
การเมืองกับรางวัลโนเบลสันติภาพ
เป็นไปตามคาดหมายตามข่าวที่รั่วมาก่อนหน้าโดยไม่มีอะไรพลิกล็อกเหมือนปีอื่นๆ เมื่อมีการประกาศว่าเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปีนี้ก็คือ หลิว เสี่ยวโป หรือเสี่ยวปอ หรือนาย "คลื่นยามรุ่งอรุณ" วัย 54 ปี
ในฐานะที่ยืนหยัดเรียกร้องและต่อสู้โดยสันติวิธีเพื่อส่งเสริมประชาธิป
ไตยและสิทธิมนุษยชนในแดนมังกรนับตั้งแต่เข้าร่วมการประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อปี 2532 จนถูกจำคุก 2 ปี และล่าสุดถูกตัดสินจำคุก 11 ปีเมื่อช่วงวันคริสต์มาสปีที่แล้ว ในข้อหายั่วยุให้มีการล้มล้างอำนาจรัฐ
ว่าไปแล้ว การตัดสินให้นายหลิว เสี่ยวโปได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเท่ากับตอกย้ำว่าในช่วงกว่า 30 ปีมานี้ รางวัลนี้มักจะถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อกดดันหรือเสียดสีการเมืองในประเทศกำลังพัฒนาที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มตัวและมักจะมีแนวคิดหรือผลประโยชน์ขัดแย้งกับค่ายตะวันตกเสียส่วนใหญ่ เพราะมักจะมอบให้แก่นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ผู้มีความเห็นไม่ลงรอยกับรัฐบาลประเทศนั้นๆ โดยไม่คำนึงว่าการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนของคนเหล่านี้จะบรรลุเป้าหมายหรือไม่
ไม่ว่าจะเป็น อังเดร ซาคารอฟ ที่ได้รับรางวัลเมื่อปี 2518 ในฐานะที่รณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชนในอดีตสหภาพโซเวียตรัสเซีย อีก 8 ปีต่อมา รางวัลนี้ก็ตกเป็นของ เลค วาเวนซา ผู้ก่อตั้งสหภาพแรงงานโซลิดาริตี้ในโปแลนด์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในประเทศ
โนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2532 เป็นของ ทะไล ลามะ ในฐานะที่ทรงยืนหยัดต่อต้านการใช้ความรุนแรงระหว่างการปราบปรามกลุ่มชาวทิเบตที่พยายามต่อสู้เพื่อเสรีภาพของทิเบต ส่วนนางออง ซาน ซูจี แห่งพม่า ได้รับรางวัลนี้เมื่อปี 2534 จากการต่อสู้โดยสันติวิธีระหว่างการเรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน
ผิดกับช่วงแรกๆ ที่มักจะมอบรางวัลสันติภาพให้แก่ผู้ที่อุทิศชีวิตเพื่อส่งเสริมสันติภาพจริงๆ ตามชื่อของรางวัลนี้ โดยผู้ที่ได้รับรางวัลสันติภาพในยุคแรกอาทิ ผู้ก่อตั้งองค์การกาชาดสากล ผู้ผลักดันให้มีการร่างสนธิสัญญาสันติภาพ ผู้ก่อตั้งและประธานสันนิบาตเพื่อสิทธิมนุษยชน ประธานสมาคมสตรีสากลเพื่อสันติภาพและอิสรภาพ ประธานสันนิบาตโลก ผู้ก่อตั้งและประธานโครงการรณรงค์เพื่อสันติภาพโลก และผู้ริเริ่มก่อตั้งสหประชาชาติ เป็นต้น
ด้วยเหตุนี้ ปักกิ่งจึงไม่ปลื้มกับเกียรติอันยิ่งใหญ่นี้ ทั้งๆ ที่นายหลิวเป็นคนจีนคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ ก็คงเหมือนกับรัฐบาลย่างกุ้งที่มีชื่อของออง ซาน ซูจี ปะอยู่ตรงหน้าผากเป็นเป้าโจมตีจนถึงทุกวันนี้
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



