ข่าว

"คลัง"จ่อใช้มาตรการภาษีสกัดเงินร้อน

"คลัง"จ่อใช้มาตรการภาษีสกัดเงินร้อน

11 ต.ค. 2553

"กรณ์" เล็งนำมาตรการภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% จากการลงทุนในตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติมาใช้ หวังสกัดกั้นเงินเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ระบุหากได้ข้อสรุปชงเข้า ครม.12 ต.ค.นี้ทันที

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการใช้มาตรการภาษีป้องกันการเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะเงินที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติว่า ขณะนี้ได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อให้ทบทวนการยกเว้นการจัดเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากเงินได้จากดอกเบี้ยและกำไรจากการขายตราสารหนี้อัตรา 15% ที่มีการยกเว้นให้นักลงทุนต่างชาติมานานแล้ว หากเห็นว่ามีความจำเป็นก็อาจยกเลิกการยกเว้นดังกล่าว ซึ่งกำลังพิจารณาความเหมาะสม เพราะคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นด้วย

 “เข้าใจว่าเดิมเป็นข้อเสนอของ ธปท. ที่เสนอให้ยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากดอกเบี้ยและกำไรจากการขายตราสารหนี้ให้นักลงทุนต่างชาติ เพราะต้องการจูงใจให้มีการพัฒนาตลาดทุนไทย จึงต้องหารือกับผู้ว่าการ ธปท.ก่อน แม้จะเป็นอำนาจของกระทรวงการคลังที่สามารถดำเนินการได้ก็ตาม” นายกรณ์ กล่าว

 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป เพราะจากการที่ดอกเบี้ยในประเทศไทยอยู่ในระดับสูงทำให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้จำนวนมาก เพียงเดือนกันยายนเดือนเดียวมีมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมตราสารหนี้ในมือต่างชาติขณะนี้มีประมาณ 1.4 แสนล้านบาท หรือประมาณ 4% ของตราสารหนี้ภาครัฐ ซึ่งยังถือว่าไม่สูงมากนัก แต่ก็ต้องศึกษาเตรียมพร้อมไว้ หากสรุปได้ทันก็อาจนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 12 ตุลาคมนี้ เป็นแพ็กเกจเดียวกันกับมาตรการที่จะออกมาบรรเทาผลกระทบให้ผู้ประกอบการส่งออกขนาดเล็กและขนาดกลาง แต่หากไม่ทันก็สามารถนำมาใช้ได้ในภายหลัง

 ทั้งนี้ มองว่าอาจถึงเวลาต้องทบทวนการยกเว้นภาษีดังกล่าว เพราะการลงทุนของนักลงทุนไทยทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดายังต้องมีภาระภาษีดังกล่าว อีกทั้งหากจะยกเลิกการยกเว้นให้นักลงทุนต่างชาติจริงก็ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายใหม่มารองรับเหมือนประเทศบราซิล เพราะการเก็บภาษีกำไรจากการลงทุนในตราสารหนี้มีอยู่เดิม แต่ที่ผ่านมาเพียงยกเว้นไว้ ซึ่งใช้อำนาจของกระทรวงการคลังเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การนำมาใช้ในช่วงนี้ต้องระมัดระวังด้วยสำหรับเงินที่เข้ามาลงทุนก่อนหน้านี้ เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบไปด้วย