
ครม.ไม่น่าเมินวิธีแก้หนี้ ขสมก.ตามที่ สป.เสนอ !
อักษรย่อ สป.ที่ปรากฏในชื่อเรื่องวันนี้มาจากคำเต็มว่า สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นคนละหน่วยงานกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มีชื่อย่อ สศช.นะครับ ที่ผมต้องยกเรื่องชื่อของสองหน่วยงานนี้มาพูดถึง เพราะคนระดับรองโฆษกรัฐบาลยังสับสนเข้าใจผิ
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2553 ศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกรัฐบาลแถลงว่า ครม.พิจารณาเรื่องที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้เพื่อนำไปชำระค่าดอกเบี้ยที่ถึงกำหนดในปีงบประมาณ 2554 ตามที่ขอมา แล้วยังแถลงด้วยว่า ครม.ได้กำชับให้กระทรวงคมนาคมรับข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เกี่ยวกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของ ขสมก. ฯลฯ
ทั้งๆ ที่ผมจำได้ว่าข้อเสนอต่างๆ ที่รองโฆษกรัฐบาลพูดถึงน่าจะมาจากการยื่นขอเสนอของ โอกาส เตพละกุล ประธาน สป. เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2553 มากกว่าจะมาจากข้อเสนอของ สศช.นะครับ จึงอยากทำความเข้าใจเรื่องชื่อของหน่วยงานก่อน ไม่อยากให้ชาวบ้านร้านตลาดพลอยไขว้เขวไปด้วย ก่อนที่ผมจะมีความเห็นอย่างไรในเรื่อง ขสมก.ขอนำข้อเสนอของ สป.มาให้อ่านก่อนครับ
โอกาส เตพละกุล ประธาน สป. เสนอให้รัฐบาลแก้ปัญหาการขาดทุนซ้ำซากของ ขสมก.ด้วยการขายสัมปทานเดินรถเมล์ในกรุงเทพฯ ให้เอกชนรับไปดำเนินการทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่า ตอนนี้ ขสมก.มีหนี้สะสมอยู่ถึง 7 หมื่นล้านบาท รวมดอกเบี้ยอีกประมาณปีละ 3,000 ล้านบาท มีหนี้ต่อเนื่องเฉลี่ยวันละ 12 ล้านบาท มีรถเมล์วิ่งประจำเส้นทางต่างๆ ประมาณ 1.6 หมื่นคัน หากเปลี่ยนเป็นการให้สัมปทาน 15-20 ปีคิดอัตราค่าตอบแทนคันละ 5-10 ล้านบาท ขสมก.จะได้เงินก้อนแรกเข้ามาถึง 8 หมื่นล้านบาทสามารถใช้หนี้ที่ค้างอยู่ได้ทันที แล้วยังมีรายได้ตอบแทนรายเดือนอีกประมาณ 1 ล้านบาท หากเป็นห่วงว่าเมื่อให้เอกชนเดินรถแล้วจะทำให้ค่าโดยสารแพงขึ้นนั้น ประธาน สป.บอกว่าเรื่องนี้สามารถควบคุมค่าโดยสารเอาไว้ในสัญญาสัมปทานได้อยู่แล้ว
ส่วนพนักงาน ขสมก.ที่มีอยู่ ก็ควรให้เอกชนที่เข้ามารับสัมปทานในแต่ละสายรับไปด้วย โอกาสบอกว่า การแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ดีกว่าโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน เพราะ ขสมก.ก็ยอมรับว่าไม่ได้ช่วยให้ปัญหาหนี้สินลดลง ส่วนโครงการรถเมล์ฟรี หากจะทำต่อรัฐบาลก็ให้ผู้มีรายได้น้อยไปลงทะเบียนเพื่อรับคูปองสำหรับขึ้นรถเมล์ฟรีต่อไปได้ ประธาน สป.บอกด้วยว่า หากรัฐบาลเห็นชอบตามนี้ ก็จะเป็นการยกระดับ ขสมก.ให้เป็นหน่วยงานดูแลและตรวจสอบการให้บริการของเอกชนแทนที่จะเป็นผู้ทำเอง
ผมชักธงเชียร์คุณโอกาสสองแขนครับ สถานภาพของ ขสมก.ตอนนี้เหมือน “หมาเน่าลอยน้ำ” ที่มีหนอนซึ่งก็คือหนี้สินยั้วเยี้ยไปหมด พอครบปีงบประมาณคราวหนึ่งก็ “แบมือถอกะลา” ขอเงินจากรัฐบาลไปซื้อยาฆ่าหนอนทีหนึ่ง อย่างนี้ไหวหรือครับ ปีงบประมาณ 2554 ขสมก.ได้ทำประมาณการเงินสดรับ-จ่าย ว่าจะมีเงินสดรับ 8,394.306 ล้านบาท เงินสดจ่าย 20,639.569 เท่ากับ ขสมก.เผชิญปัญหาเงินสดขาดมือ ตั้งแต่ยังไม่ทำอะไรถึง 12,245.263 ล้านบาท ขณะที่ ขสมก.ต้องชำระดอกเบี้ยตามสัญญาเงินกู้ 2,338.400 ล้านบาท แต่ ขสมก.มีรายได้จากค่าโดยสารสำหรับชำระหนี้ค่าดอกเบี้ย 269.723 ล้านบาท ขาดเงินเพื่อชำระหนี้อีก 2,040.677 ล้านบาท จึงต้องขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้นั่นแหละครับ
เท่านั้นยังเน่าไม่พอนะครับ ขสมก.ยังมีหนี้สินประจำที่ต้องชำระอีกต่างหากคือ เงินต้นที่กู้เขามา 6,957.357 ล้านบาท แล้วไหนจะค่าใช้จ่ายค้างชำระอีก 3,431.464 ล้านบาทแยกเป็น ค่าน้ำมัน 2,252.316 ล้านบาท ค่าเหมาซ่อมอีก 920.148 ล้านบาท เห็นตัวเลขที่เหมือนดินพอกหางหมูแล้ว…ผมมีความเห็นว่า รัฐบาลน่าจะสร้างผลงานการแก้ปัญหา ขสมก.ให้ชาวบ้านเขาเล่าลือด้วยการให้เอกชนรับสัมปทานไปทำอย่างที่ สป.เขาเสนอมานะครับ...
ภาณุมาศ ทักษณา



