
บูรณาการตร.-ชาวบ้านสกัดโจรขโมยนอตเสาไฟ
ไม่ว่าจะเป็น...นอตยึดเสาไฟฟ้า ทองแดงในสายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ฝาครอบท่อระบายน้ำบนถนนของแขวงการทาง ตลอดจนทรัพย์สินของมีค่าตามบ้านเรือนประชาชน ล้วนเป็นของต้องตาต้องใจของบรรดาโจรลักเล็กขโมยน้อย
ที่กำลังสร้างปัญหากวนใจให้ภาครัฐต้องเสียค่าซ่อมแซมอุปกรณ์เหล่านี้ไปจำนวนไม่น้อย แต่ทว่ายิ่งกวดขันจับกุมปัญหายิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว เช่นเดียวกับที่ จ.สุพรรณบุรี เกิดปัญหาทำนองนี้ซ้ำซากจนตำรวจต้องหามาตรการร่วมมือกับชาวบ้าน เพื่อแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ
ล่าสุด ชาวบ้านที่ใช้ถนนและเกาะกลางถนนสาย 357 หมู่ 6 บ้านดอนชะคราม ต.โพธิ์พระยา เข้าแจ้งความร้องทุกข์ถึงปัญหาโจรขโมยนอตที่ยึดติดอยู่กับโคนเสาไฟฟ้า ซึ่งมีอยู่ต้นละ 4 ตัว หายไปต้นละ 3 ตัว ร.ต.ท.พร้อมพงศ์ สนิทกลาง ร้อยเวร สภ.เมืองสุพรรณบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.มงคล สุนทรวิภาต หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบพบว่ามีเสาไฟฟ้ากว่า 20 ต้น ที่ถูกขโมยนอตจนเหลือยึดเสาไฟฟ้าไว้เพียงตัวเดียว ทำให้เสาไฟฟ้าโอนเอียง ส่วนบางต้นก็ล้มลงมาแล้ว แต่โชคดีที่ไม่โดนรถที่สัญจรไปมา
เสาไฟฟาริมถนนสาย 357 เคยถูกคนร้ายก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 7 กรกฎาคม 2553 คนร้ายถอดนอตเสาไฟโคนต้น ทำให้มีเสาไฟฟ้าที่สูง 9 เมตร ล้ม 2 ต้น จากนั้นคนร้ายใช้คีมตัดสายไฟฟ้าที่ร้อยจากโคนเสาไปหาหลอดไฟยาวประมาณ 9 เมตร ครั้งที่ 2 วันที่ 29 สิงหาคม 2553 คนร้ายล้มเสาไฟฟ้าเกาะกลางถนนล้ม 4 ต้น แล้วใช้คีมตัดสายไฟฟ้าไปอีก ล่าสุดเหตุเกิดถนนสายเดียวกันแต่คนละจุด ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบเสาไฟฟ้าล้มอยู่ 1 ต้น และอีกกว่า 20 ต้น ถูกถอดนอตออกต้นละ 3 ตัว
"เสาฟ้าดังกล่าวมีทั้งแบบกิ่งคู่ และแบบกิ่งเดี่ยว กิ่งคู่มีมูลค่าต้นละประมาณ 3.2 หมื่นบาท ส่วนกิ่งเดี่ยวต้นละประมาณ 2.8 หมื่นบาท ส่วนคนร้ายคาดว่าเป็นพวกติดยา ต้องการเอานอตไปขาย ส่วนต้นที่ถอดนอตยังไม่หมด อาจจะต้องการให้เสาล้มแล้วจึงตัดสายฟ้าข้างในเสา ทำให้เสากว่า 20 ต้น เหลือนอตเพียงต้นละ 1 ตัว จวนจะล้มจนน่าหวาดเสียว เรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจมีการออกตรวจร่วมกับตำรวจแต่ก็ยังโดนอีก" บรรจง หนูบรรจง ผอ.แขวงการทางที่ 1 สุพรรณบุรี กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.เกรียงไกร วุฒิพานิช ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี บอกว่า การขโมยถอดนอตเสาไฟฟ้าไม่ได้เกิดเฉพาะในพื้นที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรีเท่านั้น ในพื้นที่ติดต่อของ สภ.เมืองสุพรรณบุรี โดยเฉพาะถนนสายเลี่ยงเมืองนั้นก็เกิดปัญหาเช่นเดียวกัน ทาง สภ.เมืองสุพรรณบุรีจึงดำเนินการป้องกันเชิงรุกใช้ชุดมวลชนสัมพันธ์ประสานกับชาวบ้านแต่ละหมู่บ้าน โดยกำหนดจุดเสี่ยง 28 จุด คือ ต.ทับตีเหล็ก 4 จุด ต.ดอนกำยาน 1 จุด ต.ดอนโพธิ์ทอง 3 จุด ต.บ้านโพธิ์ 9 จุด ต.โพธิ์พระยา 5 จุด และ ต.ไผ่ขวาง 6 จุด รวม 28 จุด ช่วยคอยเป็นหูเป็นตา ทำให้คนร้ายไม่กล้าลงมือกระทำผิด นอกจากนี้ ยังมีชุดสืบสวนออกหาข้อมูลคนร้ายแก๊งนี้อยู่ และจะจับตัวมาดำเนินคดีเร็วๆ นี้
"ตามจุดที่เกิดเหตุเป็นจุดที่วัยรุ่นใช้เป็นสนามแข่งรถในวันอาทิตย์ ทางตำรวจเคยจับกุมมาหลายราย จึงเป็นไปได้ว่า อาจมีการกลั่นแกล้งถอดนอตให้เสาล้ม เพื่อแกล้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดำเนินการกวดขันจับกุมพวกแข่งรถในเขตทางหลวง อย่างไรก็ตาม ต้องบูรณาการแนวทางแก้ปัญหากับ สภ.ใกล้เคียงด้วย เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว" พ.ต.อ.เกรียงไกรกล่าว
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการติดตามคนร้ายแก๊งนี้ ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนในแต่ละชุมชนหรือพื้นที่นั้น ช่วยกันสอดส่องดูแลและแจ้งเบาะแสเมื่อพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมสงสัยต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.อ.เกรียงไกรยังขอความร่วมมือไปยังบรรดาร้านขายของเก่าไม่ให้รับซื้อสิ่งของที่สงสัยว่าจะนำมาจากการลักขโมย เฉพาะอย่างยิ่งนอตยึดเสาไฟฟ้าแรงสูง ชิ้นส่วนของเหล็กยึดฐาน เป็นต้น เพื่อตัดวงจรการขโมยทรัพย์สินเหล่านั้น
"หากร้านขายของเก่าไม่รับซื้อก็คงไม่มีคนขโมยมาขาย เพราะไม่รู้จะนำไปขายให้ใคร ไม่ว่าจะเป็นเสาไฟหรือสายส่งไฟฟ้าแรงสูงถือเป็นสมบัติของประเทศและเป็นของคนไทยทุกคน หากร้านขายของเก่ารับซื้อทรัพย์สินของแผ่นดินที่ถูกขโมยมา ก็เท่ากับมีความผิดโทษฐานรับซื้อของโจรไปด้วย" พ.ต.อ.เกรียงไกรกล่าว
- ทีมข่าวภูมิภาค-



