
คอนโดล้านต้นๆกับปัญหายกเลิกยอดขาย
คอนโดล้านต้นๆ ยังสดใส นั่นคือเหตุผลที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่กระโดดเข้ามาจับตลาดดังกล่าว ที่จากนี้ไปการลงทุนผุดโครงการคงเป็นไปในรูปแบบกระจายทำเล เจาะช่องว่างตลาดการอยู่อาศัยที่เป็นแหล่งชุมชนดั้งเดิม ตามแหล่งงาน ซึ่งต่างจากตลาดคอนโดระดับกลางถึง
ทั้งนี้หากทำเลที่ก่อสร้างโครงการซิตี้คอนโดมิเนียมไม่ได้อยู่ในละแวกเดียวกันคงไม่ทำให้มีการแข่งขันกันสูง แต่หากอยู่ในละแวกเดียวกันก็อาจจะมีการแข่งขันตามมา ซึ่งผู้ที่จะได้เปรียบเชิงธุรกิจก็คือการเตรียมความพร้อมพัฒนาและปรับปรุงโครงการให้ดูดี สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งให้ลูกค้าเห็นและเปรียบเทียบความต่างด้วยการขายวิถีการใช้ชีวิตที่ดี หากทำได้และเห็นภาพชัดนั่นหมายความว่าความเชื่อมั่นใจแบรนด์ย่อมเกิดขึ้น การเปิดขายโครงการใหม่ก็จะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเก่าและใหม่
อย่างไรก็ตาม แม้คอนโดมิเนียมระดับราคา 1 ล้านต้นๆ จะมีความต้องการของตลาด แต่ใช่ว่าทุกโครงการที่เปิดขายจะประสบความสำเร็จ แม้จะงัดสารพัดกลยุทธ์มาดึงดูดลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นจองเพียง 5,000 บาท หรือจองและผ่อนดาวน์ไม่กี่ร้อยบาทหรือให้ทั้งของแถม ส่วนลด อื่นๆ มากมาย ฯลฯ ซึ่งนั่นอาจประสบความสำเร็จด้านการปั้นยอดขาย ดังนั้นสิ่งที่พึงระวังก็คือการยกเลิกยอดขาย หลังจากที่โครงการก่อสร้างเสร็จถึงกำหนดส่งมอบห้องชุดให้ลูกค้า แต่เกิดปัญหาสะดุดอันเนื่องมาจากลูกค้าขอกู้ธนาคารพาณิชย์ไม่ผ่าน ทำให้ต้องนำห้องชุดเหล่านั้นกลับมาขายใหม่ ผลตามมาก็คือกระทบต่อยอดรับรู้รายได้
คอนโดบางโครงการปรับวิธีการขายด้วยการหันมาเข้มงวดกับการขาย จะไม่มีการคืนเงินจอง ยกเว้นกู้ไม่ผ่านเท่านั้น ผลตามมาก็คือยอดขายไปไม่ถึงไหน !!!!
"ปีหน้าจะมีคอนโดระดับล้านบาทบวกลบเข้ามาสู่ตลาดมากขึ้น และคอนโดบีโอไอจะเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้น" นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าว พร้อมกันนี้ยังระบุว่าคอนโดบีโอไอจะมีการพัฒนาทั้งประเภทเต็มอาคารหรือทั้งโครงการ ในขณะเดียวกันก็จะมีห้องชุดในบางชั้น บางอาคารที่เจ้าของโครงการนำมาขายในราคาบีโอไอ คือไม่เกิน 1 ล้านบาท/หน่วย
ส่วนปัญหาที่ว่าจะเกิดโอเวอร์ซัพพลาย (ล้นตลาด) หรือไม่ คงต้องพิจารณาเป็นรายทำเล อย่างไรก็ตามทำเลที่คาดว่าน่าจะเกิดการลงทุนในโครงการคอนโดบีโอไอ คงจะต้องอยู่ในเขตชั้นกลางและชั้นนอก การซื้อเพื่อลงทุนไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะไม่คุ้มที่จะซื้อเพื่อลงทุนเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ ชั้นในหรือย่านใจกลางธุรกิจ หรือเขตซีบีดีที่มีผลตอบแทนสูงจากตลาดต่างชาติ ที่เช่ามากกว่าซื้อ เพราะมาทำงานไม่ได้อยู่อาศัยยาว
อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้นย่อมส่งผลให้ความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงเพิ่มไปด้วย ที่สำคัญหากจากนี้ไปเศรษฐกิจทำท่าจะฟื้นตัว อสังหาริมทรัพย์ก็คงฟื้นตัวตาม แต่หากเศรษฐกิจฟื้นตัวไม่จริง ตลาดที่อยู่อาศัยระดับล่างที่ถึงแม้จะมีดีมานด์ แต่ลูกค้ากลุ่มนี้ก็มีความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจที่ผันผวน
"ผมว่าถ้าแห่ทำตามกันมากๆ ก็น่าคิด" นายธำรงค์ กล่าวให้ความเห็น พร้อมระบุว่า ตอนนี้มีคอนโดที่เจาะกลุ่มลูกค้าระดับล่างในบางทำเลเริ่มมีอาการลูกค้าคืนห้องที่จองซื้อแล้วเพราะติดปัญหากู้แบงก์ไม่ผ่าน ส่วนเรื่องการปรับขึ้นดอกบี้ยที่จะมีผลต่อกำลังซื้อนั้นในปีนี้ไม่ค่อยกังวลมากนัก เพราะอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันยังต่ำ
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ดอกเบี้ยขาขึ้นกับผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีหลังว่า การปรับขึ้นของดอกเบี้ยคงไม่มากนัก อาจมีผลกระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการบ้างตามราคาน้ำมัน และวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ผู้ซื้อบ้านจะมีภาระค่าผ่อนเพิ่มขึ้นบ้าง แต่โดยภาพรวมแล้วคงไม่มีผลกระทบมากนัก
ซึ่งสวนทางกับนายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่ระบุว่า ปีนี้ตนไม่มีความกังวล แต่ในปีหน้าหรือปีถัดไปนั้นคงต้องพิจารณากันใหม่ว่า อัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นนั้นมากหรือน้อยแค่ไหน และเศรษฐกิจโดยรวมมีการฟื้นตัวจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามหากดูแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนั้นมีการปรับขึ้นแน่นอน และผลกระทบที่จะมีต่อกำลังซื้อผู้บริโภคนั้นน่าจะตกอยู่กับผู้ที่จะโอนบ้านหรือคอนโดใหม่ ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคที่ซื้อที่อยู่อาศัยในปีนี้และมีกำหนดโอนในอีก 1-2 ปีข้างหน้าต้องวางแผนด้านการเงินให้ดี



