
ตามหาผู้ว่าฯตัวจริง
ปรากฏการณ์คนจังหวัดนครราชสีมา รวมตัวกันตั้งกลุ่ม เรียกหาผู้ว่าฯ โคราชตัวจริง ด้วยเหตุผลว่าคนที่จะมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ควรจะมีผลงานและเป็นที่ยอมรับนั้น อาจเป็นจริงไม่ได้ทั้งหมด เนื่องจากตำแหน่งนี้ได้รับการแต่งตั้งมาจากส่วนกลาง
โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่ครองอำนาจในกระทรวงมหาดไทย คนที่ได้รับการแต่งตั้งให้ไปคุมตำแหน่งในจังหวัดใหญ่ จึงมักจะเป็นคนที่พรรคการเมืองคุมได้ หรือเป็นคนที่ไว้วางใจ อย่างไรก็ตาม การที่คนโคราชตื่นตัวและเรียกร้องการแต่งตั้งข้าราชการให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขยายแนวคิด และการเคลื่อนไหวไปยังจังหวัดอื่นๆ ที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกัน
ในยุคที่กระทรวงมหาดไทย อยู่ภายใต้นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล แห่งพรรคภูมิใจไทย ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าพลังสีน้ำเงินได้แผ่ปกคลุมไปในหลายจังหวัด นครราชสีมาก็อาจเป็นหนึ่งในกลุ่มจังหวัดเป้าหมาย แน่นอนว่าคนที่ได้รับแต่งตั้ง หากพิจารณาถึงลำดับชั้น อาวุโส ความรู้ ความสามารถ ซึ่งเป็นหลักในการบริหารงานบุคคล หลายคนไม่ถึงเกณฑ์ แม้กระทั่งตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย นายประเทศ อุตตมะบูรณ อดีตปลัดจังหวัดยโสธร หนึ่งในกลุ่มเรียกหาผู้ว่าฯ โคราชตัวจริง อธิบายว่า โดยหลักการการแต่งตั้งจะมีกระบวนการตามบทบัญญัติระเบียบบริหารราชการ สิ่งสำคัญคือ ผลสัมฤทธิ์ทางการบริหาร เช่น การแต่งตั้งปลัดกระทรวง เลือกคนจากอันดับที่ 50 โดยให้เหตุผลว่า มีความสามารถ แต่ต้องบอกด้วยว่าสามารถคืออะไร
พื้นที่ภาคอีสานเป็นฐานเสียงสำคัญของทุกพรรคการเมือง พรรคการเมืองใดยึดพื้นที่ภาคอีสานได้ พรรคการเมืองนั้นก็มีโอกาสสูงในการเข้าสู่ศูนย์อำนาจ ถึงแม้ว่า องค์ประกอบในการชนะเลือกตั้ง มีทั้งกระแสและกระสุน แต่ผู้มีอำนาจสูงสุดในพื้นที่ก็มีส่วนอย่างสำคัญในการอำนวยความสะดวก ให้การได้มาซึ่งชัยชนะเป็นไปอย่างราบรื่น ผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคอีสานคนหนึ่ง กล่าวบนเวทีกับผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมเมื่อไม่นานมานี้ว่า เขาเรียนจบการศึกษาเนเช่นเดียวกัน แต่เป็นเนวิน ไม่ใช่เนติบัณทิต ซึ่งเป็นคุณวุฒิของผู้สำเร็จการศึกษาที่จะสอบเป็นผู้พิพากษาและอัยการ แม้ว่าจะเป็นการพูดในเชิงสัพยอก แต่นัยของถ้อยคำก็บ่งบอกความจริงบางประการที่น่าสนใจ
การบริหารจัดการการเมืองของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีลักษณะของการตัดตอน ให้พรรคการเมืองที่รับผิดชอบมีอำนาจเต็มในการบริหาร โดยไม่เข้าไปแทรกแซง นี่ก็เป็นวิธีการบริหารความหลากหลายเพื่อเสถียรภาพทางการเมือง แต่ในหลายเรื่องนายอภิสิทธิ์นการวิธีการบริหารความหลากหลายตรี มีลักษณะของการตัดตอน ให้พรรคการเมืองที่รับผิดชอบมีอำนาจเต็มในการบรก็ใช้อำนาจระงับยับยั้งความผิดปกติ หรือไม่ชอบมาพากลได้ ปรากฏการณ์ของกลุ่มคนที่รวมตัวกันในนาม “กลุ่มเรียกหาผู้ว่าฯ โคราชตัวจริง” อาจเป็นปรากฏการณ์ร่วมที่จะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ หลายจังหวัด นี่ก็เป็นปัญหาการเมืองเรื่องหนึ่ง ที่นายอภิสิทธิ์ย้ำอยู่เสมอว่า ต้องแก้ด้วยการเมือง และแน่นอนว่าต้องเป็นการเมืองที่อยู่บนหลักธรรมาภิบาล หาใช่การเมืองบนผลประโยชน์ของหมู่คณะใด



