ข่าว

คนไทยแห่เที่ยวนอกรับศก.ฟื้น-บาทแข็ง

คนไทยแห่เที่ยวนอกรับศก.ฟื้น-บาทแข็ง

11 ต.ค. 2553

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเผยนักท่องเที่ยวไทยแห่ไปนอก ปีนี้โตเพิ่ม 17% หลังชะลอมาหลายปี ชี้ปัจจัยบวกจากภาวะเศรษฐกิจเติบโตดี ส่วนบาทแข็งแค่ช่วยเสริมการตัดสินใจให้ดีขึ้น ระบุคนไทยชอบเที่ยวญี่ปุ่น จีน ส่วนเกาหลีกำลังมาแรง

 นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว กล่าวถึงสถานการณ์การเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทย หรือ เอาท์-บาวด์ ว่า ปีนี้คนไทยเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น หลังจากชะลอตัวลงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจและการเมือง แต่ในปีนี้เศรษฐกิจดีขึ้น นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวดีขึ้น โดยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงปัจจุบันตัวเลขคนไทยเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นมาแล้ว 17% หรือเพิ่มขึ้นมา 3-4 แสนคน และคาดว่าถึงสิ้นปีนี้น่าจะเพิ่มเป็นกว่า 4 แสนคน

 ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ จะเป็นไปตามฤดูกาลที่คนไทยมักจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศกันมาก เพราะเป็นช่วงปิดเทอม ส่วนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมานั้นมีผลให้คนไทยตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นราว 7-8% ซึ่งถือว่าไม่ได้มีผลอะไรมากนัก แต่โดยภาพรวมที่ตัวเลขดีขึ้นเพราะเศรษฐกิจในประเทศดีขึ้นมากกว่า ส่วนประเทศจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่ 80% คือ ประเทศในแถบเอเชีย โดยเฉพาะญี่ปุ่น เกาหลี และจีน

 นายเจริญกล่าวว่า ส่วนผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในขณะนี้ ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งออกแคมเปญเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้เสนอแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ผ่านสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งน่าจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ในสัปดาห์นี้

 นายสุรพล ศรีตระกูล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ระยะนี้เป็นช่วงปิดเทอมทำให้คนไทยเริ่มเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งถือเป็นช่วงปกติของทุกปี โดยประเทศที่คนไทยนิยมไปเที่ยวคือ ญี่ปุ่น จีน และเกาหลี ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากวัฒนธรรมเกาหลีที่ขยายเข้ามาในประเทศไทย ทั้งนี้ เหตุที่คนไทยนิยมไปเที่ยวประเทศในเอเชีย เนื่องจากมีราคาถูกกว่าไปเที่ยวในแถบประเทศยุโรป สามารถเดินทางไปได้หลายคน และใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก