
สถานการณ์ริมปากเหว
สถานการณ์ระเบิดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะนี้ต้องบอกว่าร้ายแรง คุมไม่อยู่
จนถูกมองว่าต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินและไว้ซึ่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)
โอกาสเกิดเหตุต่อเนื่องจนถึงปลายปีตามที่ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ บอกไว้ก่อนหน้านี้เป็นไปได้สูงและอาจขยายวงไปถึงปีหน้า
ช่วงนี้บ้านเมืองเราเกิดเหตุพิสดารขึ้นมากมายตั้งแต่มีความขัดแย้งระหว่างคนสองสี ความรุนแรงขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อฝ่ายเสื้อแดงที่เคยมีอำนาจ หัวขบวนต้องสิ้นวาสนา กลุ่มตรงข้ามก็ขึ้นมาใหญ่ปกครองบ้านเมือง
ไม่รู้นี่คือปฐมเหตุของการลอบวางระเบิดหรือการใช้อาวุธสงครามในเขตเมืองหรือเปล่า ต้องถาม ศอฉ.ที่ดูแลเรื่องความมั่นคงดู
กรณีล่าสุด ระเบิดที่แมนชั่นย่านนนทบุรี นายสมัย วงศ์สุวรรณ์ มือทำระเบิดตายคาห้อง เหลือแค่เศษชิ้นเนื้อให้ตรวจยืนยันเพียงเล็กน้อย จากประวัติพบว่าเป็นเสื้อแดงฮาร์ดคอร์คนหนึ่ง
หลักฐานที่พบในห้องเกิดเหตุเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่กรุงเทพฯ เกือบทั้งหมด
แสดงว่าเจอตัวจริงเสียงจริงเข้าให้แล้ว เช่นนั้นเหตุลอบวางระเบิดอาจสงบลง
ส่วนคลังอาวุธสงครามบวกกับอาร์พีจี ที่พบแถวสะพานเหลือง เจ้าของห้องก็เป็น รปภ.พรรคเพื่อไทยเสื้อแดงเช่นกัน กำลังหาหลักฐานเชื่อมโยงอาวุธกลุ่มนี้เคยออกไปสร้างสถานการณ์ใดบ้างหรือเปล่า
ยังมีเรื่องน่ากังวลเพิ่มอีกเมื่อ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม ออกมาเปิดเผยถึงกองกำลังติดอาวุธที่เคลื่อนเข้ามาแทรกซึมอยู่ใน กทม..และกำลังรอเวลาก่อเหตุรุนแรงในอีก 20 วันข้างหน้า
กรุงเทพฯ เลยน่าสะพรึงกลัวยิ่งนักเพราะ พล.ร.อ.บรรณวิทย์บอกว่า กองกำลังดังกล่าวเป็นหน่วยซีล เทียมศักยภาพเท่ากับทหารรบพิเศษในบ้านเรา
ไม่รู้ว่าวินาศกรรมครั้งนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ยิ่งช่วงนี้ทั้งอาวุธสงคราม ทั้งระเบิดทะลักเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อย่างผิดสังเกต
ราวกับว่ากรุงเทพฯ และรอบๆ เป็นสนามเพาะฝึกวางระเบิด ลองอาวุธสงครามก็ไม่ปาน
ที่แน่ๆ สถานการณ์เช่นนี้ไม่ดีต่อรัฐบาล ถึงแม้บางส่วนดูเหมือนผลักข้อหาให้ฝ่ายตรงข้าม ทำให้กระแสชิงชังต่อกลุ่มการเมืองเก่า แต่อย่าลืมว่านิสัยคนไทยขี้สงสาร
เรื่องแบบนี้หากมีใครพลิกหลักฐานหรือสืบพบว่า มีคนของรัฐบาลหรือกลุ่มคนมีสีเข้าไปเอี่ยวหรือวางงานแล้วล่ะก็ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อาจสะดุดขาตัวเองชนิดที่เรียกว่าเงยหน้ามาก็อยู่ปากเหวเสียแล้ว!!



