
เมื่อวานนี้ วันนี้ และพรุ่งนี้
ว่ากันว่าคนเรามีอยู่สองประเภท ประเภทหนึ่งคือคนที่คิดว่าวันวานที่ผ่านมาดีกว่าวันนี้ กับอีกประเภทหนึ่งคิดว่าพรุ่งนี้ย่อมจะดีกว่าวันนี้ คนประเภทแรกมักจะเป็นคนที่ครุ่นคำนึงถึงความหลังครั้งเก่า ที่ฝรั่งเรียกว่า The Good Old Days
แล้วก็พานคิดว่าบ้านเมืองในยุคนี้มีแต่ความเลวร้าย ไม่สะดวก ไม่สบาย ไม่สนุกสนานเหมือนสมัยก่อน นัยว่าคนประเภทนี้นับวันก็ยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสภาพของสังคมปัจจุบันมีการแข่งขันรุนแรงขึ้น และทุกการแข่งขันนั้นก็จะต้องมีผู้แพ้มากกว่าผู้ชนะเสมอ
ส่วนคนประเภทหลังนั้น มักจะเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี อย่างน้อยก็ยังมีความหวัง มีกำลังใจที่จะก้าวข้ามปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ไปสู่วันใหม่ ซึ่งตนเองมีความเชื่อว่าจะต้องดีกว่าวันนี้
หากมองอีกด้านหนึ่ง เราก็จะพบว่าคนทั้งสองประเภทล้วนเป็นคนที่ผิดหวังกับสิ่งที่พวกเขากำลังประสบพบพานอยู่ในเวลานี้เหมือนกัน ต่างกันแต่ว่าคนประเภทหนึ่งมองย้อนกลับไปข้างหลัง ส่วนอีกประเภทมองออกไปข้างหน้า คนประเภทหนึ่งโหยหาอดีตซึ่งผ่านไปแล้ว แต่คนอีกประเภทหนึ่งใฝ่ฝันถึงอนาคตซึ่งยังมาไม่ถึง ซึ่งถ้าจะพูดกันตามความเป็นจริงแล้ว คนทั้งสองประเภทต่างก็กำลังอยู่ในความฝันเหมือนๆ กัน หากคนประเภทหนึ่งฝันร้าย ส่วนอีกประเภทฝันดี
มีบางทฤษฎีกล่าวว่า ความฝันเป็นเหมือนใยของดักแด้ที่ห่อหุ้มจิตใจที่เปราะบางของมนุษย์ ถ้าปราศจากความฝัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือฝันดีเสียแล้ว มนุษย์ก็อาจจะบอกช้ำมากกว่าที่พวกเขาเป็นอยู่ แต่ในทางตรงกันข้าม บางครั้งความฝันก็อาจเป็นเช่นเดียวกับใยแมงมุมที่ขึงดักเหยื่อซึ่งหลงทางเข้ามาติดใย ซึ่งเหยื่อนั้นก็คือเจ้าของความฝันนั่นเอง
บางคนอาจฉงนว่า เหตุใดมนุษย์จึงกลายเป็นเหยื่อความฝันของตัวเอง คำตอบก็คือคนเรามักจะสร้างฝันซึ่งใหญ่โตและสวยงามกว่าความเป็นจริงเสมอ เพราะพื้นที่ในโลกของความฝันนั้นไม่มีขอบเขตจำกัด ดังนั้นคนที่นั่งรถตุ๊กตุ๊ก ย่อมฝันถึงการได้นั่งรถเก๋งคันใหญ่ขนาดไหนก็ได้ แต่คงไม่มีใครฝันที่จะไปนั่งรถซาเล้งอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ในโลกของความจริงย่อมจะแคบกว่าและมีเงื่อนไขมากกว่า จึงทำให้คนที่นั่งตุ๊กตุ๊ก ก็ต้องนั่งตุ๊กตุ๊กต่อไป โดยไม่มีโอกาสนั่งรถเก๋งอย่างที่ฝัน ซึ่งคนที่สามารถแยกแยะความฝันออกจากความจริงได้ ก็คงไม่รู้สึกอะไรมากนัก แต่คนที่ยังจมอยู่ในฝันก็คงจะไม่ต่างอะไรกับแมลงวันที่บินไปติดใยแมงมุม
ผมเห็นใจทั้งคนที่คิดว่าเมื่อวานนี้ดีกว่าวันนี้ และเข้าใจคนที่คิดว่าพรุ่งนี้ (ย่อมจะ) ดีกว่าวันนี้ แต่ทั้งสองฝ่ายจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจด้วยว่า เมื่อวานนี้ใช่ว่าจะมีแต่สิ่งดีๆ ไปเสียทั้งหมด เพราะในขณะที่โลกซีกหนึ่งสว่างไสว โลกอีกซีกหนึ่งก็มืดสนิทเสมอ และพรุ่งนี้ก็ไม่แน่ว่าจะดีกว่าวันนี้ไปเสียทุกอย่าง บางทีอาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่เลวร้ายกว่าที่เรากำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ก็ได้ ซึ่งเมื่อเราเข้าใจได้เช่นนี้แล้ว ก็อาจทำให้โหยหาอดีตน้อยลง และไม่ฝากความหวังไว้กับอนาคตมากเกินไป แต่จะดีไปกว่านั้น ก็คือการพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ และทำหน้าที่ของตัวเองในวันนี้ให้ดีที่สุดครับ



