหารก็จะต้องติดตาม และพร้อมที่จะช่วยเหลือสนับสนุน โดยมีการประสานงานด้านการข่าวร่วมกัน

 เมื่อถามว่า ในพื้นที่ความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 ทางหน่วยข่าวได้ลงสกีนพื้นที่เพื่อตรวจสอบว่ามีการซ่องสุ่มกำลังในพื้นที่ต่างๆ ในลักษณะนี้ใน กทม. หรือไม่ พล.ท.อุดมเดช กล่าวว่า ขณะนี้ทั้งทหาร และ ตำรวจมีกำลังพลอยู่ในพื้นที่ต่างๆ และหาข่าวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะทหาร และ ตำรวจเท่านั้น ถ้าประชาชนไม่ให้ความช่วยเหลือก็เป็นการยาก เพราะพื้นที่ กทม. และพื้นที่ใกล้เคียง เป็นพื้นที่กว้างขวางประชากรหนาแน่น ถ้าได้รับความร่วมมือจากประชาชนด้วยการทำงานจะได้ผลที่สุด เราก็พยายามชี้แจงทำความเข้าใจเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม หากประชาชนเห็นสิ่งผิดปกติและรีบแจ้งเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงต้องเน้นย้ำให้ประชาชนช่วยเหลือกัน เพราะความสงบเรียบร้อยจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกส่วน ในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 ประชาชนสามารถแจ้งเหตุได้ที่สวนมิกสวัน ที่หมายเลข 1899

 เมื่อถามว่า กรณีที่ทางราชการระบุว่ามีความพยายามก่อเหตุทางวินาศกรรม แต่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวานนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นการมองว่าเป็นการปล่อยข่าวลวงเพื่อขัดขวางการชุมนุม พล.ท.อุดมเดช ปฏิเสธว่าไม่ใช่ เพราะเหตุได้ชัดเจนว่าสถานการณ์ที่ผ่านมามีสถานการณ์ที่รุนแรง และมีเหตุระเบิดเกิดขึ้น และมีผู้เสียชีวิตจริง ตนก็และผู้บัญชาการทหารบก ก็เป็นห่วงจึงได้ให้ติดตามสถานการณ์ เพราะกลัวว่าจะมีเหตุเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนและหลังจากที่ประชาชนมาจัดกิจกรรมร่วมกันที่อาจจะเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นได้ จึงต้องระมัดระวังให้ อย่างไรก็ตาม การชุมนุมเมื่อวานนี้เหตุว่ายังไม่มีปัญหาอะไรตำรวจก็ติดตามสถานการณ์ว่ายังไม่มีปัญหา การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และอยู่ในกรอบ เว้นแต่ยังมีปัญหาเรื่องการรุกล้ำเข้าไปในพื้นผิวจราจรส่งผลให้ต้องปิดเส้นทางการจราจรจนส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน จึงอยากให้ผู้ชุมนุม หรือผู้ที่จัดกิจกรรมพิจารณาดำเนินการไม่ให้ส่งผลกระทบกับประชาชน

 เมื่อถามว่า ในวันที่ 14 ต.ค.2553 กลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมที่จะจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้ง จำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดในการชุมนุมเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่ พล.ท.อุดมเดช กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชา และศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จึงได้มอบหมายให้ตำรวจชี้แจงทำความเข้าใจให้เป็นไปตามกรอบของ พรก.ฉุกเฉิน หากอยู่ในกรอบ และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายอะไรตำรวจก็ดูแลต่อไป ส่วนทางด้านทหารเป็นห่วงในเรื่องความรุนแรงและความไม่เรียบร้อยจะเกิดขึ้น